มงคล ศีลธรรมพิทักษ์ โชว์แต้มต่อทรานส์ฟอร์ม CMO

มงคล ศีลธรรมพิทักษ์ โชว์แต้มต่อทรานส์ฟอร์ม CMO

ผลงานพลิกฟื้นกิจการให้กำไรเป็นประวัติการณ์ย้ำความมั่นใจการนำทัพขยายอาณาจักรให้ก้าวไกลกว่าบริการจัดงานอีเวนต์ด้วยอีโคซิสเต็มครบวงจรผสานความเชี่ยวชาญ ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยี เดินเกมรุกเปิดทางธุรกิจ New S-Curve พร้อมคว้าโอกาสต่างแดน


    ระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษในการเป็นเบื้องหลังความสำเร็จการจัดงานหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเริ่มต้นจากทีมงาน 4 คนที่ให้บริการผลิตสื่อประเภทมัลติมีเดียและมัลติวิชั่นตั้งแต่ปี 2529 ก่อนจะเล็งเห็นโอกาสขยายธุรกิจสนับสนุนด้านเครื่องมือและอุปกรณ์การแสดงครบวงจรตั้งแต่ระบบเสียง ระบบแสง ระบบภาพ และอุปกรณ์เทคนิคพิเศษต่างๆ 

    รวมถึงบุกเบิกธุรกิจบริหารจัดงานในประเทศไทยปี 2534 พร้อมรวมการดำเนินงานของบริษัทเข้าด้วยกันจัดตั้งกลุ่มดิ อายส์ (The Eyes Group) เพื่อให้บริการบริหารการจัดงานครบวงจร

    นอกจากนั้น บริษัทยังสามารถยกระดับความเป็นมืออาชีพจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai ในปี 2547 และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) ปี 2554 โดยเดินหน้าขยายธุรกิจให้บริการสร้างสรรค์บริหารจัดการงานอีเวนต์ นิทรรศการ พิพิธภัณฑ์ งานประชุมสัมมนา คอนเสิร์ต และเฟสติวัล 

    ภายใต้การนำของ มงคล ศีลธรรมพิทักษ์ ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) หรือ CMO ผนึกกำลังทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ 

    นำโดย นวิน เหมรัชตานันต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น total experience solutions มากกว่าบริการอีเวนต์ แต่ต้องสร้างความต่างด้วยมาตรฐานด้านความยั่งยืน

    “บริษัทเริ่มจากดิ อายส์ เน้นการถ่ายภาพ งานโฆษณา มัลติวิชั่น และขยับขยายเป็น พีเอ็ม เซ็นเตอร์ สนับสนุนอุปกรณ์จอ แสง เสียงในงานให้สมบูรณ์ รวมถึงจัดตั้ง ซีเอ็ม ออร์กาไนเซอร์ ให้บริการงานอีเวนต์ในยุคที่การรับรู้ภายนอกเป็นการจัดกิจกรรมการเปิดตัวสินค้าหรือการเข้าถึงผู้บริโภค 

    เราเข้ามาร่วมงานกับ CMO ในตำแหน่ง assistance project manager ที่ซีเอ็ม ออร์กาไนเซอร์ ซึ่งในประกาศรับสมัครงานระบุคุณสมบัติความรู้ความเข้าใจด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์ การบริหารจัดการ และความสามารถการส่งมอบงานได้ ด้วยความรู้ที่เราเรียนมาค่อนข้างหลากหลาย 

    ทั้งด้านโฆษณา PR วิทยุโทรทัศน์ และยังเคยฝึกงานที่ production house เกี่ยวกับการถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณา ทำให้เราลองสมัครเข้ามาทำเป็นงานแรกตั้งแต่เรียนจบนิเทศศาสตร์ถึงปัจจุบัน”



    มงคลกล่าวถึงประสบการณ์ความเชี่ยวชาญที่สั่งสมกว่า 30 ปี นับตั้งแต่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี นิเทศศาสตร์ เอกโฆษณา มหาวิทยาลัยพายัพในปี 2539 ซึ่งเริ่มต้นจากการทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการดูแลโปรเจกต์ บริษัท ซีเอ็ม ออร์กาไนเซอร์ จำกัด (เปลี่ยนชื่อเป็น บมจ. ซีเอ็มโอ) 

    โดยสามารถแสดงฝีมือสร้างความไว้วางใจให้ได้รับตำแหน่งสำคัญของบริษัท ไม่ว่าจะเป็น ผู้อำนวยการธุรกิจ และกรรมการผู้จัดการ รวมถึงกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่พัฒนาสายงานธุรกิจปี 2566 

    ขณะที่ได้รับมอบหมายให้นั่งเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารในปีที่ผ่านมา และแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ควบคู่ตำแหน่ง CEO ในเดือนมีนาคมปีนี้ เพื่อรวมการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและความคล่องตัวมากขึ้น 

    รวมถึงสานต่อความสำเร็จการพลิกฟื้นธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศสู่การเป็นผู้นำด้าน creative experience ระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน

    “แม้เราจะเป็น CEO ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่มีอุปสรรคการทรานส์ฟอร์มพอสมควร แต่เรามั่นใจในประสบการณ์ที่อยู่กับ CMO มาตลอด ทำให้มองเห็นสิ่งที่ควรปรับและเพิ่มเติม ซึ่งเราต้องขอบคุณผู้ถือหุ้นและกรรมการที่ให้โอกาสเรา รวมถึงเราต้องขอบคุณทีมงานทุกคนในทุกภาคส่วนของ CMO ที่ช่วยกันพลิกฟื้นธุรกิจ 

    เราต้องขอบคุณลูกค้าเช่นกันที่ให้ความไว้วางใจ CMO และยังมั่นใจในทีมทำงานมาโดยตลอด ซึ่งปัจจุบันเรามีทีมงานที่เข้มแข็ง 11 ทีม แต่ละทีมมีความเชี่ยวชาญและความเข้าใจในอีเวนต์แตกต่างกันในการสร้างประสบการณ์ตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลาย โดยทุกคนทุกทีมเหมือนหัวหอกนำ CMO เข้าไปอยู่ในใจของลูกค้า”



    สำหรับผลงานการพลิกฟื้นธุรกิจในปี 2568 บริษัทสามารถพลิกจากขาดทุน 85.2 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ 56.66 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 1.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 160.6 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 13% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 

    สะท้อนถึงการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานและประสิทธิภาพการบริหารจัดการอย่างชัดเจน เนื่องจากการปรับกลยุทธ์เน้นการบริหารจัดการต้นทุน บริหารความเสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านต่างๆ 

    นอกจากนั้น ปัจจัยสำคัญยังเกิดจากภาพการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ภาคเอกชนกลับมาใช้งบประมาณด้านการตลาดและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และงานสังสรรค์ขนาดใหญ่ขึ้น 

    รวมถึงนโยบายส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ภาครัฐที่จัดสรรงบประมาณกว่า 5 พันล้านบาทสนับสนุนอุตสาหกรรมวัฒนธรรม ซึ่งส่งผลบวกต่อธุรกิจด้านการออกแบบและติดตั้งนิทรรศการ ทำให้กลุ่มติดตั้งวัสดุและอุปกรณ์ของบริษัทเติบโตเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่มาจากกลุ่มพิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้

    “งานอีเวนต์มีองค์ประกอบและปัจจัยแวดล้อมที่อาจจะทำให้งานเกิดขึ้นหรือไม่เกิดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ การเมือง แต่อีเวนต์ยังเป็นเครื่องมือสำคัญของนักการตลาดในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน เพราะท้ายสุดแล้วเป็นจุดที่คนเข้ามาเสพประสบการณ์ การรับภาพ เสียง บรรยากาศ 

    โดยเฉพาะปัจจุบันทุกอย่างอยู่ในโลกออนไลน์ หลายอย่างเราไม่สามารถสัมผัสได้จากการดูผ่านมือถือหรือออนไลน์ ทำให้โหยหาการเข้ามาเจอของจริงในบรรยากาศนั้น รวมถึงการใช้ Idol marketing เข้ามาดึงดูดให้คนเข้ามาร่วมงาน อย่างกลุ่มแฟนด้อมที่ต้องการร่วมงานแฟนมีต (fan meeting) ซึ่งรูปแบบอีเวนต์มีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา”



ปรับกลยุทธ์สร้างรายได้ใหม่

    ก้าวสำคัญของบริษัทในปีที่ผ่านมาได้เริ่มต้นการปรับทิศทางเชิงกลยุทธ์เป็นองค์กรที่สร้างสรรค์ประสบการณ์อีเวนต์ครบวงจร ซึ่งผสมผสานเทคโนโลยีและข้อมูลทางการตลาด โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การวิเคราะห์ข้อมูล (data analytics) 

    และแพลตฟอร์มดิจิทัลใช้ในการยกระดับการจัดงานทั้งรูปแบบออนไซต์ ออนไลน์ และไฮบริด รวมถึงเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้วยการต่อยอดธุรกิจบริการด้านการตลาดดิจิทัล การสร้างคอนเทนต์ และโซลูชันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เพื่อสร้างรายได้ใหม่ (new s-curve) เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    “ผมเข้ามาร่วมเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทในปีที่แล้ว และดูแลเรื่องการขยายธุรกิจให้ CMO เป็นมากกว่าการเป็นผู้จัดงานอีเวนต์ เช่น พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ อย่างผลงาน Space Inspirium ของ GISTDA รวมถึงธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์เราลองโมเดลใหม่ที่ประสบความสำเร็จมากในการทำคอนเสิร์ตร่วมกับศิลปิน Becky ซึ่งพื้นฐานครอบครัวผมเคยทำค่ายเพลงเมื่อ 30 ปีที่แล้ว 

    ก่อนจะทำอุตสาหกรรมรับจ้างผลิตเครื่องดื่มและเครื่องสำอาง ทำให้ผมเข้าใจธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ และการบริหารจัดการบวกกับมุมมองคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจเทรนด์ศิลปินและการใช้เครื่องมือโซเชียลต่างๆ อย่างไรก็ตามเรายังต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอีกมาก และการบริหารจัดการภายในเป็นของคุณมงคลที่มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญสูงดีกว่า”

    นวินกล่าวถึงการปรับใช้ความรู้ปริญญาตรีบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจและการจัดการ university of portsmouth สหราชอาณาจักร พร้อมทั้งประสบการณ์ทำงานกับธุรกิจของครอบครัวเริ่มต้นตำแหน่งผู้อำนวยการด้านกลยุทธ์คอนเทนต์ และกรรมการความยั่งยืนของบริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) ในปี 2568 

    ก่อนจะนั่งเก้าอี้รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ดูแลการขยายธุรกิจใหม่ที่มีโอกาสสร้างรายได้เสริมความแข็งแกร่งการเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น การนำเทคโนโลยีและรูปแบบการนำเสนอใหม่มาใช้สร้างประสบการณ์มากกว่าการให้บริการงานอีเวนต์ การสร้างพันธมิตรระหว่างกัน และให้คำปรึกษาเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้ลูกค้า

    ขณะที่การให้บริการของบริษัทในปัจจุบันแบ่งเป็น 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจการให้บริการบริหารจัดการอีเวนต์ทุกรูปแบบด้วยความคิดสร้างสรรค์ ผสานเทคโนโลยี ธุรกิจให้บริการระบบภาพ แสง เสียง เทคนิคพิเศษต่างๆ 

    ได้แก่ บริการอุปกรณ์ระบบภาพ ระบบแสง ระบบเสียง เทคนิคพิเศษ และโครงสร้างรูปแบบต่างๆ ธุรกิจการให้บริการผลิตสื่อ ประเภทวิดีโอ ภาพยนตร์ แอนิเมชัน และอินเตอร์แอ็กทีฟมีเดีย รวมถึงธุรกิจให้บริการระบบสาธารณูปโภค เช่น บริการต่อระบบไฟฟ้า ระบบท่อน้ำ ระบบท่อลม และระบบการเดินสายส่งสัญญาณต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการจัดงานอีเวนต์

    “ภาพรวมธุรกิจหลักของเราให้บริการอีเวนต์ครบวงจร งานอุปกรณ์แสง เสียง มีเดีย เอฟเฟกต์ต่างๆ และงานพื้นฐานเรื่องระบบ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งถาวร การติดตั้งเฉพาะงาน เช่น การเดินระบบต่างๆ ในงาน อย่างระบบไฟ ระบบแอร์ อีกส่วนเป็นการให้บริการมัลติมีเดีย มัลติวิชั่น และแตกย่อยออกไป 

    ปัจจุบันเรามีการให้บริการงานพิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้หรือ learning center โดยสัดส่วนรายได้จะมาจากงานอีเวนต์สูงสุด 60% รองลงมาใกล้เคียงกันระหว่างงานอุปกรณ์และงานระบบ 15% ที่เหลือเป็นพิพิธภัณฑ์และมัลติมีเดีย 10%” มงคลกล่าว


    สำหรับรูปแบบการจัดงานของบริษัทแบ่งเป็น 7 ประเภท ได้แก่ การจัดกิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการขาย (corporate & marketing event) เช่น การจัดงานเปิดตัวสินค้า การทำการตลาดออนไลน์ การใช้โซเชียลมีเดีย เป็นต้น 

    การจัดกิจกรรมประเภทงานบันเทิงสาธารณะและกิจกรรมพิเศษ (public event) การจัดประชุมสัมมนา การจัดอีเวนต์ส่วนตัว การจัดงานอีเวนต์ในรูปแบบคอนเสิร์ตและโชว์บิซทุกประเภท 

    นอกจากนั้น บริษัทยังให้บริการจัดกิจกรรมรูปแบบดิจิทัลอีเวนต์ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น AR, CG, interactive media การทำ virtual museum exhibition ไม่ว่าจะเป็นงานเปิดตัวสินค้า งานประชุมวิชาการนานาชาติ งานสัมมนา งาน fan meeting รวมถึงการจัดผลงานแสดงนิทรรศการและพิพิธภัณฑ์ 

    บริษัทมีความครบวงจรเรื่องเทคนิคพิเศษและอุปกรณ์ระบบภาพแสงเสียงที่ช่วยตอบโจทย์ให้พิพิธภัณฑ์มีความทันสมัยและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ด้วยรูปแบบที่มีความเป็น digital museum มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เทคนิค RFID card scan เก็บบันทึกข้อมูล การนำเสนอข้อมูลผสมผสานกับ projection mapping การใช้เทคโนโลยี AR นำเสนอนิทรรศการและเทคนิคโฮโลแกรม

    “ธุรกิจหลักของเรายังเป็นอีเวนต์ แต่เราต้องการให้การรับรู้ของลูกค้าไม่ได้มองว่าเราเป็นบริษัทออแกไนซ์ที่อยู่มายาวนาน 40 ปีเท่านั้น แต่เราต้องมองไปข้างหน้าในการนำองค์กรเข้าสู่บริบทใหม่กับคนรุ่นใหม่และแนวทางธุรกิจใหม่ โดยเราต้องการเปลี่ยนภาพจาก event organizer เป็นผู้ให้บริการประสบการณ์เต็มรูปแบบ 

    ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเราลงทุนเรื่อง เอ็นเตอร์เทนเมนต์มากขึ้น โดยเฉพาะคอนเสิร์ต งานต่างๆ อย่าง fanmeet แต่วันนี้การตลาