“บีโอไอ” ไฟเขียวลงทุน 9 โครงการ 6.6 หมื่นล้าน มี “เนสท์เล่” ตั้งโรงงานเนสกาแฟ 2.3 หมื่นล้าน และ “การบินไทย” 1.4 หมื่นล้าน ขยายฝูงบิน

“บีโอไอ” ไฟเขียวลงทุน 9 โครงการ 6.6 หมื่นล้าน มี “เนสท์เล่” ตั้งโรงงานเนสกาแฟ 2.3 หมื่นล้าน และ “การบินไทย” 1.4 หมื่นล้าน ขยายฝูงบิน

FORBES THAILAND / ADMIN
08 Jul 2026 | 05:41 PM
READ 191

บอร์ดบีโอไอ อนุมัติส่งเสริมการลงทุน 9 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 66,000 ล้านบาท ครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหาร ขนส่งทางอากาศ วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล และพลังงานหมุนเวียน โดยมี “เนสท์เล่” ตั้งโรงงานเนสกาแฟที่ จ.สมุทรปราการ มูลค่าลงทุน 2.3 หมื่นล้าน และ “การบินไทย” ขยายฝูงบิน 8 ลำ มูลค่าลงทุน 1.4 หมื่นล้าน


    นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่จำนวน 9 โครงการ มูลค่ารวม 66,320 ล้านบาท ครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหาร ขนส่งทางอากาศ วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล (Data Hosting) และพลังงานหมุนเวียน

    ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ สร้างงานที่มีคุณค่า และเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมเห็นชอบการปรับปรุงองค์ประกอบและขยายอำนาจหน้าที่ของ “คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุน” ให้ครอบคลุมถึงการกลั่นกรองโครงการ Data Center โดยจะพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งพลังงาน ทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อม การสร้างประโยชน์แก่ประเทศ และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมสร้างความชัดเจนและความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั่วโลก


อนุมัติลงทุน 9 โครงการ มูลค่า 66,320 ล้านบาท

    บอร์ดบีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่จำนวน 9 โครงการ รวมมูลค่า 66,320 ล้านบาท ประกอบด้วย

    -บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจากสวิตเซอร์แลนด์ จะลงทุนผลิตกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผงปรุงสำเร็จ และกาแฟพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์เนสกาแฟ (NESCAFÉ) รองรับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ มูลค่าลงทุน 22,935 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ

    -บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 14,326 ล้านบาท เพื่อขยายกิจการขนส่งทางอากาศ โดยการเช่าเครื่องบินโดยสาร จำนวน 8 ลำ รองรับการให้บริการเส้นทางการบินระหว่างประเทศ

    -บริษัท ดาต้าเซคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ Datasection Inc. ผู้นำด้านศูนย์ข้อมูลและเทคโนโลยี AI ของญี่ปุ่น จะลงทุนในกิจการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล (Data Hosting) มูลค่าลงทุน 7,831 ล้านบาท โดยจะติดตั้ง GPU Server สมรรถนะสูงในศูนย์ข้อมูลที่จังหวัดปทุมธานี และกรุงเทพฯ เพื่อรองรับบริการด้าน AI และธุรกิจดิจิทัล

    -บริษัท ดูซาน อิเลคโทร-แมททีเรียลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ในเครือ Doosan Corp. หนึ่งในแชโบลของเกาหลี และเป็นผู้นำอันดับ 1 ของโลกในกลุ่ม Non-Flow Prepreg จะลงทุนผลิต Prepreg และ Copper Clad Laminate (CCL) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิต PCB มูลค่าลงทุน 6,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ

    -บริษัท ไต้หวัน ยูเนี่ยน เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้นำด้านการผลิตวัตถุดิบสำหรับ PCB ที่ใช้ใน AI Server และ Data Center จากไต้หวัน จะลงทุนผลิต Prepreg และ Copper Clad Laminate (CCL) มูลค่าลงทุน 6,300 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี

    -บริษัท ฟูลเทค ไฟเบอร์ กลาส (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตผ้าใยแก้ว (Glass Fiber Fabric) รายใหญ่จากไต้หวัน จะลงทุนผลิตผ้าใยแก้วซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับ Copper Clad Laminate (CCL) ที่จะนำไปผลิตเป็น PCB ต่อไป มูลค่าลงทุน 3,310 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

    -บริษัท ลมรักษ์ กรีนเอ็นเนอร์จี จำกัด ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม จำนวน 2 โครงการ กำลังผลิตรวม 120 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุนรวม 5,618 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดลพบุรี


เร่งกำหนดทิศทาง และกลั่นกรองโครงการ Data Center

    นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับปรุงองค์ประกอบและขยายอำนาจหน้าที่ของ “คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุน” เป็น “คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุนและกลั่นกรองโครงการ Data Center” โดยมี เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน บีโอไอและสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เป็นฝ่ายเลขานุการร่วม เพื่อให้ครอบคลุมถึงการกลั่นกรองโครงการ Data Center โดยจะพิจารณาอย่างรอบด้านในทุกมิติ ก่อนที่ผู้ลงทุนจะยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน ทั้งด้านพลังงาน ทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อม การสร้างประโยชน์แก่ประเทศ รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างยั่งยืน

    พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการจัดการพลังงาน เพื่อรองรับการลงทุน ซึ่งได้มีการประชุมไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยได้กำหนดกรอบการดำเนินงานเร่งด่วน 7 ด้าน ได้แก่ การกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่สำหรับ Data Center เพื่อกำหนดอัตราค่าไฟเป็นการเฉพาะให้สะท้อนต้นทุนการจัดหาพลังงานอย่างเหมาะสม, การกำหนดสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดให้สอดคล้องกับแผนประเทศ, การส่งเสริมการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดผ่านกลไก Direct PPA, การจัดทำหลักเกณฑ์การวางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า, การศึกษารูปแบบการจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูงโดยตรงแก่ Data Center รายใหญ่, การเร่งลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า, และการจัดทำ Power & Water Map เพื่อประกอบการพิจารณากำหนดพื้นที่ที่เหมาะสม

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์


    "บีโอไอให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อเตรียมความพร้อมปัจจัยรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะการลงทุนขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมดิจิทัล AI และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีแนวโน้มจะเข้ามาลงทุนมากขึ้น ทำให้มีความต้องการใช้พลังงานและน้ำในอัตราสูงตามไปด้วย ภาครัฐจึงจำเป็นต้องร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการวางแผนพัฒนาพื้นที่ให้เหมาะสม ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว” นฤตม์ กล่าว



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เร่งดันเม็ดเงิน 7 แสนล้าน! รัฐบาลเปิดตัว “Thailand FastPass” ลดขั้นตอน-ร่นเวลาอนุมัติลงทุน คาดสร้างงานคุณภาพ 13,000 ตำแหน่ง

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine