หลังจากดำเนินธุรกิจจนก้าวเข้าสู่ปีที่ 18 ในปีนี้ ล่าสุด “อาซาว่า กรุ๊ป” เผย ยอดขายของ 6 แบรนด์ในพอร์ตตลอด 4 ปีที่ผ่านมาโตพุ่งถึง 131% ตั้งเป้าปี 2569 จะขยายอาณาจักรแฟชั่นไลฟ์สไตล์ และร้านอาหารให้ต่อเนื่อง คาดรายได้รวมจะโตเพิ่มอีก 30% ด้วยการวางแผปรับโฉมร้านใหม่, ขยายสาขาในบางทำเล และขยายตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ไปยังกลุ่มเป้าหมายในตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกมากขึ้น
พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Asava Group กล่าวว่า ตลอด 18 ปีที่ผ่านมาเราพัฒนาสินค้าและบริการให้สามารถตอบโจทย์ตลาดและเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืน ซึ่ง ณ ปัจจุบันอาซาว่าไม่ได้จำกัดนิยามอยู่เพียงแค่แบรนด์เสื้อผ้า แต่ได้ขยายธุรกิจครอบคลุมถึง 6 แบรนด์หลักในพอร์ตโฟลิโอ ได้แก่ Asava แบรนด์เสื้อผ้าสตรีที่สะท้อนความเรียบโก้และสง่างาม, Asv แบรนด์เสื้อผ้าสำหรับหญิงสาวรุ่นใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยความมีขีวิตชีวา, WHITE Asava แบรนด์สำหรับชุดเจ้าสาวแบบ bespoke, Uniform by Asava แบรนด์เสื้อผ้าชุดยูนิฟอร์ม, MOO Bangkok เสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษ และธุรกิจร้านอาหาร SAVA THAI THAI FLAVOUR โดยในระยะเวลา 4 ปี ที่ผ่านมา สามารถสร้างยอดขายรวมให้ตเติบโสูงถึง 131%
"สัดส่วนรายได้หลักของเราจะแบ่งเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น 80% และอาหารอีก 20% ซึ่งเป้าหมายในปี 2569 นี้ เราหวังว่ารายได้รวมจะโตเพิ่มขึ้นราว 30% ขณะที่รายได้ในแต่ละแบรนด์ในพอร์ต อย่าง Asava จะโตเพิ่ม 20%, ASV 45%, และ MOO Bangkok อยู่ที่ 40% เป็นต้น" พลพัฒน์ กล่าว



สำหรับทิศทางธุรกิจทางแบรนด์มีการวางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเริ่มจากการตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่ม Ready-to-wear ควบคู่กับการขยายตลาด Custom-made เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น
โดย Uniform by Asava เราได้ยกระดับแนวคิดจากการทำชุดยูนิฟอร์มทั่วไป สู่การสร้างภาพลักษณ์ระดับสากลให้กับองค์กรชั้นนำ รวมถึงการขยายฐานเข้าสู่กลุ่มธุรกิจ Hospitality ซึ่งถือเป็นการส่งออก Service Identity ผ่านงานดีไซน์เครื่องแต่งกาย
ขณะเดียวกัน ก็ยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับแบรนด์ MOO Bangkok โดยมุ่งต่อยอดสินค้าแฟชั่นสู่ Lifestyle Items เพื่อให้แบรนด์สามารถสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเพิ่มเติมช่องทางการไลฟ์สด โดยแบรนด์มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้า Gen X และ Y ที่ชื่นชอบแฟชั่นและมีกำลังซื้อควบคู่กับกลุ่ม Gen Z ที่ต้องการความมั่นใจและต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
ซึ่งยอดจากการ Live ของแบรนด์ ASV และ MOO Bangkok เติบโตขึ้นกว่า 100% สำหรับทั้งสองแบรนด์ เนื่องจากลูกค้าต้องการเห็นสินค้าในมุมมองที่สมจริง และการแนะนำสไตล์ลิ่งแบบเรียลไทม์ ซึ่งแผนการลงทุนของแบรนด์ไม่ใช่แค่การสร้างยอดขาย แต่สร้างคุณค่าระยะยาว โดยเพิ่มเติมระบบดิจิทัลและ CRM ที่เชื่อมต่อ Omni-channel ให้ไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ แบรนด์เสื้อผ้าในเครือของ Asava Group ยังมีแผนปรับโฉมร้านและขยายสาขาในบางทำเล โดยเน้นคุณภาพ ประสบการณ์ ที่สอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์ เลือกขยายในจุดที่แบรนด์เล่าเรื่องได้ดีที่สุด มีการเปิดจุดจำหน่าย (Point of Sales) ใหม่ๆ ในรูปแบบ Pop-up Store เพื่อทดลองตลาดใหม่ๆ และในหัวเมืองใหญ่
"ปีนี้เรามีแผนจะปรับปรุงสำนักงานใหญ่ตรงสุขุมวิท 45 เพราะมองว่าแบรนด์ในเขตเอเชีย มีความเป็น Global Luxury มากขึ้น รวมถึงการปรับโฉมร้านใหม่และในช่วงเดือนมีนาคมก็จะมีเปิดร้านสาขาใหม่ในย่านใจกลางเมืองอีกเช่นเคย ซึ่งที่ผ่านมาในส่วนของตลาดต่างประเทศเราเคยไปเปิด pop up store ที่จีนมาแล้วแต่ยังไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเจาะตลาดดังกล่าวแต่ในอนาคตเมืองจีนอย่างเซี่ยงไฮ้ก็ถือเป็นจุดหมายที่เราเล็งไว้ในการเข้าไปเจาะตลาดที่มีมูลค่าสูงแล้วค่อยๆ ขยายไปสู่เมืองอื่นๆ เช่นกัน" ผู้บริหาร Asava Group กล่าวเสิรม

ด้านการขยายตลาดต่างประเทศ เราเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายในตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออก ผ่านช่องทาง Multi-label Store และ Online โดยได้พัฒนาระบบ Global E-commerce ผ่านเว็บไซต์ asavagroup.com และ moobangkok.com ให้สามารถรองรับลูกค้าทั่วโลก เสริมทัพด้วยระบบโลจิสติกที่มีประสิทธิภาพ และการรุกเข้าสู่ Marketplaces เฉพาะกลุ่มเพื่อขยายการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง ในระยะ 1-3 ปีที่กำลังจะถึง รวมถึงมีแผนเพิ่มจำนวนโชว์รูมและ Pop-up Stores ในโซนเอเชีย เพื่อสร้าง Physical Touchpoints ให้ลูกค้าต่างชาติได้สัมผัสประสบการณ์จริงและเข้าถึงคุณภาพของสินค้าได้อย่างใกล้ชิด



ภาพ : Asava Group
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เมืองไทยประกันชีวิต ปรับภาพลักษณ์ เสริมความเชื่อมั่น จับมือแบรนด์ asava ดีไซน์ชุดพนักงานใหม่ Upcycling จากขวดพลาสติก
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

