Fred Trump บิดาของประธานาธิบดี Donald Trump สร้างความมั่งคั่งจากการพัฒนาอะพาร์ตเมนต์กว่า 20,000 ยูนิตทั่วมหานคร New York จากนั้น Donald เข้าร่วมกิจการของพ่อเมื่อปี 1968 ด้วยสไตล์การบริหารที่แข็งกร้าวไร้ปรานีตั้งแต่ก้าวแรก
ในฉบับเปิดตัวทำเนียบ Forbes 400 เมื่อปี 1982 ซึ่งเขาและพ่อติดอันดับร่วมกันด้วยมูลค่าทรัพย์สินรวม 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เทียบเท่า 660 ล้านเหรียญในปัจจุบัน) ประโยคแรกของเขาคือ “มนุษย์คือสัตว์ที่ร้ายกาจที่สุด และชีวิตคือการต่อสู้ในสมรภูมิที่มีบทสรุปเพียงชัยชนะหรือความพ่ายแพ้” หลายทศวรรษต่อมาครอบครัวของเขายังคงใช้สัญชาตญาณนักล่าสร้างเม็ดเงินมหาศาลอย่างต่อเนื่อง
Donald และ Melania Trump
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 7.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ; +20 ล้านเหรียญ

ทรัพย์สินของ Trump เพิ่มขึ้น 3 พันล้านเหรียญภายใน 1 ปี ความมั่งคั่งที่เติบโตถึง 70% ทำให้เขาขยับขึ้น 118 อันดับในทำเนียบ Forbes 400 ปี 2025 รั้งอันดับที่ 201 การรุกเข้าสู่ธุรกิจคริปโตหนุนให้ทรัพย์สินของเขาเพิ่มขึ้นราว 2 พันล้านเหรียญ แบ่งเป็นสัดส่วนใกล้เคียงกันระหว่าง World Liberty Financial และเหรียญมีม
ขณะเดียวกันคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ New York ช่วยให้มีเงินเหลือในกระเป๋าเพิ่มขึ้นอีก 500 ล้านเหรียญจากการเพิกถอนโทษปรับในคดีฉ้อโกง ส่วนอีกประมาณ 400 ล้านเหรียญมาจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจขายสิทธิ์ใช้ชื่อ Trump ในต่างประเทศ
ทางด้าน Melania สร้างรายได้ด้วยวิถีของสตรีหมายเลข 1 (หนังสือ การกล่าวสุนทรพจน์ และภาพยนตร์สารคดี) ก่อนต่อยอดด้วยวิถีแบบฉบับ Trump ผ่านการเปิดตัวเหรียญมีมของเธอเอง ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ราว 50 ล้านเหรียญ
Jared Kushner และ Ivanka Trump
1 พันล้านเหรียญ; 100 ล้านเหรียญ

ในเดือนมกราคมปี ปี 2021 ซึ่งตรงกับช่วงที่พ่อตาของเขาลงจากตำแหน่ง Kushner ได้ก่อตั้งบริษัทเพื่อการลงทุนนอกตลาด Affinity Partners โดยอาศัยเครือข่ายความสัมพันธ์ที่สร้างไว้สมัยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประธานาธิบดี
Kushner ระดมทุนได้ 4.6 พันล้านเหรียญจากกลุ่มทุนในกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บริษัทลงทุนไปแล้วมากกว่า 2 พันล้านเหรียญในธุรกิจ 22 แห่ง ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าประเมินราว 215 ล้านเหรียญ ด้วยเงินลงทุนก้อนใหญ่ใน Affinity บวกกับสัดส่วนหุ้น 20% ใน Kushner Companies บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวซึ่มีมูลค่าประมาณ 560 ล้านเหรียญ
ทำให้ Kushner ก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอย่างเต็มตัว นอกจากนี้ บ้านของพวกเขาใน Indian Creek Island ย่านสุดหรูของ Miami ซึ่งมีมหาเศรษฐีอย่าง Jeff Bezos เป็นเพื่อนบ้านยังช่วยหนุนความมั่งคั่งเพิ่มเติม เมื่อราคาพุ่งขึ้นมากกว่า 3 เท่าจากปี 2020
Eric Trump
800 ล้านเหรียญ

บุตรชายคนที่ 2 ของประธานาธิบดีสร้างรายได้จากเงินดิจิทัลได้มากกว่าพี่น้องคนอื่นๆ รายได้ส่วนใหญ่มาจากบริษัทขุดคริปโต American Bitcoin ที่เขาร่วมก่อตั้งในเดือนมีนาคม ปี 2025 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ช่วงต้นเดือนกันยายนปีเดียวกัน ซึ่งทำให้เขามีทรัพย์สินแตะ 1 พันล้านเหรียญอยู่ช่วงหนึ่ง แม้กระแสความนิยมจะแผ่วลงไปแต่สัดส่วนการถือหุ้น 7.5% ยังคงมีมูลค่าประมาณ 550 ล้านเหรียญ
นอกจากนี้ เขายังได้รับส่วนแบ่งประมาณ 10% จากการขายโทเคนของ World Liberty Financial ในเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา เขาและ Don Jr. พี่ชายได้เดินทางไปยังตะวันออกกลางเพื่อเซ็นสัญญาให้สิทธิ์ใช้ชื่อ Trump ในโครงการสนามกอล์ฟในกาตาร์รวมถึงโครงการใหม่อื่นๆ จนถึงเดือนกรกฎาคม ปี 2024 สองพี่น้องได้รับส่วนแบ่งผลกำไร 20% จากข้อตกลงธุรกิจการขายสิทธิ์ใช้ชื่อของตระกูล
Donald Trump Jr.
500 ล้านเหรียญ

Don Jr. ถือหุ้น American Bitcoin ในสัดส่วนที่น้อยกว่าน้องชาย และเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง World Liberty เขาและ Eric ยังร่วมกันก่อตั้งบริษัทเฉพาะกิจเพื่อการเข้าซื้อกิจการขึ้นในเดือนสิงหาคม ปี 2025 โดยเขาตั้งบริษัทในภายใต้รูปแบบ SPAC มุ่งเป้าควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การดูแลสุขภาพและโลจิสติกส์
นอกจากนี้ ยังเป็นตัวตั้งตัวตีในแนวคิดเศรษฐกิจแบบต่อต้านการตื่นรู้ โดยจับมือกับธุรกิจเงินร่วมลงทุน 1789 Capital ซึ่งประกาศจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยกับหลักการ ESG และดำรงตำแหน่งคณะกรรมการในบริษัทต่างๆ รวมถึง Public Square แพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ที่ต่อต้านการตื่นรู้และการทำแท้ง GrabAGun ร้านค้าปลีกอาวุธปืนออนไลน์และบริษัทแม่ของ Truth Social
Barron Trump
150 ล้านเหรียญ

บุตรชายคนเล็กของประธานาธิบดีลงทุนในคริปโตอย่างจริงจังก่อนหน้าพ่อของเขามายาวนาน และยังมีบทบาทสำคัญในการโน้มน้าวให้ครอบครัวร่วมก่อตั้ง World Liberty Financial
“เขามีกระเป๋าเงินคริปโตประมาณ 4 ใบ ผมยังถามเลยว่า กระเป๋าเงินคริปโตคืออะไร?” Trump กล่าวพร้อมหัวเราะในงานเปิดตัว World Liberty เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
ปัจจุบันนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของมหาวิทยาลัย NYU วัย 19 ปี รายนี้ทำกำไรจากการขายโทเคนไปแล้วประมาณ 80 ล้านเหรียญและยังถือโทเคนที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขห้ามซื้อขายอีกประมาณ 2.3 พันล้านเหรียญ
โดย Forbes ประเมินมูลค่าสินทรัพย์ส่วนนี้ต่ำกว่าความเป็นจริงมาก เนื่องจากยังไม่สามารถนำมาซื้อขายได้ หากราคายืนอยู่ในระดับปัจจุบันเขาอาจขายโทเคนเหล่านี้และกวาดรายได้เข้ากระเป๋าอีก 450 ล้านเหรียญเมื่อครบกำหนดเวลา

เรื่อง: Dan Alexander เรียบเรียง: นวตา สันติวัฒนา
ภาพประกอบ: Louis Fishauf
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เจาะลึกความมั่งคั่งตระกูล “Donald Trump” ก่อนและหลังกลับสู่ทำเนียบขาว

