อสังหาฯ ไม่ง้อกรุงเทพฯ! อรสิริน บุกสมุย-โฟกัสเชียงใหม่ ผุด 3 โครงการปี 69 มูลค่า 2.6 พันล้าน พร้อมลุยบ้านมือสอง-คอมมูนิตี้มอลล์เต็มตัว

อสังหาฯ ไม่ง้อกรุงเทพฯ! อรสิริน บุกสมุย-โฟกัสเชียงใหม่ ผุด 3 โครงการปี 69 มูลค่า 2.6 พันล้าน พร้อมลุยบ้านมือสอง-คอมมูนิตี้มอลล์เต็มตัว

“อรสิริน โฮลดิ้ง” เดินเกมปี 2569 เปิด 3 โครงการใหม่ มูลค่า 2,634 ล้านบาท เตรียมรุก “เกาะสมุย” เจาะดีมานด์นักลงทุนและชาวต่างชาติ ตั้งเป้ายอดขายรวมไม่ต่ำกว่า 2,949 ล้านบาท เติบโต 20% พร้อมเดินหน้าปรับพอร์ต ดันสัดส่วนรายได้ โรงเรียนนานาชาติ-คอมมูนิตี้มอลล์-บ้านมือสอง


    บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทยยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับกลางในกรุงเทพฯ แต่สำหรับเชียงใหม่ยังคงมีดีมานด์อยู่อาศัยจริงอย่างต่อเนื่อง จากความหลากหลายของผู้อยู่อาศัย ทั้งชาวต่างชาติที่มาเกษียณ กลุ่ม Expat และ Digital Nomad รวมถึงคนกรุงเทพฯ ที่ย้ายมาอยู่ในระยะยาว ทำให้บริษัทเดินหน้าพัฒนาโครงการในหลายเซกเมนต์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ

    ความได้เปรียบของอรสิรินคือการเป็นแบรนด์ท้องถิ่นที่รู้จักเชียงใหม่อย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่การเลือกทำเล การออกแบบ ไปจนถึงบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า ขณะเดียวกันบริษัทยังขยายการพัฒนาโครงการออกสู่ต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ เช่น สมุยและภูเก็ต เพื่อรองรับดีมานด์จากนักลงทุนและชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    ในปี 2569 นี้ เชื่อว่าบริษัทจะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังชะลอตัว โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการพัฒนาโครงการในพื้นที่ เชียงใหม่ ภูเก็ต และสมุย ควบคู่กับการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจย่อย เช่น โรงเรียนนานาชาติ คอมมูนิตี้มอลล์ และธุรกิจบ้านมือสอง เพื่อสร้างรายได้ประจำ และลดความผันผวนจากการพึ่งพาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว โดยตั้งเป้าให้ภายในปี 2571 มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจหลัก 80% และธุรกิจย่อย 20%

    “เรามาถูกทาง เราเลือกเซกเมนต์ที่โตทุกทางได้อย่างพอดิบพอดี ทำให้สร้างรายได้ในปี 2568 อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งในปี 2569 เราน่าจะทำได้มากกว่านี้ จากนโยบายของบริษัทที่จะเพิ่มยอดขาย 20% ในทุกๆ ปี” บุญเลิศ กล่าว


ปี 68 กวาดยอดขาย 3.6 พันล้าน ฝ่าวิกฤตยอดโอน-โอเวอร์ซัพพลาย

    สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 อรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ ยังเผชิญภาวะโอเวอร์ซัพพลายสูงถึง 1.5-1.6 ล้านล้านบาท จากแรงกดดันของผู้ประกอบการซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนและจำเป็นต้องเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง

    ขณะที่ตลาดเชียงใหม่มีมูลค่าสินค้าคงค้างเพียง 5 หมื่นล้านบาท และทรงตัวมาแล้วราว 2 ปี ข้อได้เปรียบสำคัญคือการแข่งขันที่ไม่รุนแรงเท่า และจำนวนผู้เล่นในตลาดมีจำกัด จึงไม่จำเป็นต้องเร่งเปิดโครงการใหม่จำนวนมาก ทำให้ยังไม่เผชิญปัญหาโอเวอร์ซัพพลายเหมือนในกรุงเทพฯ

    ปีที่ผ่านมา บริษัททำยอดขายได้ 3,633.41 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายเดิมซึ่งตั้งไว้ที่ 2,364.56 ล้านบาท ถึง 53.67% แบ่งเป็นยอดขายคอนโดมิเนียม 2,236 ล้านบาท คิดเป็น 58% และบ้านแนวราบ 1,376 ล้านบาท คิดเป็น 42%

    ขณะที่ยอดโอนกรรมสิทธิ์อยู่ที่ 2,088.56 ล้านบาท ใกล้เคียงเป้าหมายซึ่งตั้งไว้ที่ 2,110.33 ล้านบาท ท่ามกลางภาพรวมตลาดอสังหาในประเทศไทยซึ่งมียอดโอนลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 แต่อรสิรินยังสามารถรักษาผลการดำเนินงานได้ดี

    สำหรับสัดส่วนลูกค้าในปีที่ผ่านมา เป็นลูกค้าต่างชาติ 58% และลูกค้าไทย 42% โดยลูกค้าต่างชาติหลักมาจากจีน 35% เมียนมา 9% เยอรมนี 3% และประเทศอื่นๆ รวม 11% สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของดีมานด์ในตลาดเชียงใหม่ที่ไม่ได้พึ่งพาลูกค้าจีนเพียงกลุ่มเดียวเหมือนในอดีต

ปี 69 บุก ‘สมุย’ โฟกัสเชียงใหม่ เจาะตลาดพรีเมียม

    สำหรับแผนดำเนินงานในปี 2569 เซกเมนต์ราคาที่ต่ำกว่า 3 ล้านบาทยังคงมียอดขายสุทธิในระดับต่ำ สะท้อนปัญหากำลังซื้อที่ชะลอตัวเช่นเดียวกับภาพรวมทั้งประเทศ

    อรสิรินจึงปรับกลยุทธ์มาโฟกัสตลาดพรีเมียมแทนโดยเฉพาะกลุ่มราคาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดีและมีดีมานด์ชัดเจน โดยเฉพาะในเชียงใหม่

    ปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 2,634 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบในเชียงใหม่ 2 โครงการ ได้แก่ HABITAT Mahidol และ BELIVE วงแหวน-สันกำแพง มูลค่ารวม 1,862 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม Low Rise บนเกาะสมุย มูลค่า 770 ล้านบาท พร้อมจัดงบลงทุน 245 ล้านบาท สำหรับซื้อที่ดินรองรับการพัฒนาในอนาคต

    สำหรับตลาดต่างจังหวัดอย่างสมุย จากเดิมที่มูลค่าการโอนแทบไม่มีนัยสำคัญ แต่ปัจจุบันกลับเติบโตอย่างก้าวกระโดด 200-300% ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้ขนาดตลาดยังเล็กกว่าภูเก็ต แต่การขยายตัวในระดับดังกล่าวสะท้อนศักยภาพของสมุยอย่างชัดเจน

    โดยมีแรงหนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งตลาดยังไม่มีผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่เข้ามาทำอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ท้องถิ่น ซึ่งอรสิรินเชื่อว่าด้วยความน่าเชื่อถือของแบรนด์จะสามารถแข่งขันและสร้างการเติบโตได้

    ทั้งนี้ ในปี 2569 บริษัทได้ตั้งเป้า Backlog ไว้ที่ 3,493 ล้านบาท จาก 960 ยูนิต เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน และวางเป้ายอดขายแยกตามแบรนด์ ประกอบด้วย The Astra 805 ล้านบาท, Habitat 777 ล้านบาท, Arise 498 ล้านบาท, Ornsirin Ville 339 ล้านบาท, Belive 294 ล้านบาท และ The Next 131 ล้านบาท สะท้อนกลยุทธ์การเติบโตแบบกระจายพอร์ต ควบคู่การขยายธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว


ดันสัดส่วนรายได้โรงเรียนนานาชาติ-คอมมูนิตี้มอลล์-บ้านมือสอง

    เพื่อสร้างรายได้ประจำ และลดความผันผวนจากการพึ่งพาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว อรสิรินได้ตั้งเป้าให้ภายในปี 2571 มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจหลัก 80% และธุรกิจย่อย 20% ซึ่งประกอบไปด้วยโรงเรียนนานาชาติ คอมมูนิตี้มอลล์ และบ้านมือสอง

    เนื่องจากระยะยาว แนวโน้มประชากรที่ลดลงย่อมส่งผลต่อความต้องการที่อยู่อาศัยในอีก 5-10 ปีข้างหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนึ่งในธุรกิจที่อรสิรินขยายพอร์ตออกมาคือโรงเรียนนานาชาติ Mill Hill ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียน 130 คน เพิ่มขึ้นกว่า 50% ภายใน 5 เดือน และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 260 คนภายในปีนี้ ก่อนขยายเป็น 800 คนในปี 2572 ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้มากกว่า 500 ล้านบาทต่อปีให้บริษัท

    นอกจากนี้ ยังได้เปิดโครงการ The Backyard Mahidol ไปเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นคอมมูนิตี้มอลล์แห่งแรกของอรสิริน โดยตั้งอยู่บนทำเลทองติดถนนมหิดล เส้นทางเชื่อมระหว่างสนามบินและตัวเมือง มูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท ขนาดพื้นที่รวม 6 ไร่ หน้าโครงการ HABITAT Mahidol เพื่อตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยในโครงการ HABITAT และผู้โดยสารที่สัญจรผ่านเส้นทางระหว่างสนามบินกับตัวเมืองเชียงใหม่

    ปัจจุบัน พื้นที่เช่ารวม 3,041 ตารางเมตร มีผู้เช่าแล้วประมาณ 82% ซึ่งประกอบไปด้วยร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร สินค้าความงาม และคลินิก ตลอดจนพื้นที่สำหรับกีฬา โดยตั้งเป้าดึงดูดผู้เข้าใช้บริการเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 30,000-50,000 คนต่อวัน และคาดว่าเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาสแรกปี 2569 โดยตั้งเป้าไว้ที่ 30 ล้านบาท

    ทั้งนี้ ในอนาคตอรสิรินได้เตรียมเปิดคอมมูนิตี้มอลล์อีกแห่งที่จัังหวัดภูเก็ต บนถนนศรีสุนทร มูลค่าโครงการราว 160 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2570

    สำหรับตลาดบ้านมือสอง ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 75% ของตลาดที่อยู่อาศัยในเชียงใหม่ อรสิรินได้มองเป็นโอกาสใหม่จากการแข่งขันที่ยังไม่สูง เทียบกับบ้านมือหนึ่งที่มีสัดส่วนเพียง 25% แต่มีผู้พัฒนาโครงการกว่า 30 รายแข่งขันอยู่ในตลาดเดียวกัน

    จึงได้เดินหน้าธุรกิจ Home Renovate บ้านมือสอง โดยตั้งเป้ารายได้ 100 ล้านบาทจาก 10 ยูนิตในปี 2570 เพิ่มเป็น 200 ล้านบาทจาก 29 ยูนิตในปี 2571 และ 300 ล้านบาทจาก 50 ยูนิตในปี 2572 โดยเชื่อว่าระยะยาวธุรกิจบ้านมือสองจะมีขนาดใหญ่กว่าบ้านมือหนึ่ง


ภาพ : อรสิริน



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : AssetWise กางแผนปี 69 เปิด 11 โครงการใหม่ มูลค่า 17,555 ล้านบาท อยู่ใน ‘ภูเก็ต’ ไปแล้ว 6 โครงการ รับดีมานด์ต่างชาติซื้อบ้านพัก-ลงทุน

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine