“เอพริล เบเกอรี่” เบเกอรี่ไทยพันล้าน ประกาศลงทุน 200 ล้านบาท! รีแบรนด์ใหญ่ในรอบมศวรรษ ปรับโลโก้-หน้าร้าน เดินหน้าสู่ Regional Brand

“เอพริล เบเกอรี่” เบเกอรี่ไทยพันล้าน ประกาศลงทุน 200 ล้านบาท! รีแบรนด์ใหญ่ในรอบมศวรรษ ปรับโลโก้-หน้าร้าน เดินหน้าสู่ Regional Brand

จากร้านเบเกอรี่เล็กๆ เติบโตก้าวกระโดดจากวางขายในเซเว่นฯ จนก้าวสู่แบรนด์พันล้าน “เอพริล เบเกอรี่” ไม่หยุด! ปีนี้ทุ่ม 200 ล้านบาท รีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบทศวรรษ เปลี่ยนทั้งโลโก้ แพ็กเกจจิ้ง และหน้าร้าน พร้อมปูทางจาก Local Brand สู่ Regional Brand​​


    หลังก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2553 เบเกอรี่สัญชาติไทยอย่าง “เอพริล เบเกอรี่” หรือ April’s Bakery ที่โด่งดังจากเมนูพายหมูแดง และเติบโตก้าวกระโดดจากการวางขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น กระทั่งกลายเป็นแบรนด์เบเกอรี่พันล้านด้วยยอดขาย 1,300 ล้านบาทในปี 2568 ที่ผ่านมา หรือเติบโตจากปีก่อนหน้ากว่า 200%

    การเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้ภาพลักษณ์เดิมไม่สะท้อนขนาดธุรกิจ ศักยภาพขององค์กร และทิศทางการเติบโตในนาคตได้อย่างชัดเจน นั่นทำให้ เอพริล เบเกอรี่ ประกาศกลยุทธ์ครั้งสำคัญในปีนี้ คือการทุ่มงบลงทุนถึง 200 ล้านบาท เพื่อรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น โลโก้ บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับเมื่อเข้ามาในร้าน


กนกกัญจน์ มธุรพร


    กนกกัญจน์ มธุรพร ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงหาฟู้ด อินทัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารแบรนด์เอพริล เบเกอรี่ กล่าวว่า “การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาของแบรนด์ แต่เกิดจากการเติบโตทางธุรกิจ เราจึงต้องปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ในวันนี้ และรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคตได้อย่างชัดเจนขึ้น โดยครอบคลุมทั้งภาพลักษณ์องค์กร โลโก้ และแนวคิด The Blessing City หรือการส่งพรผ่านพาย ถ้าซื้อสินค้าของเอพริล เบเกอรี่ ก็เหมือนมอบของขวัญให้คนที่ได้รับ”

    สำหรับ เอพริล เบเกอรี่ ก่อตั้งโดยกนกกัญจน์ แรกเริ่มเดิมทีเธอทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน แต่อยากมีธุรกิจของตัวเอง จึงก่อตั้งร้านเอพริล เบเกอรี่ขึ้น หลังจากไปได้ดี เธอค่อยๆ ขยายสาขาของตัวเอง และขยายสาขาผ่านแฟรนไชส์ กระทั่งนำสินค้าวางขายในเซเว่นฯ ครั้งแรกเมื่อปี 2562 ด้วยสินค้าแรกคือขนมเปี๊ยะถั่วไข่เค็ม

    การวางขายในเซเว่นฯ ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ทั้งในแง่ของยอดขายและสเกลการทำงาน กนกกัญจน์ต้องพัฒนาโรงงานมากขึ้นเพื่อให้รองรับการผลิตได้ดียิ่งขึ้น ขณะที่เซเว่นฯ ก็มาช่วยพัฒนาสินค้าด้วย

    โดยหลังจากเข้าเซเว่นฯ แล้วแบรนด์มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบันมียอดขายในเซเว่นถึง 270,000 ชิ้นต่อวัน ยอดขายต่อสาขาเฉลี่ยอยู่ที่ 15,000 บาทต่อวัน โดยสาขาที่ขายดีที่สุดคือสยามพารากอน ยอดขายอยู่ที่ 80,000 บาทต่อวัน ซึ่งปัจจุบันเอพริล เบเกอรี่ มีสาขาให้บริการอยู่ 40 สาขา เป็นสาขาแฟรนไชส์ 20 สาขา

    กนกกัญจน์ ระบุว่า รายได้หลักของเอพริล เบเกอรี่ มาจากเซเว่นฯ ถึง 80% นอกจากนั้นมาจากหน้าร้าน 10% และธุรกิจ OEM ที่ส่งขายทั้งในประเทศ (เช่น ร้านกาแฟ) และต่างประเทศ (เกาหลีใต้และไต้หวัน) อีก 10%

