การบินไทยเปิดตัว Airbus A321neo ลำแรก ห้องโดยสารใหม่ ชั้นธุรกิจ-ชั้นประหยัด ดีไซน์ล้ำ นามพระราชทาน “บวรรังษี” ประเดิมบินกรุงเทพฯ-สิงคโปร์ พร้อมทยอยรับมอบอีก 16 ลำในปีนี้ จากทั้งหมด 32 ลำ
หลังเดินทางจากเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี และมาถึงประเทศไทยเมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดงานเปิดตัวเครื่องบินแบบ Airbus A321neo ลำแรกอย่างเป็นทางการ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบินไทยในการเดินหน้าปรับโฉมฝูงบิน หลังออกจากแผนฟื้นฟู
เครื่องบิน Airbus A321neo ลำแรกนี้ ได้รับพระราชทานนามว่า “บวรรังษี” มีที่มาจากชื่อชุมชนบวรรังษี ชุมชนเก่าแก่ในกรุงเทพมหานครที่มีความเชื่อมโยงกับวัดบวรนิเวศวิหาร โดยคำว่า “บวร” มีรากมาจากบวรสถานสุทธาวาส หรือ วังหน้า ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจในอดีต ขณะที่คำว่า “รังษี” หมายถึงแสงและความรุ่งเรือง

ชื่อบวรรังษีจึงสะท้อนความหมายถึงพื้นที่ที่อยู่ในอิทธิพลและรัศมีแห่งสถาบันสำคัญ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์
กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ระบุว่า Airbus A321neo เป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดหาและปรับปรุงฝูงบินของการบินไทย โดยมีการจัดหาทั้งสิ้น 32 ลำ และจะทยอยรับมอบในปี 2569 จำนวน 16 เพื่อรองรับการให้บริการในเส้นทางบินระยะสั้นและระยะกลาง
A321neo เป็นเครื่องบินที่ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีการบินอย่างต่อเนื่อง มีจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อที่นั่งได้สูงสุด 20% พร้อมได้รับการรับรองให้สามารถใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ได้สูงสุด 50% และการลดระดับเสียงรบกวนเมื่อเทียบกับเครื่องบินรุ่นก่อนหน้า
“การมาของ A321neo ไม่ใช่แค่การต้อนรับเครื่องบินใหม่ แต่มีนัยสำคัญคือการเป็น New Chapter ของการบินไทย ที่จะเติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน และโปร่งใส” กิตติพงษ์ กล่าว

A321neo เทคโนโลยีใหม่ เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของการบินไทย
ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า การนำเครื่องบิน Airbus A321neo มาประจำฝูงบินสะท้อนวิสัยทัศน์ของการบินไทยในการเสริมสร้างศักยภาพการให้บริการ ยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
โดยควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อโลก ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมการบินระดับสากล ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
“การบินไทยจัดหาเครื่องบินที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ และให้ความสะดวกสบายกับผู้โดยสาร รวมถึงแข่งขันได้ในอุตสาหกรรม โดยเทียบมาตรฐานคู่แข่งในภูมิภาค กล้าพูดว่าเครื่องบินลำตัวแคบในภูมิภาคนี้ หรือในโลกนี้ การบินไทยไม่เป็นสองรองใคร และสิ้นปี 2569 นี้ การรับมอบครบ 16 ลำ จะยิ่งทำให้การบินไทยขยายเครือข่ายได้มากขึ้น”
ในอนาคตหากรับมอบ A321neo ครบ 32 ลำ จะทำให้การบินไทยมีเครื่องบินใกล้จำนวน 100 ลำ เทียบเท่าก่อนโควิด-19 และสำหรับปี 2569 คาดว่าการเติบโตของผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% หรือราว 1 ล้านคน ท่ามกลางดีมานด์ผู้โดยสารในปัจจุบันที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ซัพพลายทั้งจำนวนที่นั่งและจำนวนเครื่องบินยังคงมีปัญหา ซึ่งไม่ใช่แค่การบินไทย แต่เป็นทั้งอุตสาหกรรม เพราะความสามารถในการผลิตเครื่องบินใหม่ยังไม่คงที่ โดยคาดว่าการผลิตเครื่องบินใหม่จะกลับไปสู่ภาวะปกในอีก 5 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ การมีเครื่องบินเพิ่มขึ้น ทำให้การบินไทยสามารถเปิดเส้นทางการบินใหม่ได้ ทั้งการเพิ่มจุดหมายปลายทางและเพิ่มความถี่เที่ยวบิน ทั้งในประเทศจีน ฮ่องกง อินเดีย และในประเทศ CLMV ด้วย

ห้องโดยสารใหม่ชั้นธุรกิจ-ชั้นประหยัด ทันสมัย ถ่ายทอดอัตลักษณ์การบินไทย
A321neo ลำแรกของการบินไทยได้รับการตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์และลวดลายใหม่บนลำตัวอากาศยาน ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของการบินไทย โดยโลโก้ A321neo ที่ได้รับการออกแบบเฉพาะ ภายใต้แนวคิด Thai Contemporary โดยเลือกใช้โทนสี Neon Violet เพื่อสื่อถึงนวัตกรรมและความก้าวหน้า พร้อมออกแบบให้สอดคล้องกับโลโก้เครื่องบินตระกูล Airbus ของการบินไทย
ภายในห้องโดยสาร ประกอบด้วยที่นั่งชั้นธุรกิจ (Royal Silk Class) จำนวน 16 ที่นั่ง แบ่งเป็นที่นั่งเดี่ยว (Throne Seat) จำนวน 4 ที่นั่ง และที่นั่งคู่ (Double Seat) จำนวน 12 ที่นั่ง ออกแบบภายใต้แนวคิด Your Personal Room Concept มอบพื้นที่ส่วนตัวที่มากขึ้นและสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างลงตัว ตั้งแต่พื้นที่รับประทานอาหารและทำงาน ไปจนถึงที่นั่งที่สามารถปรับเอนนอนราบได้ 180 องศา เพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมระบบความบันเทิงผ่านจอสัมผัสขนาด 17.3 นิ้ว

สำหรับที่นั่งชั้นประหยัด มีจำนวนทั้งหมด 159 ที่นั่ง ภายในห้องโดยสาร มาพร้อมดีไซน์โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ความเป็นไทยผสานความเป็นสากลร่วมสมัย ถ่ายทอดผ่านองค์ประกอบ เช่น รูปแบบที่นั่ง ผ้าม่าน และผนังห้องโดยสาร พร้อมจัดพื้นที่แบบ 3-3
โดยที่นั่งออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ สามารถปรับเอนได้ 10 องศา พร้อมที่พักศีรษะปรับได้ 6 ทิศทาง และระบบความบันเทิงผ่านจอสัมผัสขนาด 13.3 นิ้ว

ส่วนระบบความบันเทิงบนเที่ยวบินได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยด้วยจอภาพความละเอียดระดับ 4K รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ส่วนบุคคล มาพร้อม User Interface (UI) รูปแบบใหม่ที่ใช้งานง่ายและตอบสนองรวดเร็ว
ขณะเดียวกันยังติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านเครือข่าย SES Open Orbits แบบหลายวงโคจร (Multi-Orbit) รองรับความเร็วสูงสุด 200-300 เมกะบิตต่อวินาที โดยจะเริ่มให้บริการภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569
นอกจากนี้ ยังเสริมความสะดวกสบายด้วยที่เก็บสัมภาระแบบ Airspace XL Bins เพิ่มความจุสูงสุด 40% รวมถึงระบบแสงไฟ Welcome Ceiling และ Cabin Mood Lighting เพื่อสร้างบรรยากาศตลอดการเดินทาง

ทั้งนี้ การบินไทยมีกำหนดนำเครื่องบิน Airbus A321neo ลำแรกเข้าประจำการในฝูงบิน โดยจะเริ่มทำการบินระหว่างวันที่ 22 มกราคม-28 มีนาคม 2569 ประกอบด้วย
- เที่ยวบิน TG413 เส้นทาง กรุงเทพฯ-สิงคโปร์ กำหนดเวลาออก 11.30-14.50 น. (เที่ยวบินแรก)
- เที่ยวบิน TG414 เส้นทาง สิงคโปร์-กรุงเทพฯ กำหนดเวลาออก 15.55-17.15 น.
- เที่ยวบิน TG221 เส้นทาง กรุงเทพฯ-ภูเก็ต กำหนดเวลาออก 18.30-20.00 น.
- เที่ยวบิน TG222 เส้นทาง ภูเก็ต-กรุงเทพฯ กำหนดเวลาออก 20.40-22.15 น.
- เที่ยวบิน TG331 เส้นทาง กรุงเทพฯ-เดลี กำหนดเวลาออก 23.25-02.20 น. (วันถัดไป)
- เที่ยวบิน TG332 เส้นทาง เดลี-กรุงเทพฯ กำหนดเวลาออก 03.30-09.00 น.

เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ฉลอง 20 ปี บัตรเครดิตแพลทินัม การบินไทย อเมริกัน เอ็กซ์เพรส ปรับโฉมบัตรดีไซน์ใหม่ earn rate ดึงดูดใจ 12.50 บาท = 1 ไมล์
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

