พลิก “เดอะมอลล์ รามคำแหง” สู่โครงการ “1981 Soul & Sold” เปลี่ยนจากค้าปลีกดั้งเดิมสู่ Cultural Hub งบลงทุน 1,200 ล้านบาท

พลิก “เดอะมอลล์ รามคำแหง” สู่โครงการ “1981 Soul & Sold” เปลี่ยนจากค้าปลีกดั้งเดิมสู่ Cultural Hub งบลงทุน 1,200 ล้านบาท

FORBES THAILAND / ADMIN
12 Mar 2026 | 03:44 PM
READ 197

เดอะมอลล์ กรุ๊ป อัดงบ 1,200 ล้าน พลิกโฉม “เดอะมอลล์ รามคำแหง” สู่ “1981 Soul & Sold” ไม่ใช่ค้าปลีกแบบเดิม แต่เป็น Cultural Hub แหล่งรวมที่ขายของสะสม ของมือสอง สินค้าไลฟ์สไตล์ ตั้งเป้าเปิดให้บริการปีนี้


    ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2526 ท่ามกลางบรรยากาศการขยายตัวของกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก “เดอะมอลล์ รามคำแหง” หรือ เดอะมอลล์ 2 ได้ถือกำเนิดขึ้นในฐานะอาณาจักรค้าปลีกครบวงจรแห่งแรกของย่านชานเมือง

    จากนั้นในปี 2529 กลุ่มเดอะมอลล์ขยายกิจการศูนย์การค้าบนฝั่งถนนตรงข้ามในเวลาต่อมา โดยการเปิดเดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ หรือเดอะมอลล์ 3 และมีการสร้างสะพานเลื่อนลอยฟ้าที่เชื่อมโยงอาคารสองฝั่งถนนเข้าด้วยกัน


เดอะมอลล์ รามคำแหง


    ภาพของสะพานเลื่อนลอยฟ้าดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยในยุคนั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จที่ทำให้ที่นี่กลายเป็น “Mini Kingdom” ของตระกูลอัมพุช และเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานเดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่เติบโตมาอย่างสง่างามจนถึงปัจจุบัน

    ทว่าเมื่อกงล้อแห่งกาลเวลาหมุนไป พฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การ “ซื้อขาย” (Transaction) แต่โหยหาการ “สัมผัส” (Experience) และการค้นหา “ตัวตน” (Identity) ผ่านสินค้าที่มีเรื่องราว นี่จึงเป็นที่มาของการขยับตัวครั้งสำคัญภายใต้งบลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท เพื่อเปลี่ยนผ่านทรัพย์สินทางประวัติศาสตร์ชิ้นนี้สู่ยุทธศาสตร์ใหม่ที่เรียกว่า “1981 Soul & Sold”

    เดอะมอลล์ กรุ๊ป ระบุว่า “1981 Soul & Sold” ถูกออกแบบให้เป็น Cultural Hub แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่ผสานมิติของการค้า วัฒนธรรม และคอมมูนิตี้เข้าไว้ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อสร้างประสบการณ์รีเทลรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์พฤติกรรม ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน


    โดยบริษัทเลือกใช้โมเดล Project-based Collaboration เปิดรับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาแนวคิดและการคัดสรรผู้เช่า ขณะที่บริษัทฯ ยังคงเป็นเจ้าของทรัพย์สิน และบริหารจัดการด้านโครงสร้างอาคาร ระบบปฏิบัติการ มาตรฐานการดำเนินงาน รวมถึงการบริหารพื้นที่ร้านอาหารในชั้น G ของโครงการ

    อัจฉรา อัมพุช รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “การพัฒนาโครงการครั้งนี้ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญของพฤติกรรมผู้บริโภค ที่เริ่มมองหาสินค้าและประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ เรื่องราวและความหมายทางวัฒนธรรม มากกว่าสินค้าที่ผลิตในรูปแบบเดียวกันจำนวนมาก ในขณะเดียวกัน การเติบโตของตลาด Vintage, Resale, Collectibles และ Creative Lifestyle สะท้อนการขยายตัวของ Cultural Economy หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเรื่องราว วัฒนธรรม และตัวตนของสินค้า โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Uniqueness, Identity และ Storytelling

    ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมค้าปลีก บริษัทฯ ได้ประเมินศักยภาพของทรัพย์สินในระยะยาว และกำหนดแนวทางพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ของพื้นที่เดอะมอลล์ สาขารามคำแหง เพื่อขยายบทบาทจาก Traditional Retail Space สู่ Cultural Hub ภายใต้ชื่อโครงการ 1981 Soul & Sold ให้เป็น Cultural Retail Ecosystem เพื่อตอบรับแนวโน้มการเติบโตของตลาด Resale และเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรม (Cultural Economy) โดยมุ่งเชื่อมโยง Retail, Experience และ Community เข้าไว้ในโครงสร้างเดียวกัน เพื่อสร้างโมเดลธุรกิจที่มีความชัดเจน สามารถต่อยอดศักยภาพของทรัพย์สินได้อย่างยั่งยืน และสอดรับคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่

อัจฉรา อัมพุช


    อัจฉรา กล่าวอีกว่า “เดอะมอลล์ รามคำแหง เป็นศูนย์การค้าแห่งแรกของกลุ่มเดอะมอลล์ และเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของย่านรามคำแหงมาตั้งแต่ปี 2526 การพัฒนาโครงการ 1981 Soul & Sold จึงเป็นการต่อยอดคุณค่าของพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ไปสู่พื้นที่ที่ผู้คนสามารถค้นพบแรงบันดาลใจ เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและสร้างคอมมูนิตี้ร่วมกัน

    “โครงการ 1981 Soul & Sold เป็นส่วนหนึ่งของการกระจายพอร์ตธุรกิจ (portfolio diversification) เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจาก Transaction-based Retail ไปสู่ Experience & Community-driven Engagement เป็นการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ (asset value enhancement) ผ่านโมเดลที่สร้าง Traffic คุณภาพสูง และสร้างความแตกต่างเชิงแบรนด์ในระยะยาว

    “โดยปัจจุบัน ตลาด Resale, Vintage และ Cultural Commerce มีแนวโน้มเติบโตในระดับสากล สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ให้คุณค่ากับ Story, Sustainability และ Identity โดย 1981 Soul & Sold ถูกออกแบบเป็น Curated Cultural Platform ที่รวบรวมผู้ประกอบการและแบรนด์เฉพาะทางในหลากหลายหมวดหมู่ เช่น แฟชั่นวินเทจ งานสร้างสรรค์ ศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และสินค้าสะสม เพื่อสร้างประสบการณ์รีเทลที่แตกต่างจากศูนย์การค้าทั่วไป โดยวางเป้าหมายการพัฒนาโครงการฯ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ สร้าง Traffic คุณภาพสูง และสร้าง ความแตกต่างเชิงแบรนด์ในระยะยาว”



    ภายใต้แนวทางดังกล่าว เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้เปิดรับความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในรูปแบบ Project-based Collaboration เพื่อร่วมพัฒนาแนวคิดและคัดสรรผู้ประกอบการ โดยบริษัทฯ ยังคงเป็นเจ้าของทรัพย์สินและบริหารจัดการโครงการในภาพรวมทั้งหมด ในส่วนของการพัฒนาแนวคิดและการคัดสรรผู้เช่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้เชิญ “ชีวา ลาภิณตั้งสุทธิ” ผู้เชี่ยวชาญในตลาด Retro และ Resale เข้ามาร่วมทำหน้าที่ Retail Curator ของโครงการ

    ชีวา ลาภิณตั้งสุทธิ Retail Curator โครงการ 1981 Soul & Sold กล่าวว่า “แนวคิดในการพัฒนาโครงการ คือ A New-stalgia Market place & Culture Hub หรือการนำความทรงจำหรือวัฒนธรรมในอดีตมาตีความใหม่ให้เข้ากับยุคปัจจุบัน เช่น การนำกระแส Retro และ Vintage มาตีความใหม่ในบริบทของไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย โครงการ 1981 Soul & Sold จะเป็น Cultural Hub ของแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และงานสร้างสรรค์ ที่รวม Curated Retail, Specialty Vendors, Pop-ups, Workshops และ Collaborative Events เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้าง ecosystem ใหม่ของวัฒนธรรมร่วมสมัย”

ชีวา ลาภิณตั้งสุทธิ


    โครงการประกอบด้วย 8 พื้นที่หลัก ที่ถูกออกแบบให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่าง แฟชั่นหมวดธุรกิจหลัก ได้แก่
    • Fashion & Accessories
    • Music & Media
    • Analog & Tech Nostalgia
    • Art, Craft & Design
    • Collectibles & Memorabilia
    • Lifestyle Services
    • Food & Beverage

    ทั้งนี้ โครงการ 1981 Soul & Sold จะกลายเป็น Cultural Hub แห่งใหม่ของกรุงเทพ ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักสะสม และผู้บริโภคที่มีความสนใจเฉพาะทางเข้าด้วยกัน พร้อมสร้างรูปแบบพื้นที่เมืองที่แตกต่างจากศูนย์การค้าทั่วไป และช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับย่านรามคำแหงในระยะยาว โครงการอยู่ระหว่างการพัฒนาและคัดสรรผู้ประกอบการ โดยจะเปิดให้บริการในปี 2569



ภาพ: เดอะมอลล์ กรุ๊ป



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เปิดแผน “แมคโดนัลด์” ปีนี้ สาขาใหม่เน้นไดรฟ์ทรู-สแตนด์อะโลน พร้อมเตรียมออก Loyalty Program ครั้งแรก หวังยอดขายเติบโต 10%

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine