ไตรมาส 2/2569 CENTEL ทำรายได้รวม 5,968 ล้านบาท กำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลัก 176 ล้านบาท โต 69% รับแรงหนุนจากโรงแรมไทยที่เริ่มฟื้นตัวและโรงแรมในมัลดีฟส์ที่เติบโตโดดเด่น ขณะที่ธุรกิจอาหารยังเติบโตต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้ารายได้โรงแรมปีนี้ 1.42-1.45 หมื่นล้านบาท
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 5,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 5,828 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลัก (core performance) อยู่ที่ 176 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% จาก 104 ล้านบาทในปีที่แล้ว โดยผลการดำเนินงานได้รับแรงหนุนจากธุรกิจอาหารที่ยังเติบโต และผลประกอบการของโรงแรมในมัลดีฟส์ที่ปรับตัวดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลการดำเนินงานตามที่รายงาน (reported performance) ซึ่งรวมผลกระทบจากรายการต่างๆ ตามงบการเงิน บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จาก 110 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 ส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 1,395 ล้านบาท ใกล้เคียงกับ 1,396 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับผลการดำเนินงานหลัก บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นรวม 3,478 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 60% ของรายได้ไม่รวมรายได้อื่น เพิ่มขึ้นจาก 59% ขณะที่ EBITDA รวมอยู่ที่ 1,405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จาก 1,390 ล้านบาทในปีก่อน และคิดเป็นอัตรา EBITDA ต่อรายได้รวม 24% ทรงตัวจากปีก่อน
6 เดือนแรกกำไรหลัก 1.25 พันล้าน ธุรกิจอาหารยังเป็นแรงหนุน
ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 12,943 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจโรงแรมอยู่ที่ 6,366 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% ขณะที่ธุรกิจอาหารมีรายได้ 6,577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% สะท้อนภาพธุรกิจโรงแรมที่ยังเติบโตด้านรายได้ ขณะที่ธุรกิจอาหารรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง
กำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลักในช่วง 6 เดือนแรกอยู่ที่ 1,253 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จาก 952 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิตามที่รายงานอยู่ที่ 2,309 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 169% จาก 858 ล้านบาท โดยผลแตกต่างระหว่างกำไรหลักและกำไรตามที่รายงานมีสาเหตุจากรายการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวซึ่งถูกรวมอยู่ในผลประกอบการตามที่รายงาน
เฉพาะธุรกิจโรงแรมในช่วง 6 เดือนแรก มีรายได้ 6,366 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลัก 793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จาก 603 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ธุรกิจอาหารมีรายได้ 6,577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% และมีกำไรสุทธิ 460 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จาก 349 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
โรงแรม Q2 รายได้โต 3% แต่ยังขาดทุน 52 ล้าน
สำหรับธุรกิจโรงแรมในไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 2,612 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จาก 2,530 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ EBITDA จากการดำเนินงานอยู่ที่ 700 ล้านบาท และธุรกิจโรงแรมมีผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานหลัก 52 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 90 ล้านบาทในปีก่อน
บริษัทฯ ระบุว่าผลการดำเนินงานโรงแรมในไตรมาส 2 ได้รับผลจากฤดูกาลท่องเที่ยว โดยรายได้ต่อห้องพักที่มีให้บริการ (RevPAR: revenue per available room) ของโรงแรมทั้งหมดอยู่ที่ 3,328 บาท ขณะที่อัตราการเข้าพัก (occupancy rate: OCC) ลดลงจาก 78% ในไตรมาส 1/2569 มาอยู่ที่ 65% ในไตรมาส 2/2569 ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาลท่องเที่ยว
แม้ภาพรวมธุรกิจโรงแรมยังมีผลขาดทุน แต่ผลการดำเนินงานหลักดีขึ้นจากปีก่อน โดยผลขาดทุนสุทธิลดลงจาก 90 ล้านบาท เหลือ 52 ล้านบาท ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 3% และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับตลาดมัลดีฟส์เป็นหนึ่งในตลาดที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นในไตรมาส 2/2569 โดยรายได้ต่อห้องพักที่มีให้บริการเพิ่มขึ้น 69% มาอยู่ที่ 6,245 บาท ขณะที่อัตราการเข้าพักเพิ่มจาก 31% เป็น 53% สะท้อนการปรับตัวดีขึ้นของผลการดำเนินงานโรงแรมในตลาดดังกล่าว
หากแยกผลการดำเนินงานระหว่างโรงแรมเดิมกับโรงแรมใหม่ โรงแรมเดิมในมัลดีฟส์มี RevPAR เพิ่มขึ้น 14% มาอยู่ที่ 6,120 บาท ขณะที่โรงแรมใหม่มี RevPAR เพิ่มขึ้น 185% มาอยู่ที่ 6,355 บาท โดยผลการดำเนินงานของโรงแรมใหม่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงาน (ramp-up)
ในทางกลับกัน โรงแรมในดูไบมี RevPAR อยู่ที่ 2,385 บาท ลดลง 61% จากปีก่อน โดยอัตราการเข้าพักลดลงจาก 83% เหลือ 44% ซึ่งบริษัทฯ ระบุว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ส่วนญี่ปุ่นมี RevPAR อยู่ที่ 4,185 บาท ลดลง 46% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวได้รับผลจากการรวมผลประกอบการของโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ โอซาก้า ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 และยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นดำเนินงาน โดยโรงแรมใหม่มี RevPAR 480 บาท
ธุรกิจอาหารกำไร 228 ล้าน โต 18%
ด้านธุรกิจอาหารยังเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญของผลประกอบการไตรมาส 2 โดยมีรายได้รวม 3,356 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 228 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จาก 194 ล้านบาท
สำหรับยอดขายสาขาเดิม (same-store sales: SSS) ของธุรกิจอาหารอยู่ในระดับทรงตัว ขณะที่ยอดขายรวมทุกสาขา (total-system sales: TSS) เติบโต โดยแบรนด์ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น ได้แก่ คัตสึยะ โอโตยะ มิสเตอร์โดนัท และคีอานิ
สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีสาขาธุรกิจอาหารรวม 1,510 สาขา เพิ่มขึ้น 22 สาขาจากไตรมาส 1/2569 ที่มี 1,488 สาขา โดยในจำนวนดังกล่าวมีแบรนด์ลัคกี้ สุกี้ ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด (MP) ที่บริษัทฯ ถือหุ้น 40% และมีจำนวน 55 สาขาในไตรมาส 2/2569
ตั้งเป้ารายได้โรงแรม 1.42-1.45 หมื่นล้าน
สำหรับเป้าหมายปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจโรงแรม รวมโรงแรมร่วมทุน ที่ 14,200-14,500 ล้านบาท เติบโต 3-5% จากปีก่อน โดยมีเป้าหมายอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 70-75% และ RevPAR ที่ 4,200-4,400 บาท
ขณะที่ธุรกิจอาหารตั้งเป้ารายได้ประมาณ 18,500-18,700 ล้านบาท พร้อมคาดว่ายอดขายสาขาเดิมของทุกแบรนด์ รวมกิจการร่วมค้าจะทรงตัวจากปีก่อน และยอดขายรวมทุกสาขาจะเติบโตประมาณ 10% โดยมีแผนขยายจำนวนสาขาเพิ่มเติมในปีนี้
ด้านการลงทุน บริษัทฯ วางงบลงทุนสำหรับธุรกิจโรงแรมประมาณ 3,300-3,600 ล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงโรงแรมเดิมและพัฒนาโครงการใหม่ ขณะที่ธุรกิจอาหารมีแผนลงทุนเพื่อปรับปรุงและขยายสาขา รวมถึงการขยายพอร์ตผ่านธุรกิจร่วมทุน
ในส่วนของโรงแรม เซ็นทารา ไลฟ์ โอซาก้า จำนวน 300 ห้อง ได้เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 ขณะที่บริษัทฯ ยังมีแผนปรับปรุงโรงแรมเดิมบางแห่งเพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินงาน โดยโรงแรมที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงมีกำหนดทยอยกลับมาเปิดให้บริการตามแผนของบริษัทฯ
ภาพรวมจึงเป็นปีที่ CENTEL เดินหน้าสร้างการเติบโตจากทั้งสองธุรกิจ โดยฝั่งโรงแรมยังต้องจับตาผลกระทบจากฤดูกาลและผลการดำเนินงานของตลาดต่างประเทศ ขณะที่มัลดีฟส์เป็นตลาดที่มีพัฒนาการเด่น ส่วนธุรกิจอาหารยังรักษาการเติบโตและขยายพอร์ตผ่านแบรนด์ร่วมทุน พร้อมวางเป้ารายได้ธุรกิจโรงแรมปี 2569 ที่ 14,200-14,500 ล้านบาท
ภาพ : Centara Hotels & Resorts
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : หลังทุ่มหลายพันล้านปรับโฉมใหญ่ เตรียมเปิด “เซ็นทารา รีเซิร์ฟ กระบี่” สิ้นปีนี้! สร้างการเติบโตในตลาดโรงแรมลักชัวรี่ รองรับดีมานด์นักเดินทางกำลังซื้อสูง
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


