EDTH นำทัพสหพัฒน์! ผนึก 3 บิ๊กเทค “ทรู-ซอฟต์แบงก์-เอ้ก ดิจิทัล” ทลายกำแพงข้อมูลเชื่อมร้อยบริษัท ลดต้นทุน-ปั้นแบรนด์สู้ยุคดิจิทัล

EDTH นำทัพสหพัฒน์! ผนึก 3 บิ๊กเทค “ทรู-ซอฟต์แบงก์-เอ้ก ดิจิทัล” ทลายกำแพงข้อมูลเชื่อมร้อยบริษัท ลดต้นทุน-ปั้นแบรนด์สู้ยุคดิจิทัล

EDTH เร่งเครื่องทรานส์ฟอร์มสหพัฒน์ ผนึกกำลัง “ทรู-ซอฟต์แบงก์-เอ้ก ดิจิทัล” นำ AI และดาต้ามาถอดรหัสความต้องการผู้บริโภค หวังเชื่อมโยงฐานข้อมูลของบริษัทในเครือนับร้อยแห่งให้ทำงานร่วมกันได้จริง พร้อมโชว์เป้าหมายลดต้นทุนการผลิตและหั่นเวลาออกสินค้าใหม่ให้สั้นลง ดันธุรกิจระดับตำนาน 80 ปีให้ก้าวทันโลกยุคใหม่ได้อย่างรวดเร็ว


    ตลอดระยะเวลากว่า 80 ปีที่ “เครือสหพัฒน์” ได้สร้างรากฐานทางเศรษฐกิจและผูกพันกับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน แต่ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาดิสรัปต์โลกธุรกิจอย่างรุนแรง การเปลี่ยนแปลงจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ “ทางรอด” ที่ต้องทำอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

    นี่จึงเป็นที่มาของก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อ บริษัท อี-คอมเมอร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ EDTH ในฐานะหัวหอกด้านเทคโนโลยีของเครือสหพัฒน์ ประกาศผนึกกำลังครั้งใหญ่กับ 3 ยักษ์ใหญ่ระดับสากล ได้แก่ SoftBank, True Business และ Egg Digital เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ Big Data อย่างเต็มรูปแบบ


ทลายไซโลข้อมูล รวมศูนย์ขับเคลื่อนทั้งเครือ

    ดร.สุรัตน์ วงศ์รัตนภัสสร กรรมการ บริษัท อี-คอมเมอร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ EDTH ฉายภาพความร่วมมือครั้งนี้ว่า เป็นการขับเคลื่อนธุรกิจในทิศทางใหม่ตามดำริของ “บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา” ประธานเครือสหพัฒน์ ที่ต้องการเห็นความยั่งยืนและการเชื่อมโยงกันของบริษัทในเครือทั้งหมด ซึ่งมีอยู่นับร้อยบริษัท

    ทว่าด้วยขนาดองค์กรที่ใหญ่ หากปล่อยให้แต่ละบริษัทในเครือต่างคนต่างทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันเอง การเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างย่อมไม่มีทางสำเร็จ หน้าที่หลักของ EDTH จึงเข้ามาเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน

    ตั้งแต่ข้อมูลการขาย การเงิน ลูกค้า ไปจนถึงการสร้างโมเดลธุรกิจอีคอมเมิร์ซใหม่ๆ ดังนั้น ความร่วมมือกับพันธมิตรระดับสากลในครั้งนี้ จึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม และศักยภาพของแต่ละฝ่าย เพื่อผลักดันให้ทั้งเครือเติบโตได้อย่างยั่งยืน


ผสาน 3 ขุมพลังเทคโนโลยีระดับโลก

    ทั้งนี้ การจะขับเคลื่อนองค์กรขนาดใหญ่ให้บรรลุเป้าหมาย และดึงศักยภาพของ AI ออกมาสร้างผลลัพธ์ได้จริงนั้น การพึ่งพาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ แต่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญระดับลึกในแต่ละด้าน

    ด้วยเหตุนี้ EDTH จึงดึงพันธมิตรระดับท็อปทั้ง 3 องค์กร เข้ามาทำหน้าที่จิ๊กซอว์เติมเต็มศักยภาพในมิติที่แตกต่าง ทว่าสอดประสานกันอย่างลงตัว ประกอบด้วย

1. True Business วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

    ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ย้ำว่า องค์กรจะใช้ AI ได้จริงต้องมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน True Business จึงเข้ามาสนับสนุนเครือสหพัฒน์ด้วยเครือข่ายอัจฉริยะ, cloud และ cyber security รวมถึงการนำ data intelligence มาช่วยยกระดับการตัดสินใจทางธุรกิจ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ชี้วัดได้จริงและขยายโอกาสทางธุรกิจผ่านระบบนิเวศดิจิทัลของกลุ่มทรู


2. Egg Digital ถอดรหัสพฤติกรรมผู้บริโภคด้วย Data Analytics

    เมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับแล้ว ก้าวต่อไปคือการนำข้อมูลมหาศาลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะในยุคที่ธุรกิจวัดกันที่ความเร็วในการเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภค

    โดย ชัชพล องนิธิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจ Media Convergence บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด ระบุว่า เอ้ก ดิจิทัล จะนำโซลูชันเรือธงอย่าง “The Matter Suite” มาวิเคราะห์ Big Data ทั้งจากฝั่งโทรคมนาคมและค้าปลีก เพื่อเจาะลึกอินไซต์ผู้บริโภค ก่อนจะแปลงข้อมูลเหล่านั้นเป็นกลยุทธ์ผ่าน “O4 Media Convergence” (การผสานสื่อออนไลน์และออฟไลน์) และขับเคลื่อนด้วย MarTech Solutions เช่น เครื่องมือหาอินฟลูเอนเซอร์ และระบบจัดการสื่อ

    ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูลให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทีมบริหารยังได้วางวิสัยทัศน์ที่จะก้าวข้ามการใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ไปสู่การพัฒนา Large Behavior Model (LBM) หรือโมเดลวิเคราะห์พฤติกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยให้แบรนด์สามารถถอดรหัสความเป็นมนุษย์และเข้าใจความต้องการของลูกค้าในอนาคตได้อย่างแม่นยำ


3. SoftBank อิมพอร์ตเทคโนโลยีล้ำหน้าจากญี่ปุ่น

    นอกเหนือจากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคเชิงลึกแล้ว การยกระดับเทคโนโลยีภายในองค์กรด้วยมาตรฐานระดับโลกก็เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญ โดย Kimimasa Kudo, Vice President, Head of Global Business Division, Enterprise Business Unit, ซอฟต์แบงก์ คอร์ป กล่าวเสริมว่า ในขณะที่ EDTH กำลังขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ

    ซึ่ง SoftBank พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ด้วยองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่อร่วมแบ่งปันประสบการณ์และเติบโตไปด้วยกันในทุกขั้นตอน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาสังคมไทย และร่วมกันสร้างนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดคุณค่าอย่างแท้จริง

    โดยเบื้องต้นสำหรับการนำเทคโนโลยีและโนว์ฮาวจากญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้นั้น หลักๆ จะเน้นไปที่ 4 โครงการหลัก ได้แก่ โซลูชันอนุรักษ์พลังงาน, การพัฒนาระบบ AI, การใช้ LINE WORKS สำหรับองค์กร, และระบบจัดการห่วงโซ่อุปทานสำหรับ B2B รวมถึงแพลตฟอร์ม Satofull


ฉีกกรอบโมเดลธุรกิจ สู่พันธมิตรแบบ "แชร์ผลกำไร"

    นอกเหนือจากการนำเทคโนโลยีระดับท็อปมาใช้แล้ว ความน่าสนใจของดีลนี้ คือ รูปแบบความร่วมมือที่ไม่ตีกรอบตัวเองเป็นเพียงผู้ซื้อและผู้ขายเทคโนโลยี แต่เลือกใช้โมเดลการแบ่งปันผลกำไร ซึ่งทำให้ทุกฝ่ายมีเป้าหมายในการเติบโตร่วมกันอย่างแท้จริง

    โดย ดร.สุรัตน์ ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้วอย่างเป็นรูปธรรมให้เห็นชัดเจน เริ่มจากการนำระบบ IoT ของ True และ Egg Digital ผสานกับเทคโนโลยีจาก SoftBank เข้าไปใช้ในโรงงานของเครือสหพัฒน์ เพื่อตรวจจับอุณหภูมิและการทำงานของเครื่องจักร ซึ่งพบว่าสามารถลดค่าไฟได้ถึงเกือบ 30%

    ขณะเดียวกัน ในฝั่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ก็เห็นผลลัพธ์ที่ก้าวกระโดด จากเดิมที่การพัฒนาสินค้าใหม่ต้องใช้เวลานาน 8-12 เดือน แต่เมื่อนำ data analytics มาเจาะลึกความต้องการผู้บริโภค การรีแบรนด์และจัดแคมเปญให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางระดับมืออาชีพอย่าง MTI กลับใช้เวลาเพียง 2-3 เดือนเท่านั้น โดยคาดว่ากระบวนการพัฒนาสินค้าใหม่ในอนาคตจะใช้เวลาลดลงเหลือไม่เกิน 6 เดือน


รุก "หน้าบ้าน" เต็มกำลัง ปั้นศูนย์กลางดิจิทัลระดับสากล

    นอกจากนี้ ดร.สุรัตน์ ยังได้เคลียร์ข้อสงสัยถึงบทบาทความร่วมมือในครั้งนี้เทียบกับการจับมือกับ Amazon Web Services (AWS) ในช่วงก่อนหน้าไว้อย่างน่าสนใจว่า

    “AWS นั้นรับบทบาทในการจัดการโครงสร้างหลังบ้าน และการทำ IT Modernization ช่วยให้โปรแกรมเมอร์ทำงานได้เร็วขึ้น 5 เท่า ในขณะที่พันธมิตรใหม่อย่าง True, Egg Digital และ SoftBank คือการขับเคลื่อนธุรกิจที่ส่วนหน้า ซึ่งเกี่ยวข้องกับสินค้า การตลาด ช่องทางการจัดจำหน่าย และการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคโดยตรง”

    สุดท้ายแล้ว เมื่อระบบหลังบ้านแข็งแกร่งและส่วนหน้าพร้อมรุกตลาด การจับมือเชิงกลยุทธ์ของ 4 องค์กรยักษ์ใหญ่ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การยกระดับศักยภาพภายในเครือสหพัฒน์เพียงอย่างเดียว แต่ EDTH ตั้งเป้าที่จะเปิดให้แพลตฟอร์มนี้เป็นเสมือนพื้นที่ทดสอบนวัตกรรม และก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลระดับสากล ที่พร้อมส่งต่อความสำเร็จและยกระดับขีดความสามารถของภาคธุรกิจไทยทั้งระบบ ให้พร้อมแข่งขันในยุค AI ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน


ภาพ : เครือสหพัฒน์




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ยุค AI ยิ่งต้องง้อคน! การ์ทเนอร์ชี้ 80% เลิกจ้างไม่ดันกำไร คาดอีก 3 ปีตลาดงานบูม

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine