ดาต้าเซ็นเตอร์ จะใช้พลังงานไฟฟ้าพุ่ง 2 เท่าใน 5 ปี

ดาต้าเซ็นเตอร์ จะใช้พลังงานไฟฟ้าพุ่ง 2 เท่าใน 5 ปี

ดาต้าเซ็นเตอร์จะใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 448 เทระวัตต์-ชั่วโมง (TWh) ในปีนี้ พุ่งเป็น 980 เทระวัตต์-ชั่วโมง (TWh) ในอีก 5 ปี ข้างหน้า และการใช้เซิร์ฟเวอร์ที่รองรับ AI จะคิดเป็น 44% ของการใช้พลังงานในดาต้าเซ็นเตอร์ในปี 2573


    Gartner, Inc. (NYSE: IT) บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก มอบข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่างๆ แก่ผู้บริหาร องค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต คาดการณ์ว่า ความต้องการพลังงานไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 16% ในปี 2568 และจะเพิ่มเป็น 2 เท่าในอีก 5 ปี ข้างหน้า (ปี 2573)

    นักวิเคราะห์ Gartner ประเมินว่า การใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจาก 448 เทระวัตต์-ชั่วโมง (TWh) ในปี 2568 เป็น 980 TWh ภายในปี 2573

    “แม้เซิร์ฟเวอร์ทั่วไป และโครงสร้างพื้นฐานจะมีส่วนสำคัญต่อการบริโภคพลังงานไฟฟ้า โดยรวมในดาต้าเซ็นเตอร์ แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วของเซิร์ฟเวอร์ ที่ถูกออกแบบหรือปรับแต่งมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับงานที่เกี่ยวข้อง กับ AI หรือ Al-Optimized Servers นั้นกำลังผลักดันให้การใช้พลังงานในดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มสูงขึ้น โดยปริมาณการใช้ไฟฟ้าของเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้จะเพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่า จาก 93 เทระวัตต์-ชั่วโมง (TWh) ในปี 2568 เป็น 432 เทระวัตต์-ชั่วโมง (TWh) ในปี 2573”

    คาดว่าปี 2568 การใช้พลังงานของ Al-Optimized Servers จะคิดเป็น 21% ของการใช้พลังงานทั้งหมดในดาต้าเซ็นเตอร์ และภายในอีก 5 ปีข้างหน้า (ปี 2573) จะเพิ่มเป็น 44% และ เซิร์ฟเวอร์เหล่านี้จะใช้พลังงานคิดเป็น 64% ของความต้องการบริโภคพลังงานที่เพิ่มขึ้นในดาต้าเซ็นเตอร์

    สหรัฐฯ และจีนยังเป็นผู้นำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI เมื่อพิจารณาระดับภูมิภาคพบว่า มากกว่า 2 ใน 3 ของความต้องการพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์มาจากสหรัฐอเมริกาและจีน โดยที่จีนอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่าเนื่องจากมีเซิร์ฟเวอร์ที ช่วยประหยัดพลังงานมากกว่า และมีการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานที่ดีกว่า

    ส่วนการใช้ไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์ของสหรัฐฯ คาดว่าจะเพิ่มจาก 4% เป็น 7.8% ของการใช้ไฟฟ้าในระดับภูมิภาค ระหว่างปี 2568-2573 ขณะที่ยุโรปจะเพิ่มขึ้นจาก 2.7% เป็น 5% โดยคาดว่าการเติบโตในจีนและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จะอยู่ในระดับปานกลาง


อนาคตพลังงานสะอาดในดาต้าเซ็นเตอร์

    สถานการณ์ปัจจุบันที่เชื้อเพลิงฟอสซิลครองสัดส่วนหลักของการผลิตไฟฟ้าให้กับดาต้าเซ็นเตอร์นับเป็นแนวทางที่ไม่ยั่งยืน ดังนั้น ทางเลือกพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ๆ อาทิ ไฮโดรเจนสีเขียว พลังงานความร้อนใต้พิภพ และเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์โมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMRs) กำลังเริ่มมีบทบาทมากขึ้น และภายในสิ้นทศวรรษนี้จะกลายเป็นทางเลือกเชื้อเพลิงที่สามารถนำมาใช้งานได้จริงสำหรับระบบไมโครกริดของดาต้าเซ็นเตอร์

    โดย Tony Harvey รองประธานและนักวิเคราะห์อาวุโสของ Gartner กล่าวว่า “อีกไม่นานนี้ก๊าซธรรมชาติจะเป็นแหล่งพลังงานหลักสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ แต่หากมองไกลไปอีกราว 3-5 ปีข้างหน้าเราคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตอย่างรวดเร็วของระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System หรือ BESS) เพื่อปรับสมดุลความผันผวนของพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม แม้ว่าระบบไมโครกริดของพลังงานความร้อน ใต้พิภพจะมีศักยภาพสูง แต่ด้วยต้นทุนเริ่มต้นที่สูงและความท้าทายในการขออนุญาตจะทำให้ยังคงเป็นตัวเลือกเฉพาะกลุ่ม ณ เวลานี้”




บทความโดย: Linglan Wang ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Gartner



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : สะพานไทย-ซาอุฯ เชื่อม "ครัวไทย" สู่ Vision 2030

อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมีนาคม 2569 ในรูปแบบ e-magazine