CPF เปิดเกม “อาหารสด” ปั้นหมู-ไก่-ไข่ จากอาหารประจำวัน สู่ Functional Food ที่มีงานวิจัยในมนุษย์รองรับ ดึง “น้องเนย” สร้างคอมมูนิตี้คนรักสุขภาพ

CPF เปิดเกม “อาหารสด” ปั้นหมู-ไก่-ไข่ จากอาหารประจำวัน สู่ Functional Food ที่มีงานวิจัยในมนุษย์รองรับ ดึง “น้องเนย” สร้างคอมมูนิตี้คนรักสุขภาพ

ซีพีเอฟ พลิกเกมตลาดอาหารสด ชูงานวิจัยระดับเอเชียการันตีผลลัพธ์เนื้อหมู-ไก่โอเมก้า 3 พร้อมลบภาพจำความวิชาการให้เข้าถึงง่าย ด้วยการดึงคาแรกเตอร์สุดฮิต "น้องเนย" มาร่วมสร้างไลฟ์สไตล์คนรักสุขภาพ หวังปูรากฐานธุรกิจอาหารฟังก์ชันนัลฟู้ดให้เติบโตอย่างยั่งยืน


    เทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันกำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงแค่อาหารที่ให้พลังงาน แต่ต้องการ “อาหาร” ที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนด่านแรกในการดูแลสุขภาพ

    บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จึงปรับแนวทางการทำตลาด โดยไม่จำกัดอยู่แค่การออกผลิตภัณฑ์ทางเลือก แต่คือการยกระดับวัตถุดิบสดที่ผู้บริโภคทานทุกวัน ให้กลายเป็นฟังก์ชันนัลฟู้ดที่มีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับอย่างเป็นรูปธรรม


ยกระดับ "อาหารสด" ด้วยฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์

    อนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดกลาง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจว่า ปัจจุบันผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันหันมาใส่ใจสุขภาพในเชิงป้องกันมากขึ้น ซีพีเอฟจึงมุ่งพัฒนาสินค้าในกลุ่ม UFARM อาทิ หมูชีวา ไก่เบญจา และไข่ไก่เบญจา ซึ่งใช้เวลาวิจัยและพัฒนามานานกว่า 5-7 ปี เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 จากธรรมชาติ

    ทว่าความท้าทายสำคัญของตลาด “อาหารสด” คือการที่ผู้บริโภคยังขาดข้อมูลที่ชี้วัดถึงผลลัพธ์ต่อร่างกายมนุษย์อย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับสินค้ากลุ่มอาหารเสริม ซีพีเอฟจึงทลายข้อจำกัดนี้ด้วยการก้าวไปอีกขั้น ด้วยการร่วมมือกับคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดทำวิจัยในมนุษย์เป็นครั้งแรกในเอเชีย เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลประกอบการเลือกอาหารเพื่อสุขภาพได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องเปลี่ยนวิถีการกิน

​

อนรรฆวี ชูรัตน์


    รศ.ดร.พัชราณี ภวัตกุล หัวหน้าภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า จากการควบคุมอาหารกลุ่มตัวอย่างเป็นเวลา 8 สัปดาห์ เปรียบเทียบระหว่างผู้ที่บริโภคเนื้อหมูโอเมก้า 3 กับเนื้อหมูทั่วไป ผลทางสถิติชี้ชัดว่า กลุ่มที่บริโภคหมูโอเมก้า 3 มีค่าไตรกลีเซอไรด์เฉลี่ยลดลง 13% และค่าการอักเสบในหลอดเลือด (TF-Alpha) ลดลงถึง 61%

    ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทำให้แบรนด์เป็นเนื้อหมูและเนื้อไก่รายแรกในไทยที่ได้รับตรา "อาหารรักษ์หัวใจ" จากมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยฯ นอกจากนี้ ผลการวิจัยดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างเตรียมตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพิสูจน์นวัตกรรมอาหารให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก

    ขณะเดียวกัน ดร.ภูวดล ธรรมราษฎร์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน wellness จาก N-Health Asia ในเครือ BDMS เสริมว่า ปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์สามารถตรวจวัดระดับโอเมก้า 3 ในร่างกาย เพื่อประเมินพฤติกรรมการบริโภคย้อนหลัง 120 วันได้ ซึ่งความร่วมมือในการให้ความรู้ครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมการกินได้อย่างแม่นยำและจับต้องได้จริงในชีวิตประจำวัน


ดึง “น้องเนย” เปลี่ยนเรื่องสุขภาพให้เข้าถึงง่าย

    ถึงแม้การมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มารองรับจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี แต่ในมุมของการทำการตลาด การสื่อสารเรื่องสุขภาพที่เต็มไปด้วยศัพท์ทางการแพทย์อาจเป็นเรื่องเข้าใจยากและดูไกลตัวสำหรับผู้บริโภคทั่วไป

    ซีพีเอฟจึงเลือกใช้กลยุทธ์ “Active Lifestyle” เข้ามาทลายกำแพงดังกล่าว ด้วยการดึงคาแรกเตอร์สุดฮิตอย่าง “น้องเนย” (Butterbear) มาร่วมสร้างแคมเปญ โดยนำร่องผ่านการจัดกิจกรรมวิ่ง "UFARM x Butterbear OMEGA 3 หมูหมี Run" ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ณ Stadium One

    อนรรฆวี ระบุว่า “การคอลแล็บครั้งนี้ก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นยอดขายในระยะสั้น แต่มุ่งสร้าง engagement และวางรากฐานแบรนด์ในระยะยาว ซึ่ง Butterbear เป็นคาแรกเตอร์ที่มีความสดใส เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย เราเลยต้องการใช้พลังตรงนี้มาทำให้เรื่องสุขภาพ การเลือกทานอาหาร และการออกกำลังกาย กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวและสนุกขึ้น ซึ่งก็ถือเป็นสถานการณ์แบบ win-win ที่ตลาดอาหารสุขภาพเติบโต ควบคู่ไปกับผู้บริโภคที่มีสุขภาพดีขึ้น”

    อย่างไรก็ตาม แคมเปญดังกล่าวยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดยซีพีเอฟมีแผนที่จะจับมือกับองค์กรและพันธมิตรอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อศึกษาเทรนด์และนำมาต่อยอดร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D center) ของบริษัท ในการสร้างสรรค์กิจกรรมและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้หลากหลายมิติยิ่งขึ้นในอนาคต

​


อาหารยังแกร่ง ฝ่าแรงเสียดทานเศรษฐกิจ

    สำหรับภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี แม้ภาพรวมเศรษฐกิจอาจมีภาวะชะลอตัวอยู่บ้าง แต่อนรรฆวีประเมินว่า อุตสาหกรรมอาหารได้รับผลกระทบน้อยกว่าเซกเตอร์อื่น ธุรกิจของซีพีเอฟยังคงขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี 

    โดยกลยุทธ์สำคัญไม่ใช่แค่การแตกไลน์สินค้าใหม่ แต่คือการยกระดับมาตรฐานสินค้าเดิมที่มีอยู่ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ควบคู่ไปกับการเดินหน้าลงทุนพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ และกลุ่มอาหารที่เน้นตอบโจทย์ความเพลิดเพลินและรสชาติ

    ส่วนประเด็นสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ขณะนี้ ในแง่ของผลกระทบต่อยอดขายโดยตรงยังต้องรอการประเมินตัวเลขที่ชัดเจน ทว่าสิ่งสำคัญเร่งด่วนที่ซีพีเอฟและเครือเจริญโภคภัณฑ์กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือการระดมสรรพกำลังเร่งกระจายความช่วยเหลือและส่งเสบียงอาหารเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด

    อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของซีพีเอฟในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ขององค์กรขนาดใหญ่ ที่ไม่เพียงแต่โฟกัสแค่ผลประกอบการทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่กำลังใช้ “นวัตกรรมทางอาหาร” ผนวกเข้ากับ “พฤติกรรมศาสตร์” เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ทางธุรกิจที่ยั่งยืนไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค


ภาพ : CPF




​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : คุยกับ “Kenny Wong” การเดินทาง 20 ปีของ “MOLLY” จากคาแรกเตอร์สู่ธุรกิจพันล้านหยวน และเรื่องราวบทใหม่ผ่านนิทรรศการในไทย

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine​