เคยสงสัยไหม ทำไมข้าวกล่องเซเว่นมีหลายสี? เบื้องหลังไม่ใช่แค่ดีไซน์ แต่เป็นกลยุทธ์ของซีพีแรมที่ใช้ Data Analytics และ Color Coding แบ่งลูกค้าตามไลฟ์สไตล์ พร้อมผลิตอาหารพร้อมทานกว่า 2.4 ล้านถาดต่อวันให้ตอบโจทย์ทุกมื้อ
สมรภูมิอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทานกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ “มื้ออาหาร” ในยุคปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่คลายความหิว แต่กลายเป็นภาพสะท้อนไลฟ์สไตล์ รสนิยม และความใส่ใจด้านสุขภาพ เมื่อความต้องการของผู้บริโภคซับซ้อนและหลากหลายขึ้น โจทย์ใหญ่ของ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ในฐานะผู้นำตลาด จึงไม่ใช่แค่การทำอาหารให้อร่อย แต่คือการปรับแผนเพื่ออ่านเกมและตอบสนองดีมานด์เหล่านี้ให้ตรงจุด
มากกว่าผู้ผลิต คือผู้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
เพื่อรับมือกับโจทย์ดังกล่าว ซีพีแรมซึ่งมีกำลังการผลิตสูงถึง 2.4 ล้านถาดต่อวันเพื่อป้อนร้านสะดวกซื้อชั้นนำและส่งออกตลาดโลก จึงไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงแค่ “ผู้ผลิตอาหาร” อีกต่อไป แต่วาง positioning เป็นผู้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ผ่านการทำงานของทีมวิจัยและพัฒนากว่า 200 ชีวิต ที่เข้ามาดูแลตั้งแต่การยกระดับกระบวนการผลิตไปจนถึงหน้าตาของบรรจุภัณฑ์

ถอดรหัสพฤติกรรมผ่านกลยุทธ์ “Color Coding”
ผลลัพธ์จากการวิจัยถูกนำมาปรับใช้จริงตั้งแต่หน้าเชลฟ์สินค้า ซึ่งถือเป็นวินาทีชี้ชะตาในการตัดสินใจซื้อ ซีพีแรมจึงนำข้อมูลเชิงลึกมาออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยใช้ “สีของกล่อง” เป็นภาษาใหม่ในการสื่อสาร เพื่อแบ่งกลุ่มตามพฤติกรรมการกินและรูปแบบการใช้ชีวิต ช่วยให้ลูกค้าหยิบสินค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องอ่านฉลากให้ยุ่งยาก
- กล่องสีแดง (immediate consumption) : เจาะกลุ่มคนเมืองที่ต้องการความรวดเร็ว เป็นอาหารแช่เย็นปรุงสุกใหม่ในระบบปิดปลอดเชื้อ (2-6 องศาเซลเซียส) เก็บได้ 5-6 วัน ตอบโจทย์พฤติกรรม "ซื้อแล้วรับประทานทันที" ซึ่งถือเป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด
- กล่องสีขาว (pantry planning) : วางตำแหน่งสำหรับกลุ่มที่ต้องการ "วางแผนการกินล่วงหน้า" อาหารแช่แข็งในกล่องสีนี้สามารถเก็บในอุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส ได้นานถึง 6 เดือน รองรับพฤติกรรมการซื้อตุนเพื่อลดความถี่ในการออกจากบ้าน
- กล่องสีเขียว (health-conscious) : โฟกัสตลาดสุขภาพที่กำลังเติบโต เมนูในกลุ่มนี้ถูกควบคุมแคลอรีให้อยู่ที่ 400-500 กิโลแคลอรีต่อมื้อ พร้อมสูตรลดโซเดียม เจาะกลุ่มคนที่ต้องการความสมดุลระหว่างรสชาติและโภชนาการ
- กล่องสีทอง Gold Selection (premiumization) : เจาะตลาดพรีเมียมภายใต้แบรนด์ EZYGO สร้าง "ประสบการณ์มื้อพิเศษ" ด้วยวัตถุดิบคัดเกรดและสูตรจากเชฟมืออาชีพ โดยชูจุดเด่นที่เมนูซีฟู้ด เช่น ข้าวปลาหมึกผัดไข่เค็ม และสปาเกตตี้กุ้ง

Data Analytics ขับเคลื่อนเทรนด์ “อาหารไร้พรมแดน”
นอกจากบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่น การพัฒนาเมนูก็สำคัญไม่แพ้กัน แม้เมนูพื้นฐานอย่าง “ข้าวกะเพรา” จะยังคงเป็นสินค้ายอดฮิตที่ทำยอดขายได้อย่างสม่ำเสมอ แต่เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายขึ้น ซีพีแรมได้นำเทคโนโลยี data analytics มาจับกระแสโลกออนไลน์และอิทธิพลจากป๊อปคัลเจอร์ เช่น ซีรีส์เกาหลี เพื่อต่อยอดเป็นสินค้าใหม่ให้ทันเทรนด์
ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกแปลงเป็นเมนูนานาชาติที่ปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทย ไม่ว่าจะเป็นเมนูเกาหลีอย่าง ข้าวหมูสามชั้นย่างซอสบูลดักและฮอตคิมบับ หรือกลุ่มอาหารญี่ปุ่นที่ครอบคลุมตั้งแต่ ซูชิโรล โอนิกิริ ไปจนถึงข้าวหน้าหมูย่างเกลือ เพื่อดึงดูดผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ที่มองหาความแปลกใหม่ในมื้ออาหารประจำวัน

จับเทรนด์อนาคตด้วย Plant-Based และความยั่งยืน
นอกเหนือจากการแข่งขันด้านรสชาติและความสะดวก ซีพีแรมยังมองข้ามช็อตไปถึงเทรนด์อาหารแห่งอนาคต โดยส่งแบรนด์ VG for Love ลงสนามตลาดอาหารทางเลือกจากพืช เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มมังสวิรัติ รับประทานเจ และกลุ่ม flexitarian หรือผู้ที่ลดการบริโภคเนื้อสัตว์เป็นครั้งคราว
ซึ่งการแตกไลน์สินค้ากลุ่มนี้ ไม่ได้ทำไปเพื่อเกาะกระแสชั่วคราว แต่เป็นการวางรากฐานธุรกิจระยะยาวให้สอดคล้องกับแนวทาง Food 3S ขององค์กร นั่นคือ ความปลอดภัย (food safety) ความมั่นคง (food security) และความยั่งยืนทางอาหาร (food sustainability) เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าทุกคำที่ทานเข้าไปดีต่อทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
ท้ายที่สุดแล้ว ภาพรวมการปรับตัวของซีพีแรมทั้งหมดนี้ จึงสะท้อนให้เห็นว่าในสมรภูมิอาหารพร้อมทาน นวัตกรรมการผลิตที่ดีต้องมาคู่กับความเข้าใจอินไซต์ของผู้บริโภค ทำให้การเปลี่ยนมุมมองจากแค่คนทำอาหาร มาเป็นผู้สร้างประสบการณ์มื้ออาหารที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ซีพีแรมยังคงรักษาฐานลูกค้าและเติบโตได้ในทุกยุคสมัย

ภาพ : ซีพีแรม
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ซีพีแรม รุกตลาดเหนือ! ปั้นโมเดล “ป่าสร้างรายได้” น่านใต้ อัปสเกลกำลังผลิต “ครัวลำพูน” รับดีมานด์อาหารพร้อมทานพุ่ง 3%
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


