เชลล์แห่งประเทศไทย ต่อยอด “เชลล์ชวนชิม” สัญลักษณ์ความอร่อยที่อยู่คู่คนไทยกว่า 65 ปี เปิดเว็บไซต์ใหม่รวบรวมร้านอาหารที่ได้รับการรับรองกว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศ พร้อมนำ 7 เมนูอาหารและเครื่องดื่มจากร้านดังและผู้ประกอบการท้องถิ่นสู่ Shell Café หวังเพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภคเข้าถึงร้านอร่อยและผลิตภัณฑ์ชุมชนไทยได้สะดวกยิ่งขึ้น
บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เปิดตัวเว็บไซต์โฉมใหม่ “เชลล์ชวนชิม” ผ่าน www.ShellShuanShim.com และ www.เชลล์ชวนชิม.com ต่อยอดสัญลักษณ์รับรองความอร่อยที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 65 ปี โดยเว็บไซต์ช่วยให้ผู้บริโภคค้นหาร้านอาหารที่ได้รับการรับรองจากเชลล์ชวนชิมกว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศได้สะดวกขึ้น
นอกจากนี้ เชลล์ยังนำเมนูเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการและชุมชนไทยมาต่อยอดจำหน่ายผ่านเชลล์ คาเฟ่ (Shell Café) เพื่อเชื่อมโยงสินค้าและรสชาติท้องถิ่นสู่ผู้บริโภคระหว่างการเดินทาง
ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ กล่าวว่า ตลอดเวลากว่า 65 ปีที่ผ่านมา เชลล์ชวนชิมยึดหลักการคัดสรรร้านอาหารจากคุณภาพและรสชาติที่แท้จริง เพื่อแนะนำร้านอร่อยจากทั่วประเทศให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง หลายร้านไม่ได้มีเพียงอาหารที่โดดเด่น แต่ยังสะท้อนเรื่องราว วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของผู้คนในแต่ละท้องถิ่นด้วย
เว็บไซต์โฉมใหม่นี้จะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงร้านอาหารที่ได้รับการรับรองได้สะดวกขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ค้นพบร้านเล็กๆ และเมนูพื้นถิ่นที่อาจยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
“การช่วยให้ผู้คนมองเห็นคุณค่าของอาหารท้องถิ่นมากขึ้น ไม่เพียงช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ แต่ยังเป็นการร่วมกันรักษาและส่งต่อมรดกอาหารไทย ให้คงอยู่กับคนไทยและประเทศไทยต่อไป” ม.ล.ภาสันต์ กล่าว
เว็บไซต์ยังรวบรวมเรื่องราวของร้านอาหารและผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ผู้บริโภคใช้วางแผนการเดินทางและค้นหาร้านอาหารที่สนใจได้สะดวกยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคสามารถติดตามคอนเทนต์เกี่ยวกับอาหารและผู้ประกอบการท้องถิ่นผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของเชลล์ชวนชิม ได้แก่ TikTok, Facebook, YouTube และ Instagram

7 เมนู Shell Café จากร้านอร่อยทั่วไทย
อรอุทัย ณ เชียงใหม่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ในวาระที่เชลล์ก้าวสู่ปีที่ 135 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย การเปิดตัวเว็บไซต์โฉมใหม่ครั้งนี้เป็นการนำมรดกอันทรงคุณค่ามาต่อยอดสู่ประสบการณ์ดิจิทัลที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคปัจจุบันมากขึ้น
นอกจากช่วยให้ผู้บริโภคค้นหาร้านอาหารจากทั่วประเทศได้สะดวกขึ้นแล้ว เชลล์ยังนำเมนูและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการคัดสรรจากเชลล์ชวนชิมมาจำหน่ายผ่าน Shell Café เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย และช่วยให้ผู้บริโภครู้จักสินค้าและรสชาติท้องถิ่นมากขึ้น แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับพันธกิจ powering progress ของเชลล์ ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ผู้บริโภค คู่ค้า ชุมชน และสังคมไทย
สำหรับเมนูอาหารและเครื่องดื่มจาก Shell Café ที่ได้รับการรับรองจากเชลล์ชวนชิม มีทั้งหมด 7 รายการ ได้แก่ อเมริกาโน่น้ำส้มคั้น ใช้กาแฟอาราบิกา 100% ผสานกับน้ำส้มคั้น 100%, น้ำเก๊กฮวยปั่นบุกบราวน์ชูการ์ ใช้เก๊กฮวยสูตรโบราณปั่น เสิร์ฟพร้อมบุกบราวน์ชูการ์ และน้ำเก๊กฮวยสูตรโบราณ
ส่วนเมนูอาหาร ได้แก่ หมูปิ้งสูตรเชลล์ชวนชิม, ไข่ออมเล็ตจากเศรษฐชล 3 รสชาติ ได้แก่ ชีส ครีมเห็ด และผักโขม โดยไข่ออมเล็ตผักโขมได้รับเครื่องหมายฮาลาลรับรอง, ข้าวต้มมัดจากเศรษฐชล 2 ไส้ ได้แก่ ไส้กล้วยและไส้เผือกบ้านหมอ พร้อมได้รับเครื่องหมายฮาลาลรับรอง, กล้วยตากและกล้วยม้วนแม่โสม ผลิตภัณฑ์ OTOP จากชุมชนไทยที่สืบทอดการผลิตมานานกว่า 30 ปี

65 ปี พัฒนาสู่ยุคดิจิทัล
สำหรับโครงการเชลล์ชวนชิมเริ่มต้นขึ้นในปี 2504 จากความร่วมมือระหว่างบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เพื่อแนะนำร้านอาหารอร่อยทั่วประเทศ โดยยึดหลักการคัดเลือกจาก “ความอร่อยจริง” และไม่มีการรับผลประโยชน์ตอบแทนจากร้านอาหาร
จากคอลัมน์แนะนำร้านอาหาร เชลล์ชวนชิมพัฒนาสู่สัญลักษณ์ชามลายครามที่คนไทยคุ้นเคย โดยมี ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ สืบทอดบทบาทนักชิม จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบัน เชลล์ชวนชิมยังคงยึดหลักการคัดสรรความอร่อย พร้อมปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล ผ่านเว็บไซต์ที่ช่วยให้ค้นหาร้านอาหารและทำความรู้จักผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่ได้สะดวกขึ้น ควบคู่กับการต่อยอดเมนูและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการคัดสรรมาจำหน่ายผ่าน Shell Café
ภาพ: เชลล์ชวนชิม
ออกแบบ: ชัยกานต์ มณีจักร์
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เมื่ออาหารเจไม่ได้ขายดีแค่ 9 วัน! ซีพีแรมรุกตลาด 4.9 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 9 เมนูใหม่-ตรึงราคาสู้ต้นทุนพุ่ง เจาะคนรักสุขภาพ ดันยอดขายนอกเทศกาล
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


