มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีผู้เกิดในแอฟริกาใต้ ได้เปิดตัวครั้งแรกในการประชุมสุดยอดด้านการเมืองและเศรษฐกิจระดับโลก ณ เทือกเขาแอลป์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเขากล่าวต่อที่ประชุม World Economic Forum (WEF) ว่า ในอนาคตจำนวนหุ่นยนต์จะแซงหน้าจำนวนประชากรมนุษย์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะมีความฉลาดเหนือกว่าสติปัญญาของมนุษย์
Elon Musk บุคคลที่รวยที่สุดในโลก ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในการประชุม WEF ที่เมือง Davos เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พร้อมทำนายว่าหุ่นยนต์จะมีจำนวนมากกว่ามนุษย์ในท้ายที่สุด และยังเสนอตัวที่จะเป็นผู้แก้ปัญหาเรื่องความชราของมนุษย์อีกด้วย
เจ้าพ่อ Tesla และ SpaceX ได้ร่วมสนทนากับ Larry Fink ซีอีโอของ BlackRock ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีครั้งสำคัญของมหาเศรษฐีเทคโนโลยีรายนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาเขามักจะวิจารณ์การรวมตัวของเหล่านักการเมืองและธุรกิจชั้นนำประจำปีนี้ว่าเป็นเรื่องของ “พวกอีลีท” (ชนชั้นนำ) และ “น่าเบื่อ”
ในช่วงเริ่มต้น Fink ได้สั่งให้ผู้เข้าฟังปรบมือให้ Musk อย่างกระตือรือร้นมากขึ้น โดยเขากล่าวว่า “นั่นยังไม่ใช่เสียงปรบมือที่ดังพอ เอาใหม่สิ”
Musk เริ่มต้นการสนทนาด้วยมุกตลกเกี่ยวกับความทะเยอทะยานด้านดินแดนของประธานาธิบดี Donald Trump โดยอ้างอิงถึงการประชุมสุดยอดเพื่อสันติภาพ (Peace Summit) ว่า "ผมว่า P-I-E-C นั่นหมายถึงชิ้นส่วน (Piece) หรือเปล่า? ชิ้นส่วนเล็กๆ ของกรีนแลนด์ หรือชิ้นส่วนเล็กๆ ของเวเนซุเอลา" ซึ่งได้รับเสียงหัวเราะกลับมาเพียงเล็กน้อย
นอกจากนี้ เขายังได้กล่าวย้ำความเชื่อเรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลกอีกครั้ง โดยระบุว่า "ผมมักจะถูกถามว่า 'มีมนุษย์ต่างดาวอยู่ปะปนกับพวกเราไหม?' และผมก็ตอบไปว่า 'ผมนี่แหละคือหนึ่งในนั้น' แต่พวกเขาไม่เชื่อผมหรอก ถ้าจะมีใครสักคนที่รู้ว่ามีมนุษย์ต่างดาวอยู่ท่ามกลางพวกเราไหม คนคนนั้นก็คือผม"
การระเบิดตัวทางเศรษฐกิจจาก AI และหุ่นยนต์
Fink เน้นไปที่โครงการด้านอวกาศและปัญญาประดิษฐ์ของ Musk ทำให้เขาย้ำวิสัยทัศน์ของเขาในการสร้างหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ขั้นสูง ซึ่งเขากล่าวว่า “ทุกคนบนโลก” จะมีใช้
Musk กล่าวต่อหน้าผู้ฟังว่า AI และเทคโนโลยีหุ่นยนต์จะกระตุ้นให้เกิดการระเบิดตัวทางเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
“เราจะผลิตหุ่นยนต์และ AI จำนวนมากจนพวกมันสามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้อย่างทั่วถึง” เขากล่าว “การคาดการณ์ของผมคือ จะมีหุ่นยนต์มากกว่าจำนวนประชากรมนุษย์เสียอีก”
เขาระบุว่า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Optimus ของ Tesla จะสามารถทำงานง่ายๆ ในโรงงานได้ภายในสิ้นปีนี้ และจะเริ่มทำงานในอุตสาหกรรมที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ภายใน 12 เดือนข้างหน้า “ใครบ้างล่ะจะไม่ยากได้หุ่นยนต์มาช่วยดูแลลูกๆ หรือดูแลสัตว์เลี้ยง? (ถ้าสมมติว่ามันปลอดภัยมากๆ แล้วนะ)” Musk ตั้งคำถาม
ความชราคือ ‘ปัญหาที่แก้ได้’
Musk ทำนายว่า AI จะมีความฉลาดเหนือกว่ามนุษย์คนใดคนหนึ่งภายในสิ้นปี 2026 และจะก้าวข้ามสติปัญญารวมของมนุษยชาติทั้งหมดภายใน 5 ปี
ในส่วนของธุรกิจยานยนต์ Tesla ได้เปิดตัวบริการ Robotaxi (แท็กซี่ไร้คนขับ) ในหลายเมืองของสหรัฐฯ แล้ว และคาดว่าจะมีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ เขายังเสริมว่า Tesla หวังว่าจะได้รับอนุมัติการใช้งานรถยนต์ดังกล่าวในยุโรปภายในเดือนหน้า แต่ไม่ได้ระบุชื่อประเทศที่แน่ชัด
สำหรับประเด็นเรื่องอายุขัยของมนุษย์ Musk กล่าวว่าความชราเป็น “ปัญหาที่แก้ได้ไม่ยาก” (Very solvable problem) และทำนายว่าเมื่อใดก็ตามที่สามารถระบุสาเหตุได้ สาเหตุนั้นจะกลายเป็นเรื่องที่ “ชัดเจนอย่างเหลือเชื่อ” สำหรับนักวิทยาศาสตร์
เบื้องหลังการปรากฏตัวที่ Davos
ชื่อของ Musk ถูกเพิ่มเข้ามาในกำหนดการของ WEF ในช่วงนาทีสุดท้าย โดยเขาปรากฏตัวเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ Trump ได้ขึ้นกล่าวในที่ประชุม
ก่อนหน้านี้ Musk เคยเรียกการชุมนุมประจำปีนี้ว่า “น่าเบื่อ” และเคยโจมตี WEF ว่าเป็นองค์กรที่ “กำลังกลายเป็นรัฐบาลโลกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมากขึ้นเรื่อยๆ” โดยในเดือนธันวาคม 2022 เขาเคยกล่าวว่าเขาปฏิเสธคำเชิญร่วมงานที่ Davos เพราะมันฟังดู “น่าเบื่อสุดๆ” (Boring af)
ทั้งนี้ จากข้อมูลทำเนียบมหาเศรษฐีแบบเรียลไทม์ของนิตยสาร Forbes ทรัพย์สินของ Musk มีมูลค่าสูงถึง 7.88 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
แปลและเรียบเรียงจาก Elon Musk predicts robot-majority future in first Davos appearance
ภาพ: FABRICE COFFRINI / AFP
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ: Google ลงทุนไทย 1 พันล้านเหรียญ! สร้าง Cloud Region แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ คาด 5 ปีสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับไทย 1.4 ล้านล้านบาท
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

