แบรนด์หรูขายดีกว่า 2.5 เท่า ต่างชาติเปย์ฉ่ำกว่าคนไทย 3-4 เท่า “เซ็นทรัลพัฒนา” ทุ่ม 7,000 ล้าน ขยายพื้นที่ “เซ็นทรัล ภูเก็ต” อีก 40%

แบรนด์หรูขายดีกว่า 2.5 เท่า ต่างชาติเปย์ฉ่ำกว่าคนไทย 3-4 เท่า “เซ็นทรัลพัฒนา” ทุ่ม 7,000 ล้าน ขยายพื้นที่ “เซ็นทรัล ภูเก็ต” อีก 40%

หลังลงทุนในภูเก็ตต่อเนื่องมากว่า 20 ปี ล่าสุด กลุ่มเซ็นทรัล โดย “เซ็นทรัลพัฒนา” ประกาศเดินหน้าลงทุนในภูเก็ตเพิ่มเติม โดยทุ่มงบกว่า 7,000 ล้านบาท ขยายพื้นที่ “เซ็นทรัล ภูเก็ต” เพิ่มอีก 40% เพิ่มพื้นที่แบรนด์หรูอีกเท่าตัว และนี่จะทำให้ “เซ็นทรัล ภูเก็ต” มีพื้นที่ใหญ่เบิ้มเป็นรองแค่เซ็นทรัลเวิลด์เท่านั้น


    ย้อนกลับไปเมื่อปี 2004 “กลุ่มเซ็นทรัล” ได้เข้าไปบุกเบิกการลงทุนในภูเก็ตด้วยการสร้างศูนย์การค้าแห่งแรกที่นี่อย่าง “เซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล” ในทำเลที่กลายเป็นจุดตัดของเมือง และถนนทุกสายต้องวิ่งมาที่นี่ ซึ่งในตอนนั้นเศรษฐกิจภูเก็ตยังไม่ได้โตมาก แต่หลังจากนั้นก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแง่ของการท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงมาที่นี่ นำมาสู่การต่อยอดสร้าง “เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า” เมื่อ 8 ปีก่อน ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล

    การเปิดเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ไม่เพียงแค่เป็นการเปิดศูนย์การค้าใหม่ แต่ “เซ็นทรัลพัฒนา” ยังดึงลักชัวรี่แบรนด์มากมายให้เปิดสาขาแรกนอกกรุงเทพฯ ที่นี่ เป็นการสร้างภูเก็ตให้มีไลฟ์สไตล์ลักชัวรี่มากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น เซ็นทรัลพัฒนายังสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ อย่างอควาเรียม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกด้วย

    ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ความต่อเนื่องนี้ทำให้เซ็นทรัล ภูเก็ต เติบโตบนจุดแข็ง 4 ด้าน คือ

    1) Luxury mall หนึ่งเดียวนอกกรุงเทพฯ ที่รวมแบรนด์ระดับโลกไว้มากที่สุด

    2) มี Strategic alliances แข็งแกร่ง ทั้งพันธมิตรธุรกิจ โรงแรม ภาครัฐ-เอกชน และฐานลูกค้าไทย–Expat ในภูเก็ตที่มี Relationship ยาวนาน

    3) มี Variety of lifestyle ครบทุกการใช้ชีวิต

    4) เมกะมิกซ์ยูสระดับโลกใจกลางเมือง ที่ครบทั้งศูนย์การค้า, คอนโดมิเนียม และ Convention Hall รองรับอีเวนต์ระดับประเทศ-ระดับโลกตลอดทั้งปี


    แต่การเติบโตของภูเก็ตไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ดร.ณัฐกิตติ์ บอกว่า ศักยภาพของภูเก็ตในวันนี้ ก้าวไปอีกขั้นมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว ทั้งเที่ยวบินตรงที่มีมาภูเก็ตกว่า 400 เที่ยว/เดือน มากกว่าช่วงโควิดเสียอีก, นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้จ่ายในเซ็นทรัล ภูเก็ต ใช้จ่ายมากกว่าคนไทย 3-4 เท่า, มีวัฒนธรรมและอาหารที่เก่าแก่, มีท่าจอดเรือยอชต์ 5 แห่ง, เป็นศูนย์กลางระดับโลกในหลายด้านทั้ง Medical, Wellness และ Hospitality

    อีกทั้งตลาด Branded residences ก็มีการต่อเนื่อง โดยจะมีวิลล่าเปิดใหม่ระดับไฮเอนด์ถึงอัลตร้าลักชัวรี่ รองรับการใช้ชีวิตเป็นจุดหมายของ Global wealth และ Long-stay residents ทั่วโลก สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจภูเก็ตจาก Visitor Economy สู่ Living Economy อย่างชัดเจน


    ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวอีกว่า กลุ่มเซ็นทรัลมีความเชื่อมั่นในภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านการลงทุนของกลุ่มเซ็นทรัลในภูเก็ตมากกว่า 140 แห่ง นับเป็นจังหวัดที่มีการลงทุนสูงสุดอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ ครอบคลุมธุรกิจรีเทล 10 แห่ง โรงแรม 7 แห่ง ที่อยู่อาศัย 3 แห่ง และธุรกิจในเครือเซ็นทรัล รีเทล อีกกว่า 120 outlets

    ล่าสุด กลุ่มเซ็นทรัล โดยเซ็นทรัลพัฒนาเดินหน้าลงทุนในภูเก็ตต่อ เนื่องจากมองว่าภูเก็ตมีศักยภาพเทียบเท่ากับเมืองอย่าง Miami, Saint-Tropez หรือ Barcelona ที่มีองค์ประกอบครบทั้ง Fine dining, Yacht marina, Luxury boutique, Wellness และ Culture life ทำให้เซ็นทรัลพัฒนาจะต่อยอดโครงสร้างดังกล่าวให้ชัดเจนขึ้นในโมเดลใหม่ของเมืองชายทะเลหรูแห่งการใช้ชีวิตระดับโลกที่มี Downtown economy ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน


ทุ่ม 7,000 ล้านบาท ขยายเมกะมิกซ์ยูส

    ชาตรี โกวิทานุพงศ์ Head of Project Development บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวเสริมว่า การขยายโครงการเมกะมิกซ์ยูสนี้ใช้งบลงทุน 7,000 ล้านบาท คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2028 ทั้ง 3 ส่วน ประกอบด้วย

    1.เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า “The Pinnacle of Urban Luxury” ขยายพื้นที่ลักชัวรี่เพิ่มอีกเท่าตัว เป็น The World’s Luxury Destination ที่สมบูรณ์แบบที่สุดนอกกรุงเทพฯ คาดเปิดไตรมาส 4 ปี 2026

    2.เซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล “The Everyday Urban Lifestyle Gateway” ยกระดับประสบการณ์ช็อปปิ้ง ผสาน รีเทล แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และพื้นที่กิจกรรมไว้ด้วยกัน คาดเปิดไตรมาส 1 ปี 2028

    3.World-Class Attractions แลนด์มาร์กใหม่ที่รวม Aquatic Experience, World-class Arena for Entertainment & Culture และ Immersive Park บนพื้นที่ต่อขยาย 14 ไร่ คาดเปิดไตรมาส 3 ปี 2028


    ชาตรีกล่าวอีกว่า การขยายเมกะมิกซ์ยูสในครั้งนี้ จะทำให้เซ็นทรัล ภูเก็ต ทั้งโครงการมีมูลค่ารวมกว่า 26,000 ล้านบาท มีพื้นที่ทั้งโครงการรวม (GBA) 500,000 ตร.ม. บนที่ดิน 110 ไร่ โดพื้นที่โครงการเป็นรองเพียงเซ็นทรัลเวิลด์เท่านั้นที่มีพื้นที่ 550,000 ตร.ม.


ภูเก็ต คือเมืองลักชัวรี่

    อิศเรศ จิราธิวัฒน์ Head of Leasing Fashion & Luxury Partner Management บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “ภูเก็ตกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเร่งการเติบโตของตลาดลักชัวรี่ โดยปี 2026–2029 จะมี Branded Residences กว่า 4,700 ยูนิตจาก 26 โครงการ และโรงแรมลักชัวรี่ใหม่กว่า 20 โครงการ, 5,200 ห้อง ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทั้งการขยายสนามบินรองรับผู้โดยสารกว่า 18 ล้านคนต่อปี โครงการ Expressway สนามบิน–กะทู้–ป่าตอง ที่ลดเวลาเดินทางเหลือ 20 นาที รวมถึง Marina, Deep-sea port, โรงพยาบาลระดับสากล และโครงการ Wellness โดยมี เซ็นทรัล ภูเก็ต เป็นศูนย์กลางเชื่อมชีวิตลักชัวรี่

    “ปัจจุบัน เรามีฐานลูกค้ากำลังซื้อสูงทั้งคนไทย, Expat, นักท่องเที่ยวคุณภาพ และกลุ่ม Long-stays ส่งผลให้หลายแบรนด์มียอดขายติด Top 3 ของประเทศต่อเนื่อง มี Spending per Customer สูงสุดในกลุ่ม Tourist malls และมียอดขายต่อตารางเมตรสูงถึง 2.5 เท่า พร้อมฐานลูกค้า VVIP ระดับ Tycoon กว่า 3,000 คน อีกทั้ง The 1 ecosystem ที่เชื่อมโยงกลุ่มลูกค้า Wealth ได้ทั่วประเทศ"



    อิศเรศกล่าวอีกว่า จากศักยภาพของภูเก็ตและความเชื่อมั่นที่แบรนด์มีต่อเซ็นทรัล ภูเก็ต ซึ่งพิสูจน์ได้จากยอดขายที่เติบโตต่อเนื่อง และหลายแบรนด์มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของประเทศที่นี่ ทำให้แบรนด์ระดับโลกตัดสินใจขยายพื้นที่ร้าน พร้อมพัฒนาคอนเซ็ปต์ใหม่ในระดับแฟล็กชิป รวมถึง Phuket Exclusive items ที่มีเฉพาะที่เซ็นทรัล ภูเก็ต เท่านั้น

    “ด้วยศักยภาพต่างๆ นี้ เราจึงเดินหน้าขยายลักชัวรี่โซนเพิ่มอีกเท่าตัว และเพิ่มจำนวนแบรนด์ลักชัวรี่ต่อเนื่อง โดยภายในปี 2028 จะขยายสเกลเทียบเท่ากรุงเทพฯ ทำให้เซ็นทรัล ภูเก็ต เป็นศูนย์การค้าหนึ่งเดียวนอกกรุงเทพฯ ที่รวมแบรนด์ลักชัวรี่ระดับต้นๆ ของโลกไว้เกือบครบที่สุด”

    การขยายครั้งนี้ครอบคลุม 3 ส่วน

    1.ด้านแฟชั่น: มีอัปเดตความเคลื่อนไหวของแบรนด์หรูต่างๆ อาทิฃ

    -รวม Luxury brands ระดับต้นๆ ของโลก อาทิ BALENCIAGA, GUCCI, HERMES, LOUIS VUITTON, PMT THE HOUR GLASS, SAINT LAURENT, VERSACE, ZEGNA

    -แบรนด์ที่เปิด Exclusive ครั้งแรกนอกกรุงเทพฯ: BALENCIAGA/ BOTTEGA VENETA / BVLGARI/ BURBERRY / DIOR / GUCCI / HERMES / LOUIS VUITTON/ OMEGA/ PMT THE HOUR GLASS/ PRADA / SAINT LAURENT / VERSACE / TIFFANY & CO/ ZEGNA

    -แบรนด์ขยายพื้นที่ และคอนเซ็ปต์ใหม่ Exclusive เฉพาะเซ็นทรัล ภูเก็ต: LOUIS VUITTON บูติกส่วนต่อขยายใหญ่ที่สุดในภาคใต้, PRADA บูติกใหม่ขนาด 597 ตร.ม. มาพร้อมคอลเลกชัน Beachwear ที่มากที่สุด , PMT THE HOUR GLASS ขยายพื้นที่ใหญ่กว่าเดิม, CELINE Exclusive Pop-up, CHANEL BEAUTY Exclusive pop-up, BALENCIAGA, SAINT LAURENT ปรับคอนเซ็ปต์ใหม่ล่าสุด, TOD’S: Pop-up ครั้งแรก คอนเซ็ปต์ Italian summer ที่แรกที่เดียวในไทย, BVLGARI - เปิดบูติก Exclusive คอนเซ็ปต์ที่แรกที่เดียวในภูเก็ต, TIFFANY & CO. New concept store ที่มาพร้อมดีไซน์ Mosaic façade ที่เดียวในประเทศไทย

    -ขณะที่ Fashion & Bridge-line brands เพิ่มเป็นกว่า 250 แบรนด์ ตัวอย่างความสำเร็จ อาทิ ZARA Flagship ใหญ่ที่สุดใน Southeast Asia เปิดวันแรกยอดขาย อันดับ 1 ในเอเชีย รวมถึง LULULEMON, COS, ALO, ORLEBAR BROWN ที่เลือกเปิดสาขาสำคัญนอกกรุงเทพฯ ตอกย้ำเซ็นทรัล ภูเก็ตในฐานะเดสติเนชั่นที่แบรนด์ระดับโลกเลือกปักหมุด

    2.Ultimate Culinary Landmark ใหญ่ที่สุดนอกกรุงเทพฯ

    บนพื้นที่กว่า 20,000 ตร.ม. รวมร้านดังครบ ตั้งแต่ Local ถึง Fine Dining มีร้าน First time in Phuket จำนวนมาก เช่น Thai Brasserie by Blue Elephant, Starbucks Reserve ใหญ่ที่สุดในภูเก็ต, %Arabica, Haidilao สาขาแรกนอกกรุงเทพฯ รวมถึงร้านระดับโลกอย่าง Su Va Na รางวัล World’s Culinary Awards และเตรียมพบกับร้านระดับ Michelin ที่จะเพิ่มอีกเท่าตัวในอนาคต

    3.World-Class Attractions สร้างแลนด์มาร์กใหม่ของภูเก็ต

    ไฮไลต์สำคัญ คือ “World-class Arena for Entertainment & Culture” สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นเดสติเนชั่นที่ไม่เหมือนใครในโลก นอกจากนี้ ยังมี World-class Aquatic Experience เทียบชั้นอควาเรียมระดับโลก พร้อมเดินหน้าสร้าง World Festive events ต่อเนื่องทั้งปี ทั้งงาน Pride Month, Songkran, Countdown ร่วมขับเคลื่อนภูเก็ตสู่เมืองเทศกาลระดับโลก


    จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ Head of Business & Design Development บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวถึงแนวคิดการออกแบบว่า ในฝั่ง Floresta จะเน้นตอบโจทย์กลุ่ม Global Wealth รวม High-end luxury fashion, Premium café, Private lounge และ Luxury lifestyle ใหม่ๆ ทั้ง Sports, Athleisure, Active living และ Home พร้อมยกระดับเป็น Premium F&B destination ที่รวม Michelin restaurants และ Street food ในสเกลใหญ่ รวมถึงแม่เหล็กสำคัญอย่าง Central Department Store, Aquaria และพื้นที่กิจกรรมต่างๆ



    ขณะที่ฝั่ง Festival สร้าง Complete customer journey loop ยกระดับประสบการณ์การช้อปต่อเนื่องทั้งศูนย์ฯ เสริม Fashion flagship ขนาดใหญ่ ดึงแบรนด์ดังชั้นนำกรุงเทพฯ เปิดครั้งแรก และขยายโซนร้านอาหารชั้น 3 เพิ่มอีกกว่า 15% เพื่อยกระดับ Food destination เต็มรูปแบบ

    นอกจากนี้ ยังพัฒนา Mixed-use entertainment complex และ World-class attractions ใหม่ใน Central Phuket District เพื่อสร้าง Must-visit destination ที่แตกต่างระดับโลก ซึ่งจะประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป



ภาพ: บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : พลิกโฉมตึกข้าง “เซ็นเตอร์ วัน” สู่ “ออน อนุ” รีเทลใหม่ของอนุสาวรีย์ชัยฯ เปิด 7 โมงถึงตี 2 พบกันไตรมาส 3 ปีนี้

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine