กาแฟจากมาเลเซีย ‘ZUS COFFEE’ บุกไทยอย่างเป็นทางการ! ชูจุดเด่น ‘Specialty ที่ราคาเข้าถึงง่าย’ ลุยเปิดครบ 50 สาขาในปีนี้

กาแฟจากมาเลเซีย ‘ZUS COFFEE’ บุกไทยอย่างเป็นทางการ! ชูจุดเด่น ‘Specialty ที่ราคาเข้าถึงง่าย’ ลุยเปิดครบ 50 สาขาในปีนี้

ZUS COFFEE แบรนด์กาแฟดังจากมาเลเซีย เตรียมลุยเปิดครบ 50 สาขาสิ้นปีนี้ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อพิสูจน์ความเป็น Specialty Coffee ที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าที่คิด ราคาเริ่มต้นแก้วละ 65 บาท


    หลังจากสร้างฐานที่แข็งแกร่งในกัวลาลัมเปอร์เมื่อปี 2562 “ZUS COFFEE” ได้เริ่มขยายตัวไปยังประเทศต่างๆ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน ตามลำดับ และไทยเป็นประเทศล่าสุดหรือลำดับที่ 5 ที่ “ZUS COFFEE” ได้เข้ามาปักหมุดเปิดร้านแรกที่ซอยอารีย์ ถนนพหลโยธิน และปัจจุบันมีสาขาทั้งสิ้น 15 แห่ง ใน 3 ทำเล คือ street shop (ตามท้องถนน) ออฟฟิศสำนักงาน และร้านในศูนย์การค้าทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล

    เวนอน เทียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการของ ZUS COFFEE กล่าวว่า มีแผนจะเปิดสาขาของ ZUS COFFEE ในไทยให้ครบ 50 สาขาภายในสิ้นปีนี้ โดย 25 สาขาจะอยู่ในสำนักงาน ส่วนอีก 20 สาขาอยู่ในศูนย์การค้า และที่เหลือ 5 สาขาจะเป็น street shop แต่ละสาขามีขนาดพื้นที่ 40-120 ตารางเมตร ราคากาแฟเริ่มต้นที่แก้วละ 65 บาท

    “เมืองไทยเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด ภายใน 6 เดือนเรามีจำนวนสาขาถึง 15 แห่ง ขณะที่สาขาในสิงคโปร์และมาเลเซียยังมีสาขาน้อยกว่า 10 แห่งในระยะเวลาเท่ากัน” เขากล่าว

เวนอน เทียน


    ZUS COFFEE ขยายธุรกิจไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยโมเดลการดำเนินธุรกิจแบบ New Retail ภายใต้แนวคิด App-first จนสามารถก้าวสู่หมุดหมายสำคัญราว 1,000 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปีที่ผ่านมา แบ่งเป็น สาขาในมาเลเซียราว 860 แห่ง และในฟิลิปปินส์ 160 แห่ง และกำลังก้าวไปสู่การเติบโตในระดับภูมิภาค ด้วยการเปิดตลาดใหม่ในอินโดนีเซียในเร็วๆ นี้อีกด้วย

    แม้ภาพรวมของร้านกาแฟในประเทศไทยที่มีมูลค่าตลาด 38,000 ล้านบาท จะมีการเปิดตัวและปิดตัวอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี และมีแบรนด์กาแฟให้เลือกนับไม่ถ้วนในตลาด แต่เวนอนเชื่อว่าจะมีลูกค้ามาใช้บริการที่ ZUS COFFEE เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดขายที่แข็งแกร่งเด่นๆ 3 ข้อ ได้แก่

    1.ร้านเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน ไม่เฉพาะเพียงทำเลที่ตั้งตามจุดต่างๆ แต่ยังสามารถสั่งผ่าน App และรับรองที่หน้าร้านได้อย่างสะดวกสบาย รวมทั้งระดับราคาเริ่มต้นที่ตั้งไว้เพียง 65 บาทต่อแก้วเท่านั้น ทำให้เข้าถึงง่ายได้ทุกวัน

    2. บริษัทมีการเก็บดาต้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าและสามารถนำเสนอสินค้าที่ personalize ได้ตลอดเวลา นับเป็นการปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมและพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่อย่างลงตัว เพื่อสร้างศักยภาพด้านการแข่งขันระยะยาวในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

    3.บริษัทพัฒนา product innovation ออกมาตลอดเวลา และในอนาคตจะร่วมมือกับพาร์ทเนอร์วงการต่างๆ อาทิ สินค้าไลฟ์สไตล์ ผ่านแคมเปญต่างๆ ในอนาคต เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ของ ZUS COFFEE ในวงกว้างมากขึ้น


    ZUS COFFEE เป็นแบรนด์กาแฟจากมาเลเซีย เปิดตัวครั้งแรกในปี 2562 ในใจกลางเมืองของกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อให้เป็นกาแฟ Specialty Coffee ที่คนทั่วไปสามารถดื่มได้ทุกวัน ราคาของ ZUS COFFEE เข้าถึงได้ง่าย เพราะสั่งซื้อเมล็ดกาแฟรวมศูนย์ที่มาเลเซีย เพื่อผลิตกาแฟที่เป็น House Blend ของ ZUS COFFEE เอง ขณะเดียวกันยังใช้เมล็ดกาแฟท้องถิ่นในประเทศนั้นๆ ด้วย

    สำหรับเมืองไทยใช้กาแฟบางส่วนจากเชียงราย นอกจากนี้ บริษัทยังมีเมนูที่ปรับตัวให้เข้ากับรสนิยมในการบริโภคในท้องถิ่นด้วย อาทิ ระดับความหวานในไทยที่มีถึง 4 ระดับ จากตอนแรกเข้ามี 2 ระดับเท่านั้น



    ปัจจุบัน เมนูท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมมี 3 เมนูด้วยกัน อาทิ Spanish Latte, ZUS Gula Melaka และ Velvet Creme Latte สำหรับตลาดเมืองไทยมีสินค้าเบเกอรี่และเครื่องดื่มอื่นๆ ด้วย อาทิ ชา เครื่องดื่มโซดาต่างๆ เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยที่ไม่ได้ดื่มกาแฟทั้งวันเหมือนลูกค้าในมาเลเซีย

    ปัจจุบัน ZUS COFFEE มีการจ้างงานทั่วภูมิภาคกว่า 8,000 อัตรา พร้อมมุ่งมั่นรักษามาตรฐานการดำเนินงานและเดินหน้าขยายธุรกิจด้วยหลักการเติบโตอย่างมีเป้าหมายและยั่งยืน

    “ไทยถือเป็นตลาดกาแฟที่มีศักยภาพการเติบโตสูงแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเปิดตัวในไทย ตลาดที่เปี่ยมไปด้วยความหลากหลาย มีความหมายที่สำคัญสำหรับเราในฐานะแบรนด์จากประเทศที่มีขนาดใหญ่ไม่มากนัก เราพร้อมก้าวสู่การเติบโตของ ZUS COFFEE ร่วมกับทีมงานในประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นพร้อมเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไปกับเสน่ห์และวัฒนธรรมรวมถึงรสนิยมด้านรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่หลากหลายของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เวนอนกล่าว

    เขากล่าวต่อว่า หัวใจสำคัญของโมเดลธุรกิจของ ZUS COFFEE คือการผสานข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเข้ากับการออกแบบประสบการณ์ที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง โดย ZUS App ช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าใจพฤติกรรมและความชื่นชอบการดื่มกาแฟของผู้บริโภคในวงกว้าง ทำให้สามารถใช้ข้อมูลเหล่านั้นในการพัฒนากาแฟเมนูใหม่ๆ ตลอดจนนำไปปรับปรุงเมนูเดิมให้ดีขึ้นด้วย

ภัทธนันต์ มีสิริพีราธร


    “ZUS COFFEE เกิดขึ้นจากความเชื่ออย่างแรงกล้าว่ากาแฟสเปเชียลตี้ควรเป็นกาแฟที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ไม่ใช่เครื่องดื่มเอ็กซ์คลูซีฟที่จำกัดเพียงเฉพาะกลุ่ม และพวกเขาไม่ควรถูกจำกัดและต้องเลือกระหว่างคุณภาพชั้นเยี่ยมกับราคาที่เข้าถึงได้ กาแฟของเราจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง เพราะเป็น Necessity ไม่ใช่ Luxury” ภัทธนันต์ มีสิริพีราธร ผู้จัดการทั่วไป ZUS COFFEE ประเทศไทย กล่าว



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : CHAGEE บุกไอคอนสยาม เตรียมเปิดแฟล็กชิปแห่งแรกในไทย และชวนลุ้น Meet-and-Greet ซุปตาร์เกาหลี ‘Bae In Hyuk’ 1 ก.พ. นี้

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine