ทุนใหญ่ “A Asset” บุกสุขุมวิท ทุ่ม 1.2 หมื่นล้าน ผุด “SKV53” มิกซ์ยูสพรีเมี่ยมติด BTS ทองหล่อ ดึงธรรมชาติ-Wellness เจาะคนเมือง

ทุนใหญ่ “A Asset” บุกสุขุมวิท ทุ่ม 1.2 หมื่นล้าน ผุด “SKV53” มิกซ์ยูสพรีเมี่ยมติด BTS ทองหล่อ ดึงธรรมชาติ-Wellness เจาะคนเมือง

FORBES THAILAND / ADMIN
31 Aug 2026 | 05:51 PM
READ 153

สมรภูมิอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ใจกลางสุขุมวิทกำลังจะถูกท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อ “เอ แอสเสท” (A Asset) กลุ่มทุนที่ซุ่มสั่งสมประสบการณ์ระดับนานาชาติมาอย่างยาวนาน ประกาศก้าวขึ้นสู่สังเวียนด้วยการเปิดตัวบิ๊กโปรเจกต์มิกซ์ยูส “SKV53” มูลค่าการลงทุนสูงถึง 1.2 หมื่นล้านบาท ปักหมุดบนทำเลแรร์ไอเทมติดสถานี BTS ทองหล่อ หวังสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่ผสานวิถีชีวิตคนเมืองเข้ากับธรรมชาติและสุขภาวะที่ดีแบบไร้รอยต่อ


    การตัดสินใจปักหมุดบิ๊กโปรเจกต์ครั้งนี้ มาจากการที่ A Asset ประเมินว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมี่ยมในกรุงเทพฯ ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มมิกซ์ยูสที่เข้ามาตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งต้องการโครงการที่ผสานการอยู่อาศัย การทำงาน และไลฟ์สไตล์ไว้ในจุดเดียว ควบคู่ไปกับเทรนด์ wellness real estate ที่กำลังขยายตัวในกลุ่มลูกค้าระดับบน ทั้งชาวไทยและต่างชาติที่หันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมโดยรอบมากขึ้น

    เพื่อรองรับดีมานด์ดังกล่าว โครงการ SKV53 Mixed Use Project จึงถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นที่ศักยภาพกว่า 7 ไร่ ภายใต้คอนเซปต์ Green & Wellness Real Estate โดยมีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 100,000 ตารางเมตร ซึ่งสเกลระดับนี้ทำให้โครงการไปไกลกว่าแค่ที่อยู่อาศัยระดับพรีเมี่ยม แต่กลายเป็นระบบนิเวศการใช้ชีวิตแบบครบวงจร


    โดยภายในโครงการจะประกอบไปด้วย ที่พักอาศัย, โรงแรมระดับ 5 ดาว, พื้นที่รีเทล, สเปซสำนักงานยุคใหม่ และ wellness center เต็มรูปแบบ โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ “Roof Park” สวนป่าขนาดใหญ่ลอยฟ้า ที่จะเข้ามาเป็นพื้นที่สีเขียวผืนใหญ่ใจกลางเมือง และร่วมยกระดับภูมิทัศน์ของกรุงเทพมหานคร

    อนวัช ฉัตรศิริกุล ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอ แอสเสท ฉายภาพให้เห็นถึงโอกาสในทำเลนี้ว่า “ทองหล่อคือย่านที่มีเสน่ห์ เป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และธุรกิจที่มีทั้งผู้บริหารชาวไทยและ expat อาศัยอยู่หนาแน่น แม้จะมีโครงการเกิดขึ้นมากมาย แต่สิ่งที่เรามองเห็นคือ “มิติที่ยังขาดหายไป” นั่นคือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เราจึงตั้งใจนำเสนอรูปแบบการใช้ชีวิตแบบ simple luxury ที่ให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่ามิกซ์ยูสแห่งนี้คือคำตอบที่ครบวงจรสำหรับคนยุคใหม่”


ชูจุดแข็ง "วิศวกรรม" รากฐานความแกร่งระดับนานาชาติ

    ซึ่งเบื้องหลังการพัฒนาโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่นี้ A Asset ได้นำจุดแข็งด้านงานวิศวกรรมมาเป็นหัวใจสำคัญ แม้ชื่อแบรนด์อาจจะยังฟังดูใหม่สำหรับตลาดอสังหาฯ ไทย แต่ในแวดวงก่อสร้าง นี่คือการผนึกกำลังของทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์บริหารโครงการรวมมูลค่ากว่า 1.65 แสนล้านบาท ผ่านสองเสาหลักสำคัญ ได้แก่ PPSN บริษัทวิศวกรที่ปรึกษาที่อยู่เบื้องหลังเมกะโปรเจกต์ของประเทศตลอด 36 ปี อาทิ รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT, สนามบินดอนเมือง-เชียงใหม่ และ BCONS ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในเวียดนาม

    “จุดเด่นของเราคือการเติบโตมาจากงานวิศวกรรม เราผ่านการทำโครงการในญี่ปุ่น ซึ่งสอนให้เราให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่จะกำหนดคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของอาคารในอีกหลาย 10 ปีข้างหน้า ขณะที่ตลาดเวียดนามสอนเราเรื่องการพัฒนาเมืองอย่างมีระบบ องค์ความรู้จากทั้งสองประเทศนี้ คือวัฒนธรรมที่เรานำมาใช้พัฒนาโครงการในไทยตั้งแต่วันแรก”

    จากความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมดังกล่าว จึงนำมาสู่หลักคิดการออกแบบจากภายในสู่ภายนอก ที่คำนึงถึงการดูแลรักษาในระยะยาว หรือ low maintenance design ซึ่งเป็นแก่นสำคัญที่จะทำให้ตัวอาคารยังคงคุณภาพและใช้งานได้ดีแม้กาลเวลาจะผ่านไป

อนวัช ฉัตรศิริกุล


ยกระดับอสังหาฯ สู่ความยั่งยืนระยะยาว

    ด้วยหลักคิดที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนตั้งแต่ระดับโครงสร้างนี้เอง การพัฒนา SKV53 Mixed Use Project จึงไม่ใช่แค่การสร้างอาคารที่มีดีไซน์โดดเด่น แต่ยังเป็นการประกาศปรัชญา “Always Forward สรรค์สร้าง ยั่งยืน” ของ A Asset ที่ตั้งเป้าจับจังหวะการเติบโตของตลาดอสังหาฯ พรีเมี่ยม ที่ผู้บริโภคยุคปัจจุบันยินดีจ่ายเพื่อแลกกับคุณภาพชีวิตที่ดีและความยั่งยืนในระยะยาว

    “เป้าหมายในอีก 5-10 ปีข้างหน้าของเรา คือการสร้างนิยามใหม่ให้คำว่า “โครงการที่ดี” ซึ่งสำหรับเรา มันคือโครงการที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับพื้นที่และชุมชนโดยรอบในระยะยาว” อนวัชกล่าวทิ้งท้าย

    สรุปแล้วการทุ่มงบ 1.2 หมื่นล้านบาทปักหมุด SKV53 จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มตัวเลือกใหม่ในย่านสุขุมวิท แต่เป็นการวางมาตรฐานใหม่ให้ตลาดอสังหาฯ ลักชัวรี่ ที่ความหรูหราต้องมาพร้อมกับการใช้งานจริง และเปิดพื้นที่ให้คน ชุมชน รวมถึงสิ่งแวดล้อม เติบโตไปด้วยกันในระยะยาว


ภาพ : A Asset




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เมืองอุตสาหกรรม 4.7 พันไร่! “ARAYA” บางนา กม.32 คืบหน้า ลุยขยายคลังสินค้าเฟส 2 อีก 5 ปีผุดบ้านจัดสรร รับประชากรได้ 5 หมื่นคน

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine