“เมิร์ซ เอสเธติกส์” ชูแนวคิด “Safety First” มุ่งสู่การดำเนินธุรกิจความงามอย่างยั่งยืน - Forbes Thailand

“เมิร์ซ เอสเธติกส์” ชูแนวคิด “Safety First” มุ่งสู่การดำเนินธุรกิจความงามอย่างยั่งยืน

FORBES THAILAND / ADMIN
25 Jan 2023 | 01:55 PM
READ 315

เรื่องสุขภาพและความงาม เปรียบเสมือนเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิตมนุษย์ และทุกวันนี้ทุกเพศ ทุกวัย หันมาดูแลสุขภาพร่างกายแบบองค์รวม รวมไปถึงการเข้าคลินิกเพื่อเสริมจุดเด่นของตัวเองหรือแก้สิ่งที่ยังไม่พึงใจ ทำให้ธุรกิจสุขภาพและความงาม ติด 1 ใน 3 ธุรกิจดาวรุ่งในประเทศไทยมาโดยตลอดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย จำกัด ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายนวัตกรรมความงามระดับโลก ได้แก่ เครื่องอัลเทอร่า โบทูลินัมท็อกซินจากเยอรมัน และสารเติมเต็มฟิลเลอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ มีวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนให้ทุกคนมีความมั่นใจและยอมรับในความเป็นตัวเอง และที่สำคัญต้องการขับเคลื่อนธุรกิจในอุตสาหกรรมความงามโดยแพทย์ ให้เป็นบริษัทนวัตกรรมความงามที่น่าเชื่อถือและได้รับความไว้วางใจมากที่สุด ผ่านการสื่อสารถึงผู้บริโภคทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้วยแนวคิด “Safety First”

ภญ.กิตติวรรณ รัตนจันทร์ ผู้บริหารสูงสุด บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย

ภญ.กิตติวรรณ รัตนจันทร์ ผู้บริหารสูงสุด บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ดำเนินการมาโดยตลอดของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย คือการยกระดับความรู้ ความเข้าใจของผู้บริโภคในการเลือกใช้สินค้าและบริการให้เกิดประสิทธิภาพและปราศจากอันตรายด้วยข้อมูลที่น่าเชื่อถือ โดยปีที่ผ่านมาได้ร่วมกับศูนย์วินิจฉัยภาวะดื้อต่อโบทูลินัมท็อกซินแห่งแรกในเอเชียอาคเนย์ ของโรงพยาบาลศิริราช ภายใต้แนวคิด “สวยปลอดภัย ไม่เสี่ยงดื้อโบ”

“เราเริ่มเห็นปัญหาภาวะดื้อโบมากขึ้นเรื่อยๆ จากการพูดคุยกับแพทย์ในคลินิกที่เป็นพันธมิตรของเรา ซึ่งเกิดจากการขาดความรู้ ความเข้าใจ และพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่เรียกว่า Shopping คลินิก เกิดจากมุมมองว่ายาไม่ดี หมอไม่ดี หรือต้องฉีดเยอะๆ เป็นต้น ล้วนแต่เป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะดื้อโบ” ภญ.กิตติวรรณกล่าว

ในฐานะที่เมิร์ซ เอสเธติกส์ เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับยาและเครื่องมือแพทย์ และมีลูกค้าหลัก คือแพทย์ความงาม ซึ่งนอกจากการให้ความรู้แพทย์เกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทอย่างถูกต้องแล้ว สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญมากไปกว่านั้น คือเรื่องของความปลอดภัย โดยในช่วง 4 - 5 ปีก่อนหน้านี้ มีการริเริ่มโครงการรณรงค์ให้ความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมให้ผู้บริโภคตรวจสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ว่าต้องเป็นของแท้และมีการรับรองมาตรฐานอย่างถูกต้อง ล่าสุดในปีที่ผ่านมา เมิร์ซยังได้เข้าร่วมกับศูนย์วินิจฉัยภาวะดื้อต่อโบทูลินัมท็อกซิน ในการส่งต่อเลือดคนไข้จากคลินิกในเครือข่ายพันธมิตรมาตรวจภาวะดื้อโบที่ศิริราช ซึ่งภาวะดื้อโบ เป็นเรื่องที่ต้องได้รับการประชาสัมพันธ์อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้นทั้งในหมู่แพทย์และผู้บริโภค เพราะการใช้สารโบทูลินัมท็อกซิน ไม่ใช่แค่ในธุรกิจความงามเท่านั้น สารดังกล่าวยังใช้ในการรักษาโรคทางระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อได้ด้วย ซึ่งมีผลต่อคุณภาพชีวิตของไทย

