ความห้าวหาญ มีพลัง ความอึดและการปรับตัว คือสิ่งที่ก่อร่างความฝันแบบอเมริกัน บนพื้นฐานของความเชื่ออย่างแรงกล้าที่ว่า ใครๆ ก็ก้าวไปสู่จุดสูงสุดได้ เด็กประถมทุกคนถูกปลูกฝังความคิดว่า ไม่ว่าใครก็เป็นประธานาธิบดี ศิลปินฮิปฮอปดังคับฟ้า หรือมหาเศรษฐีนักท่องอวกาศได้ มันคือแนวคิดที่อยู่มาตั้งแต่ยุคก่อตั้งสาธารณรัฐแห่งนี้ ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามกับยุโรปในอดีตที่เต็มไปด้วยการแบ่งชนชั้น และอนาคตของคนคนหนึ่งมักถูกกำหนดมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก
อุดมคตินี้ได้รับการพิสูจน์โดยเหล่าคนเก่งเสมอมา ตั้งแต่ Alexander Hamilton เด็กกำพร้าอพยพผู้วางรากฐานระบบการเงินครั้งแรกของอเมริกา ไปจนถึง Andrew Carnegie เด็กวัยรุ่นผู้เริ่มต้นจากการเป็นคนงานในโรงงานสิ่งทอจนสร้างอาณาจักรเหล็กกล้าที่ยิ่งใหญ่ได้สำเร็จ และเรื่องนี้ก็เป็นประเด็นหลักที่ Forbes นำเสนอมาตั้งแต่ปี 1917
ดังนั้น ในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีของสหรัฐฯ ในปีนี้ เราจึงมองว่าเราคือสื่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดอันดับชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ 250 คนที่สร้างความสำเร็จด้วยตนเอง และยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน (อ่านทำเนียบฉบับเต็มชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ 250 คนที่สร้างความสำเร็จด้วยตนเองในอดีตได้ที่ forbes.com/forbes-250)
เราเริ่มค้นหาเหล่านักปฏิวัติโดยการขุดค้นข้อมูลในคลังของ Forbes เพื่อเฟ้นหาเรื่องราวคลาสสิกแห่งระบอบทุนนิยมของผู้ประกอบการ จากนั้นจึงสอบถามผู้สื่อข่าวของเราในแต่ละสายเพื่อขอไอเดีย พร้อมทั้งถามคำถามหลายร้อยข้อกับ AI ทั้ง ChatGPT และ Gemini และแม้เราจะเน้นรายชื่อเศรษฐีที่สร้างตัวจากศูนย์ขึ้นมาสู่ระดับพันล้าน แต่เราก็จัดอันดับนักวิทยาศาสตร์ผู้บุกเบิก ผู้พิพากษาศาลสูง และบุคคลอื่นๆ ที่ทรงอิทธิพลและสร้างผลกระทบอันยิ่งใหญ่ นอกเหนือจากตัวเงินเข้ามาสู่ทำเนียบรายชื่อนี้ด้วยเช่นกัน
ขั้นตอนต่อมา เราได้ส่งรายชื่อให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญช่วยกันพิจารณา ซึ่งรวมถึง DeAngela Burns-Wallace CEO ของ Kauffman Foundation, Jim McKelvey ผู้ร่วมก่อตั้ง Block (เดิมคือ Square) และ Ryan Rippel CEO ของ NextLadder Ventures
นอกจากนี้ หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ใช้คือ “Self-Made Score” ซึ่ง Forbes ให้คะแนนแต่ละบุคคลตั้งแต่ 1-10 ว่าพวกเขา “มาได้ไกลแค่ไหน” เพื่อแยกระหว่างคนที่สร้างตัวเองจากศูนย์กับคนที่มีแต้มต่อเยอะ โดยผู้ที่ได้ 9 หรือ 10 คะแนนเท่านั้นจึงจะผ่านเกณฑ์ แล้วในที่สุดเราก็ได้ทำเนียบของกลุ่มคนที่ทั้งประสบความสำเร็จด้านการเงิน ก้าวข้ามอุปสรรค และสร้างผลกระทบได้อย่างยั่งยืน
Forbes Thailand ร่วมฉลองครบรอบ 250 ปีของสหรัฐฯ ในปีนี้โดยนำเสนอเพียง 50 อันดับแรก ทั้งนี้ผู้อ่านสามารถอ่านทำเนียบฉบับเต็มได้ที่ forbes.com/forbes-250
1. Oprah Winfrey อายุ 72 ปี
Oprah เป็นบุตรของแม่วัยใส และโตมาในฟาร์มชนบทของรัฐ Mississippi ที่ไม่มีแม้แต่น้ำประปาในบ้าน ตอน 9 ขวบ เธอถูกลูกพี่ลูกน้องข่มขืน ตอนอายุ 14 ปี เธอคลอดลูกชาย แต่ไม่นานลูกก็เสียชีวิต ต่อมาเธอได้เข้าเรียนที่โรงเรียนในย่านคนรวยแถบชานเมืองด้วยความช่วยเหลือจากโครงการของรัฐบาลกลาง
ที่โรงเรียนนั้นเธอได้ค้นพบพรสวรรค์ด้านการพูดในที่สาธารณะและการโต้วาที ซึ่งช่วยให้เธอได้งานพาร์ตไทม์จัดรายการวิทยุ และต่อมาก็ได้ทุนไปเรียนที่ Tennessee State University ในปี 1984 เธอรับช่วงจัดรายการทอล์กโชว์ยามเช้า ซึ่งกำลังประสบปัญหาในเมือง Chicago แล้วเปลี่ยนมันให้กลายเป็นแบรนด์สื่อระดับชาติได้สำเร็จ
2. Harold Hamm อายุ 80 ปี
Harold เป็นลูกคนที่ 13 ของเกษตรกรในรัฐ Oklahoma ที่ต้องเอาผลผลิตมาจ่ายเป็นค่าเช่าที่ดิน ความทรงจำแรกของเขาคือ การเดินเท้าเปล่าเก็บมะเขือเทศ ต่อมาเขาเริ่มทำกิจการรถบรรทุกน้ำเข้าออกแหล่งน้ำมัน หลังจากนั้นในปี 1971 เขาจึงกู้เงินมาทำบ่อขุดเจาะน้ำมันบ่อแรกของตัวเอง ในฐานะผู้บุกเบิกเทคโนโลยีการแตกหินด้วยแรงดันสูง (วิธีขุดเจาะแบบแฟรกกิ้ง) เขามีบทบาทในการผลักดันสหรัฐฯ กลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก
3. David Steward อายุ 74 ปี
พ่อของเขาต้องทำงานเป็นทั้งช่างเครื่อง ภารโรง และพนักงานเก็บขยะเพื่อเลี้ยงดูลูก 8 คน ในสมัยที่เขาเป็นวัยรุ่นรัฐ Missouri ยังมีการแบ่งแยกสีผิว แต่ David ช่วยผลักดันจนเมืองของเขายอมให้คนผิวสีใช้สระว่ายน้ำร่วมกับคนผิวขาวได้ และแม้เขาจะเข้าร่วมทีมบาสเกตบอลระดับมัธยมฯ ตอนปลายที่โรงเรียนช้ากว่าคนอื่นๆ แต่เขาก็คว้าทุนเข้ามหาวิทยาลัยมาได้สำเร็จ
ในภายหลังเขาได้ร่วมก่อตั้ง World Wide Technology ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการด้าน IT รายใหญ่ที่สุดในโลก แต่กระนั้นเขาก็ยังเคยมีช่วงเวลาที่ไม่มีรายได้เลย แถมยังถูกยึดรถอีกด้วย
4. Thomas Peterffy อายุ 81 ปี
ในปี 1965 Thomas วัย 21 ปี มาถึงสนามบิน John F. Kennedy โดยแทบไม่มีเงินติดตัวเลย หลังจากที่เขาหนีออกมาจากฮังการีในยุคคอมมิวนิสต์ เขาคิดว่าจะมาอาศัยอยู่กับพ่อ แต่กลับถูกปฏิเสธและได้เงินมาแค่ 100 เหรียญ จนในที่สุดเขาก็ได้งานเป็นโปรแกรมเมอร์ ต่อมาเขาเก็บออมเงินได้มากพอจะซื้อที่นั่งเข้าไปเทรดหุ้นใน American Stock Exchange ได้สำเร็จ และต่อมาได้บุกเบิกการเทรดหุ้นอัตโนมัติด้วยระบบดิจิทัลผ่านบริษัท Interactive Brokers ของเขาเอง
5. LeBron James อายุ 41 ปี
