VEJA 'รองเท้าผ้าใบรักษ์โลก' แบรนด์ฝรั่งเศส เน้นความยั่งยืน ไม่พึ่งโฆษณา - Forbes Thailand

VEJA 'รองเท้าผ้าใบรักษ์โลก' แบรนด์ฝรั่งเศส เน้นความยั่งยืน ไม่พึ่งโฆษณา

หลายธุรกิจในปัจจุบันต่างหันมาให้ความสำคัญ ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และความยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังมีแบรนด์ดังจากฝรั่งเศสอย่าง 'VEJA' ที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นแบรนด์ 'รองเท้าผ้าใบรักษ์โลก' ได้ยึดเอาแนวทางดังกล่าวทำธุรกิจมานานนับตั้งแต่ปี 2004 โดย ณ ปัจจุบันรองเท้าแบรนด์นี้สามารถจำหน่ายรองเท้าไปแล้วกว่า 12 คู่ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเจียดเงินราวๆ 70% ของงบการเงินที่มีอยู่ไปพึ่งพาการโฆษณาผ่านสื่อเพื่อเพิ่มยอดขายแต่อย่างใด


    ย้อนกลับไปในปี 2003 นั่นคือช่วงเวลาที่คู่หูเพื่อนสนิทชาวฝรั่งเศสวัย 25 ปี ได้แก่ Francois-Ghislain Morillion และ Sebastien Kopp ที่ทำงานในฐานะ Social Audit หรือผู้ตรวจประเมินเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่บริษัทต่างๆ ต้องเดินทางไปยี่ยมโรงงานผลิตของแบรนด์แฟชั่นรายหนึ่งในประเทศจีน

    ซึ่งการทำงานเข้าตรวจเยี่ยมโรงงานในครั้งนั้น ทำให้ทั้งสองหนุ่มได้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งซึ่งเป็นด้านลบของอุตสาหกรรมแฟชั่น นั่นก็คือการใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรมและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน

    โดยเบื้องต้นแม้ว่าการตรวจสอบจะเป็นไปอย่างราบรื่น แต่เมื่อพวกเขาขอตรวจดูสภาพความเป็นอยู่ด้านที่พักของเหล่าคนงานจึงได้พบว่า ภายในพื้นที่เล็กๆ ขนาด 25 ตร.ม. จะมีเตียง 5 ชั้นวางอยู่ตรงกลางห้อง พร้อมกับมีหลุมที่กันเอาไว้เป็นทั้งห้องอาบน้ำและห้องน้ำอยู่ในพื้นที่เดียวกัน คือที่พักของแรงงานชาวจีนจำนวน 32 คน ที่ต้องนอนแออัดรวมกันอยู่ นั่นคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาทั้งคู่ตระหนักได้ว่า โลกแห่งโลกาภิวัตน์ที่พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนั้นกำลังมุ่งหน้าไปผิดทิศทาง

    นอกจากนี้ ในช่วงเวลาปีเดียวกัน Morillion และ Kopp ยังได้ร่วมงานกับ Alter Eco ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกในฝรั่งเศสที่ทำธุรกิจรูปแบบ Fair Trade โดยจะนำสินค้าจากเกษตรกรทั่วทุกมุมโลก มาจัดจำหน่ายเพื่อกระจายรายได้กลับคืนสู่ผู้ผลิตอย่างเป็นธรรม และด้วย 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประกอบกับยังไม่เห็นธุรกิจไหนใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสังคมแบบยั่งยืนอย่างจริงจัง

    นี่จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเขาปิ๊งไอเดียความคิดอยากจะสร้างธุรกิจเป็นของตนเองบ้าง โดยหัวใจหลักของธุรกิจจะต้องคำนึงถึงและใส่ใจสิ่งแวดล้อม สร้างคุณค่าคืนแก่สังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

    “พวกผมคิดว่า เราควรพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่ได้เป็นแค่ผลิตภัณฑ์ หากแต่เป็นวัตถุที่เป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัยเรา ซึ่งสิ่งที่ว่านั้นก็คือ เราต้องการสร้างสรรค์รองเท้าผ้าใบแบบใหม่ที่ผู้คนสามารถสวมใส่ได้ทุกๆ วัน และยังสามารถใส่ใจทั้งมนุษย์และสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปพร้อมๆ กันได้ด้วย" Morillion และ Kopp บอกเล่าเรื่องราว


Sebastien Kopp (ซ้าย) และ Francois-Ghislain Morillion (ขวา)


    และเมื่อพวกเขาค้นคว้าศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะเริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2004 ก็ได้พบว่า ต้นทุนการผลิต 70% ของราคารองเท้าหนึ่งคู่ของแบรนด์รองเท้าส่วนใหญ่ มักจะหมดไปกับค่าโฆษณาทำการตลาด ขณะที่ราคาของต้นทุนวัตถุดิบและกระบวนการผลิตคิดเป็นเพียง 30% เท่านั้น

    ทั้งสองผู้ก่อตั้งแบรนด์ VEJA จึงทำการกบฏฉีกกฎเดิมๆ ทิ้งไป แล้วหันมานำเงินไปใช้สนับสนุนเรื่องของต้นทุนการผลิตและการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมทั้งจ่ายค่าแรงที่เป็นธรรมให้แก่เหล่าพนักงานมากกว่า หลังจากนั้น ถัดมาในปี 2005 เพื่อนคู่หูดูโอ้ Morillion และ Kopp จึงได้เปิดตัว sneakers 'รองเท้าผ้าใบรักษ์โลก' แบรนด์ VEJA รุ่นแรกที่ชื่อ Volley  



    อย่างไรก็ตาม แม้ VEJA จะเป็นแบรนด์รองเท้าสัญชาติฝรั่งเศส แต่กลับมีฐานการผลิตตั้งอยู่ในประเทศบราซิล เนื่องด้วยวัตถุดิบหลักในการผลิตรองเท้าเกือบทั้งหมดรวมกันอยู่ที่นี่ นับตั้งแต่พื้นรองเท้าที่ทำจากยางธรรมชาติซึ่งได้ผลผลิตมาจากต้นยางในป่าแอมะซอน อีกทั้งผลผลิตยางเหล่านี้ทาง VEJA ได้เข้าไปซื้อขายโดยตรงกับกลุ่มสหกรณ์ยางของชาวบ้านในพื้นที่ในราคาที่เป็นธรรมซึ่งมากกว่าราคาตลาดทั่วไปถึง 2 เท่า , ฝ้ายออร์แกนิคที่ปลูกเชิงนิเวศแบบไม่มีการทำลายดินและไร้สารเคมี คืออีกหนึ่งวัตถุดิบสำคัญจากบราซิลและมีบางส่วนมาจากประเทศเปรูคือสิ่งที่แบรนด์ Veja เลือกใช้

    ในส่วนของรองเท้าที่เป็นแผ่นหนังก็ยังผลิตมาจากเส้นใยพืชผสมรวมกับยางสังเคราะห์โพลียูรีเทน ผ่านกระบวนการฟอกสีด้วยกรรมวิธีธรรมชาติโดยปราศจากสารเคมีอันตรายใดๆ ในทุกขั้นตอนการผลิต โดยส่วนที่เป็นหนังชนิดนี้จะเรียกว่า 'Vegan suede' ซึ่งนอกจากจะเป็นมิตรกับโลกและสิ่งแวดล้อมแล้วยังเป็นมิตรกับคนรักสัตว์อีกด้วย



    นอกเหนือจากการเลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรกับคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมแล้ว รองเท้าผ้าใบของ VEJA บางรุ่น ยังผลิตมาจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 100% โดยขวดเหล่านี้จะถูกอัปไซเคิลฉีกให้เป็นเกล็ดเล็กๆ แล้วเปลี่ยนเป็นเส้นใยสำหรับการผลิตรองเท้า ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วการผลิตรองเท้า VEJA หนึ่งคู่ จะช่วยลดขยะจากการใช้ขวดน้ำพลาสติกได้ 3 ใบ

    และสำหรับเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่มีการวางตำแหน่งโลโก้แบรนด์ซึ่งเป็นอักษรตัว “V” นั้น ถือเป็นการออกแบบดีไซน์ออกมาให้ถูกตำแหน่งที่จะช่วยยึดเท้าของผู้สวมใส่ให้เข้ากับอุ้งเท้าของแต่ละด้านอีกด้วย โดยราคาเฉลี่ยของรองเท้าของแบรนด์ VEJA นั้นจะอยู่ที่ประมาณคู่ละ 3,000-7,000 บาท ซึ่งกลุ่มคนทั่วไปสามารถซื้อหามาสวมใส่ในราคาจับต้องได้



    ตลอดระยะเวลาราว 20 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ VEJA จำหน่ายรองเท้าผ้าใบไปแล้วกว่า 12 ล้านคู่ นี่คือข้อมูลจากการรายงานผลประกอบการล่าสุดในปี 2022 ซึ่งธุรกิจเติบโตอย่างเห็นได้ชัดนอกเหนือจากจำนวนการขายรองเท้า ก็คือตัวเลขของพนักงานทั้งหมดของบริษัทราว 500 คน มีสินค้าวางจำหน่ายตามร้านค้าปลีกในห้างชั้นนำใน 60 ประเทศทั่วโลก ราว 3,000 แห่ง รวมถึงประเทศไทยที่ห้าง Siam Discovery และมีร้านค้าแบบ Flagship Store จำนวน 5 แห่ง ตั้งอยู่ในเมืองปารีส และ บอร์โดซ์ ของประเทศฝรั่งเศส, นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา, เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี และมาดริด ประเทศสเปน



    ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของแบรนด์ คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์หรูหรา ทันสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งความเรียบง่าย และยังใส่ใจต่อปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมและสิ่งแวดล้อม ณ ปัจจุบัน ซึ่งเหล่าเซเลบริตี้คนดังที่นิยมเลือกสวมใส่รองเท้าแบรนด์นี้ได้แก่ Kate Middleton ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์, Meghan Markle ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ และนักแสดงสาวคนดังอย่าง Emma Watson ที่รู้จักกันดีจากบทบาทของ 'เฮอร์ไมโอนี่' จากภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นต้น  

    “เราไม่ได้หิวกระหายต่อรายได้แต่เราต้องการให้ธุรกิจเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะเราตระหนักและใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเป็นอันตรายต่อผู้คนมากกว่า" Kopp กล่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมทิ้งท้าย




อ้างอิงข้อมูลประกอบจาก : veja.com และ How sustainable sneaker brand Veja went viral





เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Erewhon ธุรกิจสุดปัง จาก ‘สินค้าออร์แกนิกคุณภาพดี’ และ ‘สมูทตี้แก้วละ 800 บาท’

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine