10 มหาเศรษฐีอเมริกันอายุน้อยที่สุด ในทำเนียบ Forbes 400 ประจำปี 2026

10 มหาเศรษฐีอเมริกันอายุน้อยที่สุด ในทำเนียบ Forbes 400 ประจำปี 2026

มหาเศรษฐีเหล่านี้สามารถติดอันดับ 400 บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในสหรัฐฯ ได้ก่อนที่จะมีอายุครบ 40 ปี


    ไม่มีอะไรสะท้อนภาพอนาคตได้ดีไปกว่าการมองไปยังคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงรายชื่อ Forbes 400 ซึ่งจัดอันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในสหรัฐฯ ที่การปฏิวัติ AI กำลังพลิกโฉมอันดับความมั่งคั่ง และผลักดันให้เหล่าเจ้าพ่ออายุน้อยมาก ก้าวเข้าสู่คลับสุดเอ็กซ์คลูซีฟของประเทศด้วยอัตราที่รวดเร็วอย่างน่าทึ่ง

    เมื่อปีที่แล้ว มีมหาเศรษฐีอายุต่ำกว่า 40 ปีเพียง 4 คนที่มีความมั่งคั่งมากพอจะติดรายชื่อ Forbes 400 แต่ในปีนี้มีถึง 10 คน

    ในปีนี้ มีมหาเศรษฐีวัย 30 กว่าๆ ถึง 7 คนที่ก้าวขึ้นมาติดรายชื่อเป็นครั้งแรก แม้เกณฑ์ความมั่งคั่งสุทธิขั้นต่ำสำหรับการติดอันดับจะสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 4.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และมหาเศรษฐีทั้ง 7 คนต่างสร้างความมั่งคั่งจากกระแสบูมของ AI

    มหาเศรษฐี 4 คนจาก 7 คนนี้มาจากบริษัทเดียวกัน นั่นคือ Anthropic ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2021 หลังพนักงาน 7 คนของ OpenAI ตัดสินใจลาออก เพราะเชื่อว่าบริษัทกำลังพัฒนา AI เร็วเกินไปโดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือมากพอ

    ปัจจุบัน 4 คนในกลุ่มนี้ติดอยู่ใน 10 อันดับสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดของ Forbes 400 ประจำปีนี้ ขณะที่อีก 2 คนมีอายุช่วงต้น 40 ปีและเป็นสมาชิกหน้าใหม่ของการจัดอันดับเช่นกัน ส่วนอีก 1 คนเป็นพลเมืองแคนาดา

    ผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 7 คน ได้แก่ Tom Brown อายุ 39 ปี, Daniela Amodei อายุ 39 ปี, Jack Clark อายุ 37 ปี และ Sam McClandish อายุ 36 ปี รวมถึงผู้ร่วมก่อตั้งอีก 3 คน ปัจจุบันมีมูลค่าทรัพย์สินรวมโดยประมาณคนละ 1.55 หมื่นล้านเหรียญ และอยู่ในอันดับที่ 75 ร่วมกันของ Forbes 400

    Anthropic ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโมเดล AI อย่าง Claude มีมูลค่าล่าสุดอยู่ที่ 9.65 แสนล้านเหรียญ หลังจากระดมทุนได้ 6.5 หมื่นล้านเหรียญในเดือนพฤษภาคม (ก่อนหน้านี้ในปีนี้ ผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 7 คนให้คำมั่นว่าจะบริจาคทรัพย์สิน 80% ของพวกเขาในท้ายที่สุด)

    ด้าน OpenAI ก็ยังเติบโตได้ดีเช่นกัน Greg Brockman ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริษัท วัย 38 ปี เป็นสมาชิกหน้าใหม่ที่ร่ำรวยที่สุดของ Forbes 400 โดยเขาเข้าสู่การจัดอันดับหลังจากให้การภายใต้คำสาบานในระหว่างการพิจารณาคดีเมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้ทางกฎหมายระหว่างบริษัทผู้สร้าง ChatGPT กับ Elon Musk โดย Brockman ยอมรับว่ามูลค่าหุ้นที่เขาถืออยู่ใน OpenAI สูงกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญ

    OpenAI มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 8.52 แสนล้านเหรียญในเดือนมีนาคม ขณะที่ทั้ง OpenAI และ Anthropic ได้ยื่นเอกสารแบบเป็นความลับในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา เพื่อเตรียมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต

    อีกคนที่น่าจับตาคือ Palmer Luckey แห่ง Anduril ซึ่งเป็นสมาชิกที่อายุน้อยเป็นอันดับ 2 ของรายชื่อ ด้วยวัย 33 ปี หลังบริษัทผู้พัฒนาโดรนอัตโนมัติของเขาระดมทุนจากบริษัทร่วมลงทุนได้ 5 พันล้านเหรียญ ในเดือนพฤษภาคม ที่มูลค่าบริษัท 6.1 หมื่นล้านเหรียญ

    ส่วนสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดของ Forbes 400 คือ Steven Hao วัย 30 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Cognition บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์วิศวกร AI อย่าง Devin โดยในเดือนกันยายน Cognition ประกาศระดมทุนจากนักลงทุนเอกชนได้ 2 พันล้านเหรียญ ที่มูลค่าบริษัท 4.8 หมื่นล้านเหรียญ หรือไม่ถึง 3 ปีหลังจากก่อตั้งบริษัท

    มีมหาเศรษฐีเพียง 3 คนจาก 10 อันดับมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดใน Forbes 400 ปี 2025 ที่ยังคงรักษาตำแหน่งไว้ได้ในปีนี้ ได้แก่ Edwin Chen วัย 38 ปี ผู้ก่อตั้ง Surge AI บริษัทด้านการฝึก AI, Vlad Tenev วัย 39 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งแอปซื้อขายหุ้น Robinhood และ Lukas Walton วัย 39 ปี ทายาทของความมั่งคั่งจาก Walmart

    Walton เป็นเพียงคนเดียวใน 10 คนที่ได้รับมรดกเป็นที่มาของความมั่งคั่ง และด้วยทรัพย์สินประมาณ 4.4 หมื่นล้านเหรียญ เขาเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในกลุ่ม ตามด้วย Brockman ซึ่งมีทรัพย์สินประมาณ 2.55 หมื่นล้านเหรียญ

    โดยรวมแล้ว มหาเศรษฐี 10 คนที่อายุน้อยที่สุดใน Forbes 400 ประจำปีนี้ มีทรัพย์สินรวมกัน 1.69 แสนล้านเหรียญ ลดลงจาก 3.57 แสนล้านเหรียญในปี 2025

    การลดลงดังกล่าวแทบทั้งหมดเกิดจากมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินจำนวนมากบางรายมีอายุเกินเกณฑ์ที่จะติดกลุ่ม 10 อันดับแรก โดยเฉพาะ Mark Zuckerberg ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอวัย 42 ปีของ Meta ซึ่งมีทรัพย์สินประมาณ 2.12 แสนล้านเหรียญ, Josh Kushner นักลงทุนร่วมทุนวัย 41 ปี ซึ่งมีทรัพย์สิน 1.67 หมื่นล้านเหรียญ และ Nathan Blecharczyk ผู้ร่วมก่อตั้ง Airbnb วัย 43 ปี ซึ่งมีทรัพย์สิน 1.19 หมื่นล้านเหรียญ

    สำหรับ Forbes 400 ทั้งหมด อายุของสมาชิกอยู่ในช่วงตั้งแต่ Steven Hao สมาชิกหน้าใหม่วัย 30 ปี ไปจนถึง Archie Aldis Emmerson เจ้าพ่อธุรกิจไม้ วัย 97 ปี ซึ่งมีทรัพย์สิน 6 พันล้านเหรียญ โดยอายุเฉลี่ยของสมาชิกทั้งหมดอยู่ที่ 70 ปี

    และต่อไปนี้คือสมาชิก 10 คนที่อายุน้อยที่สุดของ Forbes 400 ประจำปี 2026 เรียงจากอายุมากที่สุดไปหาอายุน้อยที่สุด (มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันที่ 4 กันยายน 2026)


10. Lukas Walton, วัย 39 ปี

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 4.44 หมื่นล้านเหรียญ
แหล่งที่มาของความมั่งคั่ง: Walmart

    Lukas Walton เป็นหลานชายของ Sam Walton ผู้ก่อตั้ง Walmart ซึ่งเสียชีวิตในปี 1992 และเป็นบุตรเพียงคนเดียวของ John Walton ลูกชายของ Sam Walton ซึ่งเสียชีวิตในปี 2005

    Walton ได้รับมรดกราวหนึ่งในสามของทรัพย์สินของบิดา โดยส่วนใหญ่เป็นหุ้น Walmart ปัจจุบันเขาบริหาร Builders Vision บริษัทด้านการลงทุนและการกุศลในชิคาโก ซึ่งบริหารสินทรัพย์มูลค่ามากกว่า 1.5 หมื่นล้านเหรียญ ครอบคลุมธุรกิจพลังงานสะอาด อาหารยั่งยืน และการอนุรักษ์มหาสมุทร

    ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เขาเข้าซื้อหุ้นส่วนน้อยใน Chicago Bulls ทีมบาสเกตบอล NBA


9. Vlad Tenev, วัย 39 ปี

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 7.1 พันล้านเหรียญ
แหล่งที่มาของความมั่งคั่ง: Robinhood

    Tenev เกิดในบัลแกเรีย โดยพ่อและแม่ทำงานให้กับธนาคารโลก และเขาได้พบกับ Baiju Bhatt ผู้ร่วมก่อตั้งและสมาชิก Forbes 400 เช่นเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 41 ปี ขณะศึกษาอยู่ที่ Stanford

    ในปี 2013 ทั้งคู่ร่วมกันเปิดตัว Robinhood แอปซื้อขายหุ้นที่เข้ามายกเลิกค่าคอมมิชชันในการซื้อขายหุ้น และผลักดันให้บริษัทหลักทรัพย์รายอื่นๆ ในอุตสาหกรรมต้องปรับตัวตาม ทั้งสองนำ Robinhood เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2021 โดยสัดส่วนการถือหุ้นของ Tenev ซึ่งอยู่ที่ราว 6% เป็นแหล่งความมั่งคั่งหลักของเขา

    ปัจจุบันธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของ Robinhood คือ “ตลาดคาดการณ์” (prediction markets) ซึ่งผู้ใช้งานสามารถซื้อสัญญาที่อ้างอิงกับเหตุการณ์ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง การตัดสินใจด้านนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed การแข่งขันกีฬา ไปจนถึงสภาพอากาศ

    ในไตรมาส 2 ของปีนี้ ตลาดคาดการณ์สร้างรายได้มากกว่า 156 ล้านเหรียญ แซงหน้ารายได้จากธุรกิจซื้อขายหุ้นและคริปโตเคอร์เรนซี

    นอกจากนี้ Tenev ยังดำรงตำแหน่งประธานของ Harmonic สตาร์ทอัพด้าน AI ที่เขาก่อตั้งขึ้นในปี 2023 โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีด้านการใช้เหตุผลทางคณิตศาสตร์


8. Tom Brown, วัย 39 ปี

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 1.55 หมื่นล้านเหรียญ
แหล่งที่มาของความมั่งคั่ง: Anthropic

    Brown ศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และวิทยาศาสตร์การรู้คิดที่ MIT และเป็นหนึ่งในพนักงาน 20 คนแรกของ OpenAI

    เขาเป็นผู้เขียนหลักของงานวิจัยที่เผยแพร่ในปี 2020 ซึ่งนำเสนอ GPT-3 โมเดลภาษาที่แสดงให้เห็นว่า AI ประเภทนี้สามารถสร้างข้อความได้อย่างคล่องแคล่ว และกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จุดชนวนกระแสการลงทุนครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ในเวลาต่อมา

    ในปี 2021 Brown ลาออกจาก OpenAI พร้อมเพื่อนร่วมงานอีก 6 คน เพื่อร่วมก่อตั้ง Anthropic ห้องปฏิบัติการวิจัยด้าน AI ที่เป็นคู่แข่งของ OpenAI และเป็นผู้พัฒนาแชตบอต Claude โดย Brown รับผิดชอบดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลที่ใช้ในการฝึกโมเดล Claude


7. Daniela Amodei, วัย 39 ปี

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 1.55 หมื่นล้านเหรียญ
แหล่งที่มาของความมั่งคั่ง: Anthropic

    Amodei สำเร็จการศึกษาจาก University of California, Santa Cruz และเคยทำงานที่ Stripe บริษัทด้านการชำระเงิน ก่อนเข้าร่วม OpenAI ซึ่งเธอรับผิดชอบดูแลงานด้านความปลอดภัยและนโยบายของบริษัท

    ในปี 2021 เธอลาออกจาก OpenAI พร้อม Dario พี่ชายของเธอ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งซีอีโอของ Anthropic และเป็นสมาชิกหน้าใหม่ของ Forbes 400 ในปีนี้ด้วยวัย 43 ปี รวมถึงเพื่อนร่วมงานอีก 5 คน เพื่อร่วมกันก่อตั้ง Anthropic

    ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งประธานบริษัทและประธานคณะกรรมการบริษัท โดยรับผิดชอบดูแลงานด้านการวิจัย วิศวกรรม ผลิตภัณฑ์ และการดำเนินงานเชิงพาณิชย์


6. Edwin Chen, วัย 38 ปี

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 1.8 หมื่นล้านเหรียญ
แหล่งที่มาของความมั่งคั่ง: Surge AI

    Chen เติบโตในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในรัฐ Florida ซึ่งมีประชากรราว 3,400 คน โดยพ่อแม่ของเขาซึ่งเป็นผู้อพยพจากไต้หวันเปิดร้านอาหารจีน-ไทย จากนั้นเขาศึกษาด้านคณิตศาสตร์ ภาษาศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ MIT ก่อนทำงานกับ Google, Facebook และ Twitter

    ในปี 2020 เขาก่อตั้ง Surge AI บริษัทที่ว่าจ้างคนมาช่วยติดป้ายกำกับข้อมูล รวมถึงประเมินและแก้ไขคำตอบที่สร้างโดย AI เพื่อใช้ในการฝึกโมเดล

    ฐานลูกค้าซึ่งรวมถึง Google และ Anthropic ช่วยผลักดันให้ Surge AI มีรายได้ต่อปีทะลุ 1 พันล้านเหรียญ โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินทุนจากบริษัทร่วมลงทุน ปัจจุบัน Chen ถูกประเมินว่าเป็นเจ้าของบริษัทประมาณ 75%


5. Greg Brockman, วัย 37 ปี

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 2.55 หมื่นล้านเหรียญ
แหล่งที่มาของความมั่งคั่ง: OpenAI

    Brockman ลาออกจากทั้ง Harvard และ MIT โดยไม่ได้เรียนจบระดับปริญญาตรี ก่อนขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Stripe บริษัทด้านการชำระเงิน ขณะอายุ 25 ปี จากนั้นเมื่ออายุ 28 ปี เขาร่วมก่อตั้ง OpenAI กับ Elon Musk และ Sam Altman ซีอีโอ ในปี 2015 โดยเริ่มต้นในฐานะองค์กรไม่แสวงหากำไร

    ในฐานะประธานบริษัท Brockman ดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังโมเดล AI ของ OpenAI และตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยังรับผิดชอบธุรกิจผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพิ่มเติมด้วย ทำให้เขาเป็นผู้บริหารลำดับที่ 2 ของ OpenAI ท่ามกลางความเป็นไปได้ที่บริษัทจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

    ในปี 2024 Musk ยื่นฟ้อง Brockman และ Altman จากกรณีที่ OpenAI ปรับโครงสร้างไปสู่รูปแบบแสวงหากำไร ซึ่งนำไปสู่การเปิดเผยมูลค่าการถือหุ้นของ Brockman ในบริษัทเมื่อเดือนพฤษภาคม

    นอกจากนี้ Brockman ยังเปิดเผยมูลค่าหุ้นที่ถืออยู่ใน Stripe ราว 500 ล้านเหรียญ รวมถึงการลงทุนขนาดเล็กใน Cerebras ผู้ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ และ CoreWeave ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล ซึ่งทั้งสองบริษัทเป็นซัพพลายเออร์ของ OpenAI


4. Jack Clark, วัย 37 ปี

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 1.55 หมื่นล้านเหรียญ
แหล่งที่มาของความมั่งคั่ง: Anthropic

    Clark เคยทำงานเป็นผู้สื่อข่าวของ Bloomberg โดยรับผิดชอบรายงานข่าวด้านปัญญาประดิษฐ์ ก่อนเข้าร่วม OpenAI ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย

    หลังลาออกจาก OpenAI พร้อมผู้ร่วมก่อตั้ง Anthropic คนอื่นๆ ในปี 2021 เขากลายเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของอุตสาหกรรมที่ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนการกำกับดูแล AI โดยภาครัฐ

    ปัจจุบัน Clark เป็นผู้ดูแลหน่วยงานวิจัยเชิงนโยบายภายใน Anthropic ซึ่งศึกษาผลกระทบของเทคโนโลยี AI ที่มีต่อสังคม และยังเขียนจดหมายข่าวเกี่ยวกับอุตสาหกรรม AI ที่มีผู้อ่านจำนวนมาก


3. Sam McCandlish, วัย 36 ปี

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 1.55 หมื่นล้านเหรียญ
แหล่งที่มาของความมั่งคั่ง: Anthropic

    McCandlish สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านฟิสิกส์ทฤษฎีจาก Stanford ก่อนเข้าร่วม OpenAI ซึ่งเขาทำงานเกี่ยวกับ “กฎการขยายขนาด” (scaling laws) ซึ่งเป็นการค้นพบว่า ระบบ AI จะมีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างเป็นระบบและคาดการณ์ได้ เมื่อได้รับข้อมูลและพลังประมวลผลมากขึ้น

    หลังร่วมก่อตั้ง Anthropic เขาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) จนถึงเดือนตุลาคม ก่อนเปลี่ยนมารับตำแหน่งหัวหน้าสถาปนิก (Chief Architect) ขณะที่ปัจจุบันเขารับผิดชอบดูแลการออกแบบและการฝึกโมเดล AI ของบริษัท


2. Palmer Luckey, วัย 33 ปี

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: ​5.9 พันล้านเหรียญ
แหล่งที่มาของความมั่งคั่ง: Anduril

    Luckey พัฒนาอุปกรณ์สวมศีรษะสำหรับเทคโนโลยีเสมือนจริงรุ่นแรกๆ ขึ้นมาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ก่อนขายบริษัท Oculus ให้ Facebook ด้วยมูลค่า 2 พันล้านเหรียญในรูปเงินสดและหุ้นเมื่ออายุ 21 ปี

    แต่ในปี 2017 เขาออกจากบริษัทซึ่งปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ Meta ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หลังแสดงจุดยืนสนับสนุนประธานาธิบดี Donald Trump ในปีเดียวกันนั้น เขาก่อตั้ง Anduril บริษัทที่พัฒนาโดรนอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ และซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับควบคุมและประสานการทำงานของระบบเหล่านี้

    ในเดือนมีนาคม กองทัพบกสหรัฐฯ มอบสัญญาระยะเวลา 10 ปีให้ Anduril สำหรับซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และบริการที่เกี่ยวข้อง มูลค่าสูงสุด 2 หมื่นล้านเหรียญ ก่อนที่อีกสองเดือนต่อมา Anduril จะระดมทุนได้ 5 พันล้านเหรียญ ที่มูลค่าบริษัท 6.1 หมื่นล้านเหรียญ


1. Steven Hao, วัย 30 ปี

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 5.8 พันล้านเหรียญ
แหล่งที่มาของความมั่งคั่ง: Cognition

    Hao และผู้ร่วมก่อตั้ง Cognition อีก 2 คน ต่างเคยคว้าเหรียญทองจากการแข่งขัน International Olympiad in Informatics ซึ่งเป็นการแข่งขันเขียนโปรแกรมระดับนานาชาติ โดย Hao คว้าเหรียญทองได้ในปี 2014

    จากนั้นเขาเข้าทำงานเป็นวิศวกรที่ Scale AI สตาร์ทอัพด้านการติดป้ายกำกับข้อมูล ซึ่งร่วมก่อตั้งโดยมหาเศรษฐีวัย 29 ปี Alex Wang (มูลค่าทรัพย์สินโดยประมาณ 3.2 พันล้านเหรียญ) และ Meta ถือหุ้นอยู่ 49% ตั้งแต่ปี 2025 ก่อนหน้านั้น Hao ออกจาก Scale AI เพื่อมาก่อตั้ง Cognition ในปี 2023

    ผลิตภัณฑ์หลักของ Cognition คือ Devin เอเจนต์ AI ที่สามารถเขียนและแก้ไขโค้ดได้ โดยมีลูกค้าอย่าง Citibank และบริษัทฟินเทค Ramp ในเดือนกันยายน Cognition ระดมทุนได้ 2 พันล้านเหรียญ ที่มูลค่าบริษัท 4.8 หมื่นล้านเหรียญ ส่งผลให้ผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 3 คนกลายเป็นมหาเศรษฐี

    Hao ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Cognition และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดในบรรดาผู้ก่อตั้ง เป็นเพียงคนเดียวที่มีทรัพย์สินมากพอที่จะติดอันดับ Forbes 400 ในปีนี้



แปลและเรียบเรียงจาก The 10 Youngest Billionaires On The 2026 Forbes 400 List



​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : 10 อันดับมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งที่สุดในอเมริกาแห่งทำเนียบ Forbes 400 ประจำปี 2026

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine