แม้จะมีทรัพย์สินระดับพันล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่เศรษฐีเหล่านี้ก็ยัง “รวยไม่พอ” สำหรับการติดอันดับ Forbes 400 ประจำปี 2025 ท่ามกลางเกณฑ์ความมั่งคั่งที่พุ่งสูงขึ้นทุกปี
เมื่อค่าตั๋วปี 2025 แพงกว่าทุกปีที่ผ่านมา จึงมีเศรษฐีพันล้านอเมริกัน 500 คนที่ยังไม่รวยพอจะได้เข้าทําเนียบ Forbes 400 ในบรรดาผู้ที่มีทรัพย์สินไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ 3.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ นั้น มีเศรษฐีจากทําเนียบปี 2024 อยู่ 13 คนที่รวยเท่าเดิม หรือรวยขึ้นกว่าเมื่อปีก่อน แต่ก็ยังต้องเสียตำแหน่งให้คนอื่นที่รวยยิ่งกว่า มี 13 คนที่ทรัพย์สินลดลง มีเศรษฐีพันล้านหน้าใหม่อีกเป็นโขยงที่ยังมีทรัพย์สินไม่มากพอ และมีผู้เข้าทําเนียบปีก่อนเสียชีวิตไป 10 คน
Daniela Amodei ทรัพย์สินสุทธิ 3.7 พันล้านเหรียญ

Amodei เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ Anthropic บริษัท AI ผู้สร้างแชตบอต Claude เธอบริหารร่วมกับพี่ชายชื่อ Dario ที่เป็น CEO สองพี่น้องกับผู้ร่วมก่อตั้งอีก 5 คนช่วยกัน ตั้งบริษัทเมื่อปี 2021 บริษัทระดมทุนได้ 1.3 หมื่นล้านเหรียญในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าประเมิน 1.83 แสนล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจาก 6.15 หมื่นล้านเหรียญเมื่อเดือนมีนาคม
จึงทําให้ผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 7 คนมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 3 เท่า Amodei ซึ่งเรียนจบสาขาวรรณคดี อังกฤษจาก University of California วิทยาเขต Santa Cruz เข้าทํางานใน Stripe บริษัท เทคโนโลยีการเงินระดับยูนิคอร์นเมื่อปี 2013 โดยเป็นเจ้าหน้าที่สรรหาบุคลากรรุ่นก่อตั้ง และต่อมาก็ไปเป็นผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมให้ OpenAl
Safra Catz ทรัพย์สินสุทธิ 2.9 พันล้านเหรียญ

มีไม่กี่คนที่จะได้ประโยชน์จากกระแสคลั่ง AI มากเท่า Catz CEO ของยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ซอฟต์แวร์ Oracle หุ้นของบริษัทนี้ซึ่งได้ทําสัญญากับ OpenAI, XAI และ NVIDIA พุ่งขึ้น 60% ในปี 2024 ทําให้เธอมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 1 พันล้านเหรียญ
Catz ซึ่งเกิดในอิสราเอล ทํางานสายการเงินมากว่าทศวรรษ ก่อนจะได้รับการทาบทามให้มาอยู่กับยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ซอฟต์แวร์โดยผู้ก่อตั้ง Larry Ellison (อันดับ 2) เมื่อปี 1999 จนกระทั่งได้เป็นผู้บริหารสูงสุดแทนเขาเมื่อปี 2014 Ellison เคยกล่าวกับ Forbes ว่า "เธอเคยเห็นมาแล้วว่าคนที่หลงชื่อเสียง เงินทองเป็นอย่างไร และเธอไม่ปลื้มเรื่องแบบนั้น” หุ้น Oracle ที่เธอมีส่วนใหญ่มาจากการใช้สิทธิซื้อหุ้น
LeBron James ทรัพย์สินสุทธิ 1.3 พันล้านเหรียญ

ตำนาน NBA คนนี้เข้าสู่ฤดูกาลที่ 23 ของเขาโดยน่าจะได้ค่าตัวประมาณ 53 ล้านเหรียญจากการลงแข่งให้ทีม Los Angeles Lakers และเขาน่าจะทําเงินได้สูงสุดถึง 130 ล้านเหรียญถ้านําข้อตกลงสนับสนุนสินค้าให้แบรนด์ใหญ่อย่าง Nike และ Amazon มาบวกด้วย
เขามีพอร์ตการลงทุนซึ่งรวมถึงบริษัทผลิตสื่อ SpringHill ที่เพิ่งควบรวมกับบริษัทของโปรดิวเซอร์ รายการโทรทัศน์ของอังกฤษ Ben Winston และอดีตพิธีกรรายการช่วงตึก James Corden นอกจากนี้ LeBron ยังมีหุ้นประมาณ 1% ใน Fenway Sports Group เจ้าของทีมเบสบอล Boston Red Sox แห่งลีก MLB ทีมฮ็อกกี้ Pittsburgh Penguins แห่งลีก NHL และสโมสรฟุตบอล Liverpool F.C. แห่ง Premier League
แม้ในปี 2025 เขาจะรวยขึ้นกว่าปีก่อนหน้า 100 ล้านเหรียญ แต่คนที่ "ยากจนที่สุด” ในบรรดาสมาชิก Forbes 400 ก็ยังรวยเกือบเท่า LeBron 3 คนรวมกัน
Fred Smith ทรัพย์สินสุทธิ 5.3 พันล้านเหรียญ

Smith (เสียชีวิตเดือนมิถุนายน อายุ 80 ปี) เป็นผู้คิดไอเดียที่สร้าง FedEx เขาเคยเขียนโต้แย้งไว้ในงานวิจัยฉบับหนึ่งสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัย Yale เมื่อปี 1965 ว่า เครื่องบินโดยสารรองรับการขนส่งสินค้าทั่วโลกไม่ไหว จนมีคนลือกันว่าเขาโดนอาจารย์แจกเกรด C ให้ แต่หลังจากที่เขาเรียนจบแล้วไปเป็นนาวิกโยธินอยู่ในเวียดนาม 4 ปี ได้เหรียญ Purple Hearts มา 2 เหรียญ Smith ก็ก่อตั้ง FedEx ในปี 1973
บริษัทนี้ขาดทุน 29 ล้านเหรียญในช่วง 26 เดือนแรก จน Smith ต้องบินไปเมือง Las Vegas เพื่อเอาเงิน 5,000 เหรียญสุดท้ายของบริษัทไปเดิมพัน เขาได้เงิน 27,000 เหรียญจากโต๊ะแบล็กแจ็กมาช่วยพยุงบริษัท จนในที่สุดสายการบินที่ขนส่งเฉพาะสิ่งของรายนี้ก็กลายเป็นผู้ปฏิวัติวงการขนส่งพัสดุ และมีมูลค่ากิจการกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญในปี 2022 ที่ Smith เกษียณจากตำแหน่ง CEO
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เปิดลิสต์ 20 อันดับ คนรวยสุดแห่งอเมริกา ในทำเนียบ The Forbes 400 ปี 2025