​สำหรับปีนี้ เมิร์ซเดินหน้าขยายการประชาสัมพันธ์อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านช่องทาง LINE Official ของเมิร์ซ @merzbeautyconnect พร้อมเปิดช่องทางคอลเซ็นเตอร์ เบอร์โทรศัพท์ 02-026-1111 สำหรับผู้บริโภคที่สงสัยว่าตนเองมีภาวะดื้อโบและต้องการเข้ารับการปรึกษาในเบื้องต้น

​ภญ.กิตติวรรณ รัตนจันทร์ ผู้บริหารสูงสุด บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย

​เทรนด์ความงามอย่างยั่งยืน

การตรวจภาวะดื้อโบ เป็นตัวอย่างของการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “Safety First” การให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จะช่วยสร้างความมั่นใจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้บริโภค ที่ทุกวันนี้เรื่องสุขภาพและความงาม เป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญไม่ว่าจะเป็นเพศหญิง ชาย หรือ LGBTQ วัยหนุ่มสาว หรือผู้สูงวัย ซึ่งการระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้คนใส่ใจเรื่องสุขภาพและความงามมากยิ่งขึ้น

จากพฤติกรรมดังกล่าวทำให้แบรนด์สุขภาพและความงามต้องปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างจริงจัง จากสูตรสำเร็จเดิมของแบรนด์ความงามที่มักให้ความสำคัญในมิติเดียวคือ “ทำอย่างไรให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจในประสิทธิภาพและการเลือกใช้สินค้าหรือบริการต่างๆ ของตน” มาจนถึงสถานการณ์ที่ผู้บริโภคมองหา “ความยั่งยืน” อันเกิดจากความมั่นใจในการเลือกใช้แบรนด์ที่ตอบโจทย์ในทุกๆ มิติ โดยองค์กรต้องเพิ่มความใส่ใจในรายละเอียด ทุกกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพ ซึ่งนอกจากจะพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการแล้ว ยังต้องทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นได้ว่า สินค้าและบริการทุกอย่างได้นำมาสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสำหรับทุกคน สังคม รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมโดยรวม

​ภญ.กิตติวรรณ กล่าวว่า เทรนด์ของอุตสาหกรรมความงามทุกวันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย บริษัท เมิร์ซ  เอสเธติกส์ ประเทศไทย จำกัด ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายนวัตกรรมความงามระดับโลก พยายามขับเคลื่อนแนวคิดด้านความมั่นใจและโอบรับความเป็นตัวเอง อาทิ แนวคิดเรื่อง Beauty No Standard ความสวยไม่มีกรอบมาตรฐาน ขึ้นอยู่กับปัจเจกบุคคล หรือความสวยขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนที่มองเห็นตัวเองในกระจก เป็นต้น

“กระแสความงามในโลกปัจจุบัน สิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ คือความเป็นธรรมชาติและความปลอดภัย ความนิยมในการทำหัตถการความงามที่ไม่ต้องอาศัยการผ่าตัด หรือที่อาศัยการผ่าตัดน้อยที่สุด ปราศจากการพักฟื้น หรือการพักฟื้นที่สั้นลงจึงเติบโตมากขึ้น และเทรนด์ของ Skin Quality ผิวสวยคุณภาพดีจากภายใน ซึ่งทุกวันนี้ผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพและความงามมีอายุน้อยลง และเน้นผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมความเป็นธรรมชาติในแต่ละบุคคลมากขึ้น ในฐานะที่เมิร์ซ เอสเธติกส์ เป็นบริษัทด้านความงาม ต้องทำให้คู่ค้าและลูกค้าเห็นคุณค่าความงามในเชิงบวก ซึ่งจะทำให้เราเติบโตไปด้วยกัน”

สำหรับการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ของผู้บริโภค ในการใช้บริการคลินิกความงาม ซึ่งบริษัทฯ ดำเนินการพยายามสื่อสารมาโดยตลอด มี 3 ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา คือ 1. คลินิกต้องมีใบอนุญาตจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 2. แพทย์ต้องได้รับใบอนุญาต และ 3. ผลิตภัณฑ์ต้องได้รับการรับรองจาก อย.

“สิ่งที่เมิร์ซ เอสเธติกส์ทำ และพยายามจะมุ่งไป คือการเป็นบริษัทนวัตกรรมความงามที่มุ่งสู่ความยั่งยืน และแนวคิดเรื่อง Safety First หรือความปลอดภัยต้องมาก่อน เป็นแนวทางที่จะทำให้ธุรกิจของเราก้าวไปสู่ความยั่งยืนในอนาคตได้” ภญ.กิตติวรรณ กล่าวทิ้งท้าย