แม่ของเขาตั้งครรภ์ตั้งแต่วัยรุ่น การหางานที่มั่นคงหรือบ้านเป็นหลักแหล่งจึงเป็นเรื่องยาก ทำให้เขาต้องย้ายที่อยู่มากกว่า 10 ครั้งในเวลาแค่ 3 ปี ต่อมาเมื่อเขาอายุ 9 ขวบ เด็กขาดพ่อจากเมือง Akron รัฐ Ohio คนนี้ได้ย้ายไปอาศัยอยู่กับครอบครัวของโค้ชฟุตบอลในท้องถิ่น ผู้สอนให้เขาได้รู้จักบาสเกตบอล การได้รับคัดเลือกเข้าสู่ลีกอาชีพในปี 2003 ทันทีที่จบมัธยมฯ ตอนปลาย ทำให้ LeBron กลายมาเป็นผู้เล่น NBA คนแรกที่ไปถึงสถานะเศรษฐีพันล้านได้ตั้งแต่ยังไม่ลาวงการ
6. Jan Koum อายุ 50 ปี
หลังจากเขาอพยพจากยูเครนมาอยู่เมือง Mountain View รัฐ California ตอนอายุ 16 ปี Jan กับแม่เช่าห้องเล็กๆ แบบ 2 ห้องนอนได้ด้วยความช่วยเหลือจากรัฐบาล และต่อมาเขาได้ลงนามในสัญญาขาย WhatsApp ซึ่งเขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งให้แก่ Meta ในตึกเดียวกับที่ครั้งหนึ่งเขาเคยต้องไปต่อแถวรับคูปองอาหารจากรัฐ
7. Dolly Parton อายุ 80 ปี
นักร้องเพลงคันทรีคนนี้โตมาแบบ “จนกรอบ” พร้อมกับพี่น้อง 11 คนในกระท่อมหลังเล็กในรัฐ Tennessee ที่ไม่มีทั้งน้ำประปาและไฟฟ้า เธอย้ายไปอยู่เมือง Nashville หลังจากเรียนจบมัธยมฯ ปลาย แล้วใช้พรสวรรค์ด้านการแต่งเพลงเขียนเพลงฮิตติดท็อป 10 ให้ศิลปินอย่าง Kitty Wells และ Hank Williams Jr. ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินดังด้วยตัวเอง
8. Bill Clinton อายุ 79 ปี
Bill ซึ่งพ่อเสียชีวิตไปตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเกิดมุ่งมั่นอยากเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาตั้งแต่เด็ก แม้จะโตมาในครอบครัวยากจนที่มีความรุนแรงในบ้านก็ตาม ต่อมาเขาได้ทุนเรียนที่ Georgetown University และได้ทุน Rhodes Scholarship อันทรงเกียรติ และเข้าศึกษาต่อที่ Yale Law School
เขาเริ่มต้นทำงานเป็นอาจารย์ด้านกฎหมาย ก่อนจะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดของรัฐ Arkansas ตามด้วยตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ และได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 42 ในที่สุด

9. Diane Hendricks อายุ 79 ปี
Diane เป็นแม่ตั้งแต่อายุ 17 ปี ทำให้เธอต้องลาออกจากโรงเรียน ต่อมาเธอไปทำงานเป็นสาวกระต่ายเพลย์บอยเพื่อหาเลี้ยงลูก ก่อนจะได้พบกับ Ken สามีคนที่ 2 ทั้งคู่ร่วมกันก่อตั้ง ABC Supply ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ที่สุดในโลก พวกเขาช่วยกันบริหารงานมาจนถึงปี 2007 เมื่อ Ken เสียชีวิตเพราะตกทะลุหลังคาลงมาในระหว่างที่เขากำลังตรวจสอบงานก่อสร้าง

10. J.D. Vance อายุ 41 ปี
J.D. โตมาในพื้นที่ Rust Belt ในรัฐ Ohio โดยเผชิญความลำบากทั้งเรื่องเงินและความไม่มั่นคงในครอบครัวเพราะพ่อทิ้งไปและแม่ติดยาเสพติด คนที่เลี้ยงเขามาคือคุณยายผู้มีปืนพก 19 กระบอก และอบรมสั่งสอนเขาอย่างเข้มงวด ต่อมาเขาไปร่วมรบในสงครามอิรักโดยอยู่หน่วยนาวิกโยธิน หลังจากนั้นก็เรียนจบกฎหมายจาก Yale และกลายเป็นนักธุรกิจเงินร่วมลงทุน (VC)
หนังสือบันทึกความทรงจำชื่อ Hillbilly Elegy ของเขาได้รับความสนใจจากทั่วประเทศ และเขาได้รับเลือกให้เป็นวุฒิสมาชิกจากรัฐ Ohio ในปี 2022 หลังจากนั้นก็ได้รับเลือกให้เป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2024
11. Larry Ellison อายุ 81 ปี
แม่วัย 19 ปีที่ไม่ได้แต่งงานของ Larry อยากยกเขาให้คนอื่นตั้งแต่อายุแค่ 9 เดือนหลังจากที่เขาติดเชื้อโรคปอดบวม เขาเติบโตมากับป้าและลุงซึ่งเคยสูญเสียธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไปในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) และหาเงินได้แค่พอกินด้วยอาชีพผู้สอบบัญชีในหน่วยงานการเคหะ Larry เคยลาออกจากมหาวิทยาลัยถึง 2 ครั้ง ก่อนที่เขาจะกลายมาเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการเทคโนโลยีในที่สุด
12. George Soros อายุ 95 ปี
George ในวัยเด็กรอดชีวิตมาจากฮังการีในยุคที่ถูกนาซีเข้ายึดครอง เขาหาเงินส่งตัวเองเรียนที่ London School of Economics โดยทำงานเป็นพนักงานยกของประจำสถานีรถไฟและเป็นบริกร ก่อนจะกลายมาเป็นหนึ่งในนักการเงินผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก
13. Donald Friese อายุ 85 ปี
Donald เป็นเด็กกำพร้าที่ทำงานในฟาร์มโคนมตั้งแต่อายุ 12 ปี ก่อนจะไปสมัครเข้ากองทัพบก หลังจากประจำการอยู่ 3 ปี เขาก็ย้ายไปอยู่รัฐ California พร้อมเงิน 125 เหรียญและได้งานที่คลังสินค้าของ C.R. Laurence ซึ่งต่อมาเขาซื้อกิจการบริษัทแห่งนี้แล้วขายไปโดยได้รับเงินสดมา 1.3 พันล้านเหรียญในปี 2015
14. David Walentas อายุ 87 ปี
David เล่าว่า สมัยที่เขากับพี่ชายเคยเป็นเด็กทำงานในฟาร์ม พวกเขาเป็น “อะไรที่กึ่งๆ ระหว่างเด็กกำพร้ากับแรงงานขัดดอก”
15. Howard Schultz อายุ 72 ปี
Howard โตมาในแฟลตการเคหะย่าน Brooklyn ตอนที่เขาอายุ 7 ขวบ พ่อของเขาซึ่งเป็นพนักงานขับรถส่งผ้าอ้อมเคยหกล้มขณะทำงานโดยที่ไม่มีประกันและไม่ได้เงินเดือน เขาเป็นคนแรกในครอบครัวที่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัย โดยเข้าเรียนที่ Northern Michigan University ด้วยทุนนักกีฬาฟุตบอล ต่อมาเขาเข้าทำงานในบริษัทกาแฟเล็กๆ ชื่อ Starbucks ในช่วงทศวรรษ 1980
16. Clarence Thomas อายุ 77 ปี
พ่อของ Clarence ทิ้งครอบครัวไปตั้งแต่เขายังเด็กมาก แม่จึงส่งเขาซึ่งตอนนั้นอายุ 7 ขวบกับ Myers ผู้เป็นน้องชายไปอยู่กับตายายที่เมือง Savannah รัฐ Georgia ซึ่งถึงแม้ชีวิตจะมั่นคงขึ้น แต่ในบ้านก็ไม่มีกระทั่งน้ำประปา เขาเข้าเรียนในโรงเรียนคาทอลิกที่แบ่งแยกคนผิวสี จากนั้นไปเรียนต่อที่ Yale Law School แล้วต่อมาก็ได้เป็นตุลาการสมทบในศาลสูงสุดของสหรัฐฯ เมื่อปี 1991
17. Bob Parsons อายุ 75 ปี
Bob เป็นลูกของพ่อแม่ที่ถูกผีพนันสิงจึงโตมาอย่างยากจนข้นแค้นในย่านกลางเมือง Baltimore และโรงเรียนก็ไม่ใช่ที่พึ่ง เพราะเขาเรียนซ้ำชั้นประถมปีที่ 5 และเกือบสอบตกชั้นมัธยมฯ ปลายปีสุดท้าย หลังจากเขาสมัครเป็นนาวิกโยธินไปรบที่เวียดนามในปี 1969 เขากลับบ้านมาพร้อมภาวะเครียดจากเหตุการณ์รุนแรง (PTSD) ต่อมาเขาฝึกเขียนโค้ดด้วยตัวเอง และเริ่มทำธุรกิจหลายอย่าง รวมถึงบริษัทเว็บโฮสติ้ง GoDaddy.com ที่เขาขายกิจการให้กลุ่มนักลงทุนซึ่งรวมถึง KKR ไปในที่สุด
18. Jay-Z อายุ 56 ปี
Jay-Z เติบโตในโครงการบ้านพัก Marcy อันเลื่องชื่อของย่าน Brooklyn และเคยเป็นเด็กเดินยาเสพติด ก่อนพลิกชีวิตเข้าสู่วงการดนตรี เขาตัดสินใจร่วมก่อตั้งค่ายเพลงของตัวเองเพื่อปล่อยอัลบั้มแรกหลังถูกปฏิเสธจากค่ายเพลงทุกแห่ง
19. Sonia Sotomayor อายุ 71 ปี
Sonia เติบโตในโครงการบ้านสวัสดิการของรัฐย่าน Bronx เธอเป็นโรคเบาหวานในเด็กตั้งแต่อายุ 7 ขวบ และสูญเสียพ่อไปเมื่ออายุ 9 ขวบ หลังจากเรียนจบโรงเรียนคาทอลิกเธอสามารถสอบเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย Princeton ได้สำเร็จ โดยในขณะนั้นได้รับทุนช่วยเหลือทางการเงินเนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน ต่อมาเธอได้รับการเสนอชื่อเข้าดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลสูงสุดแห่งสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดี Barack Obama ในปี 2009
20. Dr. Dre อายุ 61 ปี
แร็ปเปอร์ชื่อดังเคยรับจ้างตัดหญ้าเพื่อหาเงินซื้อรองเท้าใส่ในวัยเด็ก “ผมทำทุกอย่างที่จำเป็นต้องทำ”
21. Shahid Khan อายุ 75
ผู้อพยพชาวปากีสถานเดินทางไปยังสหรัฐฯ พร้อมเงินติดตัวเพียง 500 เหรียญ Shahid ทำงานเป็นพนักงานล้างจานกะกลางคืนระหว่างศึกษาที่ University of Illinois วิทยาเขต Urbana-Champaign ในเวลาต่อมาเขาได้ออกแบบกันชนรถบรรทุกแบบชิ้นเดียว ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของความมั่งคั่งระดับ 1.5 หมื่นล้านเหรียญของเขา
22. Dennis Washington อายุ 91 ปี
ผู้ครองตำแหน่งพลเมืองที่มั่งคั่งที่สุดของรัฐ Montana เคยรอดชีวิตจากโรคโปลิโอในวัยเด็ก และเคยอาศัยอยู่ในบ้านพักสวัสดิการของรัฐในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ เขายังหาค่าขนมด้วยการรับขัดรองเท้าในวัยเด็ก
23. Magic Johnson อายุ 66 ปี
ดาวเด่นแห่งวงการ NBA เติบโตในครอบครัวชนชั้นแรงงานโดยอาศัยอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ขนาด 3 ห้องนอนร่วมกับพี่น้อง 9 คน Magic ยุติอาชีพนักบาสเกตบอล NBA เมื่อปี 1991 หลังตรวจพบว่าติดเชื้อ HIV ความมั่งคั่งเกือบทั้งหมดของเขามาจากความสำเร็จในโลกธุรกิจที่สร้างขึ้นหลังเลิกเล่นบาสเกตบอล
24. John Paul DeJoria อายุ 81 ปี
John ผู้ร่วมก่อตั้งอาณาจักรผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม John Paul Mitchell Systems และแบรนด์เตกิลาชั้นเลิศ Patrón Spirits Company เคยอยู่ในสถานสงเคราะห์เด็กและเป็นคนไร้บ้านถึง 2 ครั้ง โดยต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นที่พักอาศัย

25. Tyler Perry อายุ 56 ปี
ผู้อำนวยการสร้างและผู้กำกับเคยตกอยู่ในสถานะคนไร้บ้านและยากจนถึงขีดสุด โดย Tyler ต้องเผชิญกับสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าความขัดสนทางการเงินในวัยเด็กที่เมือง New Orleans กับการเติบโตมากับการถูกทำร้ายจากชายคนหนึ่งซึ่งภายหลังเพิ่งรู้ความจริงว่าไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของตนเอง เขาใช้การเขียนเป็นทางระบายความทุกข์ก่อนตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนมัธยมกลางคัน เพื่อเริ่มนำบทละครที่เขาเขียนขึ้นไปแสดงตามโรงละครเล็กๆ
26. Ralph Lauren อายุ 86 ปี
ก่อนก้าวขึ้นเป็นผู้ทรงอิทธิพลในโลกแฟชั่น Ralph เคยอาศัยอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ขนาด 2 ห้องนอนในย่าน Bronx ร่วมกับพ่อแม่ที่เป็นชาวอพยพ และพี่น้องอีก 3 คน

27. Noubar Afeyan อายุ 63 ปี
ผู้ประกอบการในธุรกิจสุขภาพและนักลงทุน VC อพยพมาจากเลบานอนพร้อมครอบครัวในช่วงทศวรรษ 1970 ก่อนเริ่มต้นชีวิตใหม่ และสร้างตัวขึ้นมาจากศูนย์ที่เมือง Montreal
28. Herbert Wertheim อายุ 86 ปี
เด็กหนุ่มที่หนีออกจากบ้านเคยถูกตั้งข้อหาขาดเรียนโดยเจตนาในวัย 16 ปี Wertheim ได้รับทางเลือกระหว่างการเข้าสถานพินิจหรือเป็นทหารเรือ เขาตัดสินใจเลือกอย่างหลัง ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสู่ความสำเร็จในฐานะจักษุแพทย์ นักประดิษฐ์ และนักลงทุนผู้มั่งคั่ง
29. Henry Samueli อายุ 71 ปี
บุตรชายของคู่สามีภรรยาชาวโปแลนด์ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่อพยพไปยังสหรัฐฯ แทบจะตัวเปล่า Henry ในวัยเด็กช่วยงานที่ร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เล็กๆ ของครอบครัว ต่อมาเขาค้นพบความหลงใหลในด้านวิศวกรรม และได้กลายเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Broadcom บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
30. Harry Stine อายุ 84 ปี
เศรษฐีพันล้านจากอุตสาหกรรมถั่วเหลืองเติบโตขึ้นในฟาร์ม และต้องต่อสู้กับภาวะบกพร่องด้านการอ่านเขียนในช่วงวัยเด็ก ก่อนจะค้นพบพรสวรรค์ด้านพันธุศาสตร์เมล็ดพันธุ์ในเวลาต่อมา
31. Daniel D’Aniello อายุ 79 ปี
ผู้ร่วมก่อตั้ง Carlyle Group เริ่มต้นทำงานหาเงินด้วยการเป็นพนักงานบรรจุของในซูเปอร์มาร์เก็ตตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องทำงานถึง 4 งาน เพียงเพื่อให้ครอบครัวพออยู่พอกิน
32. Dick Portillo อายุ 86 ปี
เจ้าของอาณาจักรร้านฮอตดอกเติบโตมาในโครงการบ้านสวัสดิการของรัฐ
33. David Geffen อายุ 83 ปี
ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการ Hollywood รายนี้เกิดในครอบครัวผู้อพยพชนชั้นแรงงาน David เริ่มต้นเส้นทางอาชีพเป็นพนักงานคัดแยกจดหมายและเดินเอกสารที่ William Morris Agency
34. Yvon Chouinard อายุ 87 ปี
Yvon มีภูมิหลังมาจากครอบครัวชนชั้นแรงงานและใช้ชีวิตช่วงวัย 20 ส่วนใหญ่ไปกับการปีนผาโดยอาศัยอยู่ในรถยนต์ และใช้เงินเพียงวันละ 50 เซนต์ เขาถึงขั้นเคยประทังชีวิตด้วยการล่ากระรอกมากินประทังชีวิต ภายหลังเขาก่อตั้ง Patagonia และเป็นที่รู้จักจากการตัดสินใจยกหุ้นทั้งหมดให้องค์กรการกุศล เพื่อต่อสู้กับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
35. Igor Olenicoff อายุ 83 ปี
ครอบครัวของ Igor เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ย้ายถิ่นฐานจากสหภาพโซเวียตไปยังอิหร่านซึ่งเป็นสถานที่เกิดของเขา หลังจากนั้นได้เดินทางไปยังสหรัฐฯ พร้อมเงินติดตัวเพียง 800 เหรียญ
36. Eric Smidt อายุ 66 ปี
Eric เคยใช้ชีวิตอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเป็นเวลา 4 ปีก่อนก่อตั้ง Harbor Freight Tools บริษัทค้าปลีกเครื่องมืิอช่างผ่านการสั่งซื้อทางไปรษณีย์
37. Arthur Blank อายุ 83 ปี
Arthur เกิดที่ย่าน Queens และอาศัยอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ขนาด 1 ห้องนอน เขาสูญเสียพ่อไปตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นจึงต้องรับจ้างจัดสวนและทำงานร้านซักรีดเพื่อส่งตัวเองจนเรียนจบระดับมหาวิทยาลัย เขาถูกไล่ออกจากบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์วัสดุก่อสร้าง ก่อนร่วมก่อตั้งธุรกิจ Home Depot
38. Neil Bluhm อายุ 88 ปี
พ่อของ Neil ทิ้งครอบครัวไปตั้งแต่เขาอายุเพียง 13 ปี เขาทำงานหาเลี้ยงตัวเองจนสามารถเรียนจบปริญญาด้านกฏหมาย ต่อมาเขาได้ก่อร่างสร้างอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์จนประสบความสำเร็จ
39. Joe Kiani อายุ 61 ปี
ครอบครัวของ Joe อาศัยอยู่ในโครงการบ้านสวัสดิการของรัฐ หลังอพยพมาจากอิหร่าน เขาต้องพึ่งพาตนเองตั้งแต่อายุ 14 ปี และทำงานหาเงินเพื่อจ่ายค่าเล่าเรียนจนสำเร็จการศึกษา
40. Fernando De Leon อายุ 47 ปี
เจ้าพ่อแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์สูญเสียพ่อไปตั้งแต่อายุ 12 ปี Fernando ต้องเดินทางข้ามพรมแดนจากเม็กซิโกไปเรียนที่รัฐ Texas ทุกวัน “ความคิดของผมยังคงเป็นแบบคนจนเสมอ” เขากล่าว
41. Hayes Barnard อายุ 54 ปี
เศรษฐีพันล้านจากธุรกิจฟินเทคเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของแม่เลี้ยงเดี่ยว (พ่อของเขาติดแอลกอฮอล์และทิ้งไปตอนเขาอายุ 3 ขวบ) Hayes ก้าวข้ามอุปสรรคจากภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ ก่อนจะก่อตั้ง GoodLeap บริษัทผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่อการปรับปรุงบ้านจนประสบความสำเร็จ
42. Michael Polsky อายุ 77 ปี
ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมพลังงานอพยพมาจากยูเครนพร้อมภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ในปี 1976 โดยมีเงินติดตัว 500 เหรียญ และกระเป๋าเดินทาง 4 ใบ องค์กรการกุศลที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยแนะนำให้เขาทำงานใช้แรงงานทั่วไป แต่ Michael เลือกส่งประวัติสมัครงานนับหลายร้อยแห่งจนในที่สุดได้งานเป็นวิศวกรในโรงไฟฟ้า
43. Frank VanderSloot อายุ 77 ปี
ผู้ก่อตั้ง Melaleuca เติบโตมากับการทำงานหนักในฟาร์มของครอบครัว ขณะที่พ่อของเขาทำงานรับจ้างในกิจการทางรถไฟ ระหว่างศึกษาในมหาวิทยาลัยเขาอาศัยอยู่ในร้านซักผ้าแบบหยอดเหรียญ
44. Ken Langone อายุ 90 ปี
Ken เป็นลูกชายของช่างประปา และพนักงานโรงอาหาร วาณิชธนากรผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Home Depot เคยทำงานรับจ้างขุดคูระบายน้ำในโครงการก่อสร้างทางด่วน Long Island ก่อนจะเรียนจบปริญญาสาขาเศรษฐศาสตร์
45. David Hoffmann อายุ 73 ปี
บ้านของ David ไม่มีน้ำร้อนใช้จนกระทั่งเข้าเรียนในชั้นมัธยมฯ ปลาย
46. Haim Saban อายุ 81 ปี
ผู้อพยพชาวอียิปต์เคยอาศัยอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ขนาดเพียงห้องเดียวใน Tel Aviv ประเทศอิสราเอล ก่อนตัดสินใจย้ายถิ่นฐานไปยังสหรัฐฯ และสร้างเนื้อสร้างตัวจนกลายเป็นเจ้าพ่อธุรกิจสื่อ
47. Jay Chaudhry อายุ 66 ปี
เศรษฐีพันล้านจากวงการเทคโนโลยีเติบโตในหมู่บ้านชนบทของอินเดีย โดยบ้านของเขาไม่มีทั้งไฟฟ้าและน้ำประปา
48. Omar M. Yaghi อายุ 61 ปี
ลูกชายของผู้อพยพชาวปาเลสไตน์เจ้าของรางวัลโนเบลย้ายไปยังสหรัฐฯ ตั้งแต่อายุ 15 ปี เพื่อศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย
49. Israel Englander อายุ 77 ปี
ลูกชายของผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เศรษฐีพันล้านเจ้าของกองทุนเฮดจ์ฟันด์เติบโตขึ้นในย่าน Brooklyn และเริ่มต้นเทรดหุ้นตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมฯ ปลาย
50. Arnold Schwarzenegger อายุ 78 ปี
Arnold เกิดในครอบครัวที่ยากจนในเมืองเล็กๆ ของประเทศออสเตรีย เขาใช้ทักษะด้านเพาะกายรวมถึงรายได้เสริมจากการทำงานก่อสร้างและการขายแผ่นพับแนะนำการออกกำลังกาย เพื่อนำเงินไปลงทุนซื้ออะพาร์ตเมนต์ตั้งแต่ก่อนจะกลายเป็นดาราภาพยนตร์ระดับโลก
บรรณาธิการ: ALEX KNAPP และ LUISA KROLL
รายงาน: JESSICA JACOLBE และ CHASE PETERSON-WITHORN
เรียบเรียง: ธรรดร โสตถิอำรุง และ นวตา สันติวัฒนา
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : บาลานซ์ชีวิตเศรษฐีคันทรี่ Blake Shelton ทิ้งเงินล้าน เลือก “ฟาร์มสุข”