    การรีแบรนด์ครั้งนี้เพราะอยากให้คนรู้จักแบรนด์มากขึ้น และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากสาขาให้มากขึ้นด้วย

    หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการรีแบรนด์ครั้งนี้คือ การปรับรูปแบบของหน้าร้านใหม่ให้มีโซนอบเบเกอรี่แบบสดๆ ในร้าน ที่ลูกค้าจะสามารถมองเห็นกระบวนการทำได้ จากเดิมที่หน้าร้านส่วนใหญ่ไม่มีโซนอบสด ใช้เบเกอรี่ที่อบมาจากโรงงาน ซึ่งรูปแบบร้านใหม่คาดว่าจะได้เริ่มเห็นในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้


    “ขนมไม่ได้มีแค่เรื่องรสชาติ ไม่ได้แข่งขันกันที่โปรดักต์เพียงอย่างเดียว แต่แข่งกันที่ประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจากการรับประทานที่ร้านด้วย ซึ่งการอบสบใหม่ทุกสาขา ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ทั้งเห็นกระบวนการทำ และมั่นใจว่าขนมที่อบสดใหม่มันหอมจริงๆ” กนกกัญจน์กล่าว และว่า “เราไม่ได้เปลี่ยนแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็นการวางรากฐานไปสู่อนาคต”

    ภายใต้งบ 200 ล้านบาทที่ประกาศลงทุนนั้น นอกจากจะใช้ปรับภาพลักษณ์และหน้าร้านสาขาเดิมแล้ว ก็จะใช้ขยายสาขาใหม่ด้วย โดยปีนี้ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 20 สาขา ทำให้สิ้นปีนี้จะมีสาขารวม 60 สาขา โดยใช้งบลงทุนราว 2-5 ล้านบาท/สาขา

    ในด้านกลยุทธ์การตลาด กนกกัจน์บอกว่าการรีแบรนด์ครั้งนี้จะทำให้ตอบโจทย์กลุ่ม Masstige คือครอบคลุมตั้งแต่ผู้บริโภคกลุ่ม Mass market ด้วยการนำเสนอสินค้าราคาจับต้องได้ 32-45 บาท และกลุ่ม Prestige โดยใช้วัตถุดิบคุณภาพดี

    “พอรวมกันอยากให้ลูกค้ารู้สึกว่า ได้รับขนมที่รสชาติดี ใช้วัตถุดิบพรีเมียม ซื้อไปฝากไม่อายใคร แต่อยู่ในราคาที่จับต้องได้ ทุกเพศทุกวัยซื้อ” กนกกัญจน์กล่าว


    ขณะที่ในภาพอนาคต กนกกัญจน์กำลังศึกษาและทำความเข้าใจผู้บริโภคในตลาดที่เริ่ม OEM แล้วอย่างเกาหลีใต้และไต้หวันให้มากขึ้น พร้อมมองโอกาสในการเปิดหน้าร้านในต่างประเทศ เพื่อสร้างแบรนด์ไทยที่มีตัวตนอย่างชัดเจนในตลาดต่างประเทศ

    การเริ่มลงทุนตั้งแต่ปีนี้ จึงเหมือนการปูทางของแบรนด์ที่เป็น Local Brand ไปสู่ Regional Brand หรือแบรนด์ระดับภูมิภาคนั่นเอง

    สำหรับปี 2569 กนกกัญจน์ตั้งเป้ารายได้เติบโต 30% และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดสู่ 4% จากตลาดเบเกอรี่ไทยมูลค่า 46,000 ล้านบาท นอกจากนี้ คาดว่า ROI (Return on Investment) ที่จะได้จากการรีแบรนด์ครั้งนี้อยู่ที่ 40 ล้านบาทต่อปี และคาดว่ายอดขายหน้าร้านจะเพิ่มเป็นเฉลี่ย 50,000 บาท/สาขา/วัน

    มากไปกว่านั้น ในอนาคตเอพริล เบเกอรี่ ยังตั้งเป้าขยายสาขาสู่ 100 สาขาภายในปี 2572 พร้อมตั้งเป้า IPO ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปีเดียวกันด้วย โดยจะนำเงินที่ได้จาก IPO มาซื้อที่ดินและสร้างโรงงานเพิ่ม

    "เราวางแผนไว้ว่าอีก 3-5 ปี เราจะเป็น Regional Brand โดยปี 2572 คาดว่ารายได้จะถึง 2,500 ล้านบาท” กนกกัญจน์กล่าวทิ้งท้าย



ภาพ: เอพริล เบเกอรี่



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : รู้จัก “แม่ซู่กี๊ ขนมไทย” ขายกล้วยบวชชี-กล้วยปิ้งในเซเว่นฯ กวาดรายได้ 416 ล้านบาท รับกล้วยจากสวน 48,000 กิโลต่อเดือน

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine