ยุคนี้ต้องแตกต่าง! “SALZ” ร่วมกับ “ชาตรามือ” เปิดตัว “ยาสีฟันสูตรเกลือชาไทย” ขยายฐานลูกค้า เจาะกลุ่มผู้บริโภค Gen ใหม่ เติมรสชาติและกลิ่นชา ทลายภาพจำความเค็มแบบเดิมๆ
ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่ยังคงต้องเร่งสร้าง “ความแตกต่าง” ตลาดยาสีฟันของไทยซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าราว 15,000 ล้านบาท แม้จะเติบโตในระดับเลขหลักเดียว แต่ก็ยังขยายตัวสม่ำเสมอทุกปี โดย “ประสบการณ์” และ “ไลฟ์สไตล์” ได้กลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการดึงดูดผู้บริโภคไม่แพ้ไปกว่า “คุณภาพ” สินค้า
ในตลาดนี้ SALZ ยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลัก โดยอยู่ใน Top 2 ของกลุ่มยาสีฟันสูตรเกลือ และตั้งเป้าเติบโตให้สอดคล้องกับภาพรวมตลาด โดยกลยุทธ์สำคัญในปี 2569 คือการขยับเข้าใกล้คนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น จากฐานลูกค้าหลักที่เป็นคนไทยกว่า 90% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป แบรนด์จึงต้องการเพิ่มสัดส่วนลูกค้าคนรุ่นใหม่จาก 30% เป็น 40%
อลงกรณ์ จารุจารีต ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ปีนี้ SALZ ต้องการสร้างความแปลกใหม่ให้กับตลาด และทลาย “กำแพงความเค็ม” ของยาสีฟันสูตรเกลือในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผ่านการมิกซ์แอนด์แมตช์รสชาติในรูปแบบใหม่ เพื่อทำให้แบรนด์เข้าถึงง่ายขึ้น และต่อยอดไปยังโปรดักต์อื่นๆ ในอนาคต
กลยุทธ์ดังกล่าวนำไปสู่การเปิดตัว “ยาสีฟันซอลส์ สูตรเกลือชาไทย” (SALZ Salted Thai Tea) โดยร่วมกับแบรนด์ชาไทยระดับตำนานอย่าง ชาตรามือ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ SALZ จับมือกับแบรนด์ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) นับเป็น Deep Brand Collaboration ที่ใช้เวลาพัฒนาร่วมกันอย่างยาวนาน ภายใต้มาตรฐานที่เข้มงวด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถสะท้อนเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์ได้อย่างชัดเจนและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้จริง
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสร้างสีสัน แต่เป็นการต่อยอดไปสู่มิติใหม่ของตลาด Oral Care โดย SALZ มองเห็นโอกาสในการขยายฐานผู้บริโภคใหม่ ผ่านการเข้าถึงไลฟ์สไตล์การดื่มชาไทย ซึ่งเป็นรสชาติที่คนไทยคุ้นเคยและนิยม
“ยาสีฟัน SALZ สูตรเกลือชาไทยถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดที่ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาการดูแลสุขภาพช่องปาก แต่เป็นช่วงเวลาที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นในทุกเช้าและก่อนนอน”
สำหรับยาสีฟัน SALZ สูตรใหม่ ขายในราคา 99 บาท ขนาด 80 กรัม มี Hypertonic Salt หรือเกลืออณูเล็กเข้มข้นที่ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นต้นเหตุของกลิ่นปากและคราบพลัค พร้อมทั้งมี Micro Silica & White Granular STPP ช่วยลดคราบที่สะสมบนผิวฟัน และ Fluoride ช่วยป้องกันฟันผุ โดยอลงกรณ์ยืนยันว่าสีส้มแบบชาในยาสีฟันจะไม่มผลต่อสีฟันแต่อย่างใด
ในส่วนของกระแสตอบรับ หลังจากเริ่มวางขายในช่องทางไฮเปอร์มาร์เก็ตตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สินค้าสามารถสร้างกระแสได้ทันที ภายใน 7 วันแรกหลายสาขาสินค้าถูกจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นและจีนที่เข้ามาซื้อในลักษณะเหมาทั้งชั้นวาง จนกลายเป็นอีกหนึ่งของฝากที่ต้องซื้อเมื่อมาเยือนประเทศไทย โดยเบื้องต้น SALZ วางแผนทำตลาดสินค้านี้เป็นระยะเวลา 1 ปี

ด้าน พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิพย์ธารี จำกัด ผู้ดูแลแบรนด์ชาตรามือ เสริมว่า ความร่วมมือระหว่าง SALZ และชาตรามือเกิดจากการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่นิยมดื่มชาเป็นประจำ ควบคู่กับความใส่ใจด้านสุขภาพช่องปาก
“การร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการก้าวข้ามขอบเขตธุรกิจครั้งสำคัญ โดยนำเอกลักษณ์ของชาไทยไปสู่ประสบการณ์ใหม่ในชีวิตประจำวัน ผ่านการทำงานกับแบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านยาสีฟันสูตรเกลือโดยตรง”
ทั้งนี้ ชาตรามือ ยังได้นำสินค้าไปวางจำหน่ายผ่านหน้าร้านของตัวเองกว่า 240 สาขา รวมถึงสาขาในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เพื่อช่วยขยายการเข้าถึงสินค้าในมิติใหม่ และตอบรับความต้องการจาลูกค้าต่างประเทศด้วย
ภาพ : SALZ Thailand, ChaTraMue
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : KANIVA ชูคอนเซ็ปต์ "No Pet Beauty Standard" ทำการตลาดเข้าใจ "คนรักสัตว์" ตั้งเป้าปี 69 ธุรกิจโต Double Digit
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

