Boncafe Thailand ชูจุดแข็ง "Sustainable Coffee" ตอกย้ำผู้นำ "เมล็ดกาแฟเน้นความยั่งยืน" ตั้งเป้าปี 69 รายได้ 1,500 ล้าน

Boncafe Thailand ชูจุดแข็ง "Sustainable Coffee" ตอกย้ำผู้นำ "เมล็ดกาแฟเน้นความยั่งยืน" ตั้งเป้าปี 69 รายได้ 1,500 ล้าน

"Boncafe Thailand" (บอนกาแฟ ประเทศไทย) มั่นใจปี 69 รายได้แตะ 1,500 ล้าน ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว เน้นบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเมล็ดกาแฟอย่างยั่งยืน ที่มี Rainforest Alliance Certified Coffee เสิร์ฟความแตกต่างที่เหนือกว่าในยุคที่ผู้คนเลือกใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น


    Boncafe Thailand (บอนกาแฟ ประเทศไทย) ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำโซลูชันกาแฟครบวงจร (One Stop Coffee & Beverage Solutions) ที่คัดสรรคุณภาพมาตรฐานของเมล็ดกาแฟระดับโลกจาก Rainforest Alliance (องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับสากล ที่เน้นส่งเสริมการทำเกษตรกรรมและป่าไม้อย่างยั่งยืนเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร) พร้อมส่งต่อให้แก่ลูกค้าที่เป็นกลุ่มธุรกิจโรงแรมและพันธมิตรร้านกาแฟชั้นนำทั่วไทยมานานกว่า 35 ปี ล่าสุดจึงได้ทำการเนรมิตพื้นที่สำหรับจัดบูธให้กลายเป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้ด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเมล็ดกาแฟ ภายในงาน "World of Coffee Bangkok 2026" ณ ไบเทค บางนา ระหว่าง 7-9 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา



    อุษาพรรณ อินทีวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า Boncafe Thailand ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมเป็นอย่างมาก โดยข้อมูลการดำเนินงานของเครือ Massimo Zanetti Beverage Group ในปี 2025 สะท้อนให้เห็นว่า เราเป็นผู้ใช้สารกาแฟดิบ (Certificated Green Bean) รายใหญ่จากปริมาณการบริโภคโดยรวมกว่า 125,000 ตันต่อปี แบ่งเป็น Rainforest Alliance Certified 25% หรือ 31,250 ตันต่อปี, Organic Certified 1.5% หรือ 1,875 ตันต่อปี และ Fairtrade Certified 3.5% หรือ 4,375 ตันต่อปี 

    ทั้งนี้ บริษัทยังช่วยสนับสนุนเกษตรกร ด้วยการให้ค่าแรงที่เป็นธรรม และรักษาสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืน ใน 3 SKU ที่คัดสรรเมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกที่ใส่ใจธรรมชาติ ได้แก่ 

    - Segafredo Rainforest Alliance ขนาด 1,000 กรัม จำหน่ายราคา 1,300 บาท 

    - Boncafe Rainforest Reserve ขนาด 500 กรัม จำหน่ายราคา 520 บาท

    - Boncafe Organic ขนาด 500 กรัม จำหน่ายราคา 490 บาท



    "เรามองเห็นช่องว่างของตลาดการบริโภคกาแฟในประเทศไทยที่โตขึ้นทุกปี แต่จำนวนแก้วการดื่มต่อวันยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ จากทั่วโลก ขณะเดียวกันการแข่งขันในตลาดนี้ก็ยังดุเดือดด้วยเช่นกันจากการมีคู่แข่งหน้าใหม่ๆ เข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดอยู่ตลอดเวลา ด้วยเป้าหมายที่เราตั้งใจให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน โปร่งใส ตามคอนเซ็ปต์ Sustainable Coffee ตั้งแต่ต้น แม้บริษัทจะไม่ได้ปลูกไร่กาแฟเองก็ตาม แต่เราคือ ตัวกลางที่คอยสนับสนุนเชื่อมโยงกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิต ต่อเนื่องไปยังกลุ่มธุรกิจและผู้บริโภคเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งในปีนี้เราคาดการณ์ว่ารายได้จากส่วนของกาแฟจะโตเพิ่มขึ้น 8-9% ประกอบกับรายได้จากชาประเภทต่างๆ เช่น ชาเชียวมัตฉะ ที่กำลังเป็นเทรนด์อยู่ตอนนี้ และการจำหน่ายเครื่องบด เครื่องชงกาแฟ เติบโตมากขึ้น จะหนุนให้รายได้ทั้งปีขยับขึ้นจากปีก่อนที่ 1,400 ล้านบาท ขึ้นมาเป็น 1,500 ล้านบาท ได้ตามเป้าหมาย"



    อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจจะได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามระหว่างประเทศที่ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้นถึง 40% ต่อเนื่องไปถึงค่าขนส่งและค่าแพ็กเกจจิ้งที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่ผู้บริหารของ Boncafe Thailand ยังกล่าวเสริมด้วยว่า จะยึดหลักการบริหารจัดการต้นทุนเป็นหลักและไม่ขยับราคาขึ้นให้เป็นภาระผู้บริโภคจนเกินไปท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ก็มีราคาแพงมากขึ้นในปัจจุบัน


 

ภาพ : Boncafe Thailand




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : "พลังคนโสดในเมือง" ที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม! วิจัยกรุงศรีชี้ 41% ของคนกลุ่มนี้ "เปย์ตัวเองฉ่ำ" เที่ยวต่างประเทศ ดูคอนเสิร์ตบ่อยกว่าคนมีคู่

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine