ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ นำกลุ่ม TOAVH สร้าง New S-Curve

ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ นำกลุ่ม TOAVH สร้าง New S-Curve

ผู้บริหารอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ของตระกูลตังคารวคุณ ผู้บุกเบิกและขับเคลือน น่านนำใหม่ในกลุ่มธุรกิจยานยนต์ระดับพรีเมียมและรถยนต์ EV ซึ่งเติบโต 70% ล่าสุดได้ลงทุนขยายธุรกิจ Sportainment เทรนด์ใหม่ที่กำลังเติบโตในไทย โดยปี 2569 ตั้งเป้าหมายรายได้รวม 1.2 หมื่นล้านบาท


    แม้สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ แต่ ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (TOAVH) ยังเติบโตอย่างน่าจับตา โดยระหว่างปี 2566-2568 มีรายได้ 1.07 หมื่นล้านบาท 9.8 พันล้านบาท และ 1.17 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ

    กลุ่มบริษัท TOAVH เป็นบริษัทประกอบธุรกิจเพื่อการลงทุน ปัจจุบันดำเนินกิจการใน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจสีอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนยานยนต์ ธุรกิจเคมีภัณฑ์ ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ และกลุ่มบริหารจัดการและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีบริษัทในกลุ่มรวม 23 บริษัท

    ปีที่ผ่านมายอดขายรถยนต์ของไพรม์มัส กรุ๊ป (Primus Group) ซึ่งเป็นกลุ่มตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เติบโตเกือบ 40% มียอดขายรวมกว่า 5,000 คัน และปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 7,000 คัน 

    ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจนี้ใช้คำว่า "จะยืนเหนือยอดคลื่น" และคาดว่าธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จะเติบโตต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฟฟ้าระดับลักชัวรี่ (EV luxury brands) ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้น

    "รถยนต์เราโตขึ้นอย่างมาก เราโตจาก EV สิ้นปีนี้ 7,000 คันเป็นไปได้แน่นอน เกิดจากการขยายแบรนด์ อนาคตขึ้นกับเรามีแบรนด์ใหม่ไหม ถ้าเป็นประโยชน์กับลูกค้าก็น่าสนใจ... เรา spin ออกจาก TOA ผมดูแลธุรกิจพาร์ตเนอร์และ joint venture เป็นหลัก มีญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย" 

    ณัฏรวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธานกลุ่ม บริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (TOAVH) ทายาทคนที่ 3 ของ "ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ" ผู้ก่อตั้งอาณาจักรสี TOA มหาเศรษฐีไทยอันดับ 18 เจ้าของทรัพย์สิน 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตามการจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทยประจำปี 2569 จากนิตยสาร Forbes

    ประธานกลุ่มบริษัท TOAVH ให้สัมภาษณ์กับทีมงาน Forbes Thailand ที่ดี-สปอร์ต สเตเดียม ศูนย์กีฬาและกิจกรรมในร่มสไตล์ญี่ปุ่น ภายในศูนย์การค้า ดอง ดองดองกิ ทองหล่อ 

    แม้จะเป็นวันธรรมดา แต่ยังมีผู้ใช้บริการอย่างคึกคัก ทั้งเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน บ้างก็มาเป็นครอบครัว เสียง หัวเราะของเด็กๆ ชวนให้คิดถึงคอนเซ็ปต์ Share Fun & Find New

​


ผู้นำตลาดรถยนต์ EV

    ไพรม์มัส กรุ๊ป เป็นกลุ่มบริษัทธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ โดยดูแลลูกค้ากลุ่มพรีเมียมของ Mercedes-Benz 

    ด้วยกลยุทธ์ให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง สร้างประสบการณ์แบบลักชัวรีทั้งการขายและบริการหลังการขาย จัดกิจกรรมที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ออกแบบโชว์รูมและระบบการทำงานที่แตกต่าง จึงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจนครองตำแหน่งยอดจำหน่ายสูงสุดระดับองค์กรในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 

    ปัจจุบันเป็นตัวแทนจำหน่าย 5 แบรนด์ ได้แก่ Mercedes-Benz, MG, ZEEKR, DEEPAL และ GAC-AION 

    "โชว์รูม Mercedes-Benz ของเราเป็นโชว์รูมแรกที่เปลี่ยนวิธีการทำงานข้างใน ทุกโชว์รูมจะแบ่งฝ่ายขายกับบริการ ลูกค้านำรถมาซ่อมมีโต๊ะให้นั่ง เซลล์จะไม่มาหาเลย เราให้บริการแบบลักชัวรี่ แต่กว่าจะทำได้ต้องทำ customer journey อันนี้ Mercedes-Benz ซัพพอร์ต

    "จนกระทั่งเราได้กระบวนการใหม่เรียก customer centric ในโชว์รูมลูกค้าจะนั่งที่เลาจน์ ดื่มกาแฟ เล่นเกม ถึงเวลาฝ่ายบริการมาหาลูกค้าไม่ต้องต่อคิว ล่าสุดกำลังจะเปิดสาขา ZEEKR ที่เชียงใหม่ ในเว็บ ลูกค้าเขียนเลยว่าดีใจมากที่ไพรม์มัสมา"

    ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ ได้รับการคัดเลือกจาก Mercedes-Benz ให้เป็น 1 ใน 15 แห่งในภูมิภาค Overseas เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาคอนเซ็ปต์ของโชว์รูม ภายใต้โครงการ Choice of Overseas 

    โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทีมสถาปนิกของไพรม์มัสฯ กับทีมงานของ Daimler และ Graft สำนักออกแบบระดับโลกจากเยอรมนี รวมทั้ง Fitch จากอังกฤษ

    บริการหลังการขายเป็นอีกเรื่องที่บริษัทให้ความสำคัญ เช่น เมื่อลูกค้านำรถมาซ่อม ก็จะเร่งดำเนินการเพื่อส่งคืนให้เร็วที่สุดเพราะเข้าใจดีว่าลูกค้าไม่ได้มีรถหลายคัน

    "เราดูแลลูกค้าๆ ให้การยอมรับ เป็น top of mind และไม่ใช่ว่าบ้านนี้จะใช้รถ Benz ทั้งหมด บางคนก็ใช้ ZEEKR, DEEPAL หรือ AION...หรือบอกมาว่าต้องการรถ EV ราคาเท่านี้มีไหม เรามีสินค้าหลากหลาย เป็น one stop services...เรามอบประสบการณ์ให้ลูกค้าเป็น customer journey" ณัฏรวุฒิกล่าว


​

    ตัวอย่างเช่น วันที่ลูกค้ารับรถ ศูนย์อื่นๆ อาจจะผูกโบหรือมอบดอกไม้ แต่ที่นี่จัดเตรียมมากกว่านั้น หมายเหตุไว้นิดว่าถ้าลูกค้าอนุญาต หากลูกค้าชื่นชอบฟุตบอลทางศูนย์ฯ จะเนรมิตห้องส่งมอบเป็นสโมสรฟุตบอล ปู่หญ้าเทียมในห้อง และชูผ้าพันคอเสมือนว่าคุณเป็นสมาชิกไพรม์มัส 

    หรือหากชอบท่องเที่ยวเดินป่าก็จัดเป็นเต็นท์ บางรายชอบทะเลจะมีเก้าอี้ชายหาดพร้อมจัดวางมะพร้าวลูกใหญ่ไว้ใกล้ๆ "มันไม่ได้แพง เป็นการให้ประสบการณ์ลูกค้า โชว์รูมเรามีครบทั้งรูป รส กลิ่น เสียง"

    ผู้บริหารกลุ่ม TOAVH ประเมินไว้ว่า ในปีนี้ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยังเติบโต โดย มีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการขยายตัวของตลาดรถยนต์ EV และรถยนต์ EV ระดับลักชัวรี่ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้น

    โดยปัจจุบันยอดขายรถยนต์ EV คิดเป็นลัดส่วน 90% จากยอดขายรวม ทั้งนี้คาดว่าปี 2569 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจะเติบโตประมาณ 30% และ มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากปัจจัยสนับสนุนประกอบด้วยการเปิดตัวรถยนต์ EV รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะรุ่นที่วิ่งได้ไกลขึ้น

    ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงและมีความผันผวน ผู้ใช้งานมีความพึ่งพอใจด้านการประหยัดค่าใช้จ่าย มีสถานีชาร์จที่ครอบคลุมมากขึ้นรองรับการใช้งานได้สะดวกกว่าเดิม

​


คาดธุรกิจสีอุตสาหกรรมโต 5% 

    ลูกค้าหลักของบริษัทเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งครอบคลุมโรงงานอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และโครงการภาครัฐ ส่งผลให้ความต้องการใช้สินค้าของบริษัทยังคงอยู่ในระดับที่ดี

    ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้ผู้ประกอบการ ต่างชาติหลายรายย้ายหรือขยายฐานการผลิตมายังประเทศไทยเพื่อรองรับการส่งออก จึงช่วยเพิ่มความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการในภาคอุตสาหกรรม

    "เราขายสีเข้า B2B เป็นหลัก พวกนี้ยังติบโต มีการขยายโรงงานอยู่...1-2 ปีก่อนนิคม (อุตสาหกรรม) ขายดีมาก โรงงานก็มาตาม เราเป็นสีก็ขายเข้าพวกนี้...เท่ากับเรามีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น ในวิกฤตมีโอกาสเสมอต้องหาให้เจอ 

    "เรากับพาร์ตเนอร์ร่วมมือกัน พาร์ตเนอร์ให้โนว์ฮาว ซึ่งโนว์ฮาว ณ วันนั้นกับวันนี้เปลี่ยนไป เราก็ปรับให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เราดูแลการผลิตมี channel การขาย พาร์ตเนอร์มีโนว์ฮาวใหม่ออกมาเรื่อยๆ"

    ทั้งนี้ บริษัทคาดว่ายอดขายตลาดภายในประเทศจะเติบโตประมาณ 4% ต่างประเทศ 9% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากตลาดใน กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และมาเลเซีย โดยภาพรวมรายได้ของกลุ่มธุรกิจสีอุตสาหกรรมจะเติบโตประมาณ 5% 

    รวมทั้งมุ่งพัฒนาและขยายลัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เน้นการเติบโตในตลาดต่างประเทศ โดยคาดว่า สัดส่วนตลาดต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 20%

    "S-curve ของเราคือ EV, ไลฟ์สไตล์ คือ wellness, สี คือ green เรามีตั้งแต่สีชุบรถยนต์ สีไม่มีดีบุก...ถามว่า เราเติบโตอย่างไรภายใต้เศรษฐกิจอย่างนี้ คือเราไม่ได้มีแค่ประเทศไทย แต่มีโรงงานที่มาเลเซียเป็นสีอุตสาหกรรม 

    "มีโรงงานที่เมียนมา มีบริษัท ออฟฟิศ แวร์เฮาส์ ที่เวียดนาม 2 บริษัท ที่กัมพูชา 1 บริษัท เพราะฉะนั้นเราติบโตตามแผนธุรกิจ"

    ในปีนี้กลุ่มบริษัทมีการลงทุนในธุรกิจ ดีลเลอร์รถยนต์ โดยเปิดโชว์รูม ZEEKR House Primus สาขาราชพฤกษ์ งบลงทุน 120 ล้านบาท และสาขาเชียงใหม่อีก 50 ล้านบาท


เทรนด์ใหม่ Sportainment

    กลุ่มบริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจไปสู่ไลฟ์สไตล์ที่สอดรับกับกระแส wellness และพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต สุขภาพ ประสบการณ์ การใช้เวลาร่วมกัน 

    และดี-สปอร์ต สเตเดียม ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สะท้อนทิศทางการเติบโตในมิติของ wellness lifestyle อย่างชัดเจนเพราะไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ออกกำลังกาย แต่เป็นพื้นที่สำหรับการเคลื่อนไหวร่างกาย ความสนุก และสร้างประสบการณ์ร่วมกัน

    ภายใต้แนวคิด Share Fun & Find New ซึ่งตอบโจทย์ทั้งครอบครัว กลุ่มเพื่อน และคนรุ่นใหม่ ที่มองหากิจกรรมที่มีความแตกต่าง


​

    ดี-สปอร์ต เป็นศูนย์กีฬาและกิจกรรมใน ร่มสไตล์ญี่ปุ่น ให้บริการกีฬาหลากหลายชนิด ซึ่งสนามมีขนาดเล็กกว่าขนาดปกติ อาทิ เบสบอล เทนนิส หน้าผาจำลองให้ปิน เกมตู้ต่างๆ คิดค่าบริการแบบเหมา จ่ายตามระยะเวลา และเล่นเครื่องเล่นหรือกีฬาได้ทุกชนิด 

    "คนตะวันตกไลฟ์สไตล์คือเอาต์ดอร์ แต่ของเราประสบการณ์คือในห้าง เพราะประเทศไทยอากาศร้อน ทุกคนก็มาห้าง...ที่นี่ดองกิ มอลล์ นอกจากข้อปปิ้ง ทานอาหารได้สัมผัสประสบการณ์ ออกกำลังกาย เราสร้างคอมมูนิตี้ให้คนมา spending กัน....

    "ประเทศไทยมาถึงจุดที่ประชากรน้อยลงคนอายุยืนและดูแลสุขภาพมากขึ้น ที่นี่ก็มีฟิตเนส แต่หลายคนอยากได้มากกว่านั้น ไม่อยากออกกำลังกายอย่างเดียว เรามองเห็นก็ทำดี-สปอร์ต เรา joint venture กับดองกิ สิ่งที่เราทำเรียกว่า sportainment เป็นศัพท์ฝรั่ง 

    "แต่ความเป็นญี่ปุ่นกิจกรรมจึงมีเกมมาผสม ญี่ปุ่นคัลเจอร์เขาคือ ตีเบสบอล ฮอตมาก มีเครื่องยิงมาเปลี่ยนความสูงต่ำและความเร็วได้ ที่เด่นอีกตัวคือตัวปีนผา นอกนั้นก็มีติปิงปอง ตีเทนนิสกับรื่อง ตรงนี้คือบูมมาก"


​

    สาขาที่ 2 ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้า Central Northville นนทบุรี เพิ่งเปิดให้บริการเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มูลค่าการลงทุนประมาณ 50 ล้านบาท 

    และตามแผนธุรกิจ 5 ปี (ปี 2569-2573) เตรียมขยายลงทุนขยาย 4 สาขา ใช้งบประมาณ 50 ล้านบาท/สาขา หรือคิดเป็นงบลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 

    ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกดอง ดอง ดองกิ มีให้บริการ 8 สาขา ในปีนี้บริษัทมีแผนเปิดสาขาใหม่เพิ่มเติมอีก 2 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดหรือหัวเมืองหลัก และในระยะยาวจะเปิดสาขาใหม่อย่างน้อยปีละ 1 แห่ง

    ปัจจุบันประธานกลุ่มบริษัท TOAVH ยังมองหาโอกาสจากธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งไม่จำกัดว่าต้องอยู่ในอุตสาหกรรมเดิม

​    "แม้ว่าทุกวันนี้การเข้าถึงข้อมูลและการศึกษาตลาดจะทำได้ง่าย แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างคือ ความสามารถในการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เชื่อมโยง และมองเห็นโอกาสก่อนผู้อื่น การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ พบปะผู้คน สร้างเน็ตเวิร์กและคอนเนกขันช่วยให้เราเปิดรับมุมมองใหม่"

    ณัฏฐวุฒิเชื่อว่าประสบการณ์จากโลกภายนอกจะช่วยให้เห็นแนวโน้มของเทคโนโลยีและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้จากข้อมูลเพียงอย่างเดียว ทุกประสบการณ์คือโอกาสในการเรียนรู้ และทุกความสัมพันธ์คือโอกาสในการสร้างคุณค่าใหม่ สามารถนำมาาต่อยอดจากจุดแข็งของบริษัท พัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    "ธุรกิจที่เราเชี่ยวชาญอยู่แล้วสามารถ ต่อยอดได้ทันที สำหรับธุรกิจใหม่เราเชื่อว่าการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างความสำเร็จได้โดยนำจุดแข็ง ความรู้ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของบริษัท มาผสานกับความเชี่ยวชาญของพาร์ตเนอร์ 

    "ซึ่งไม่เพียงช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาธุรกิจ และความเสี่ยงจากการลงทุน แต่ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์ทิศทางของโลกในอนาคต...


​

    "ผมเดินทางเยอะมาก ไม่ว่าประชุมบอร์ด แม้แต่การไปเที่ยวก็ไปเห็นเทรนด์บางอย่างแม้ว่าจะเห็นหากไม่ชำนาญก็ไม่กล้าทำ เราชำนาญด้านไหนก็ไปด้านนั้น หรือดึงพาร์ตเนอร์เข้ามา เราเห็นเทรนด์ EV ก็ดึงแบรนด์นี้มา 

    "ถามว่าทำไมต้องแบรนด์นี้เรารู้ตัวเลข รู้ว่าที่จีนขายราคาเท่าไรอย่างที่นี่ (ดี-สปอร์ต) ผมเห็นที่ญี่ปุ่น....อะไรที่เป็นเทรนด์ใหม่ S-curve เราติดตามเสมอ แต่ว่าไม่ได้ทำได้ทั้งหมด เราไม่ได้ชำนาญทุกอย่าง อะไรที่ไม่ชำนาญจะหาพาร์ตเนอร์มาร่วมงาน"

    ด้วยจำนวนบริษัทกว่า 20 แห่งที่ดำเนินธุรกิจแตกต่างกัน ถามว่ามีวิธีการบริหารจัดการอย่างไร เขาตอบว่า "มีทีม แต่ธุรกิจใหม่ๆ จะดูเอง ผมทำงานกับญี่ปุ่นมา 20 กว่าปี ลไตล์ญี่ปุ่น คือ bottom up เราก็กลับมา apply กับคนไทย ให้ authorize ให้ role มีการวัดผล ชัดเจน มี reward แต่ละบริษัทมี MD ครบ

    "ผมเป็นแค่ MD holding เพียงแต่อาจเคยนั่งมาก่อน พอถึงจุดหนึ่งผมก็เป็น president และให้ MD มานั่ง ผมก็มาดูข้างบน ไม่งั้นแล้วก็ขยายธุรกิจไม่ได้ ถ้าวันนี้ยังต้องทำเหมือนเดิมทุกวัน ทีมเรา ก็ไม่โต 

    "การที่ผมขยายรถยนต์ตอนนี้มี 5 แบรนด์ 13 สาขา ทุกคนก็โตขึ้นหมด....ผมกลับมาทำ TOA ก็ 20 กว่าปีแล้วแต่ละปีมีโปรเจกต์ใหม่ๆ มี challenge ให้เราเรียนรู้"


ภาพ: วรัชญ์ แพทยานันท์ และ TOAVH




​​​​​​​​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ณฤดี เมฆภานุวัฒน์ ปักหมุดผู้นำคลีนบิวตี้

อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกันยายน 2569 ในรูปแบบ e-magazine

Forbes Thailand September 2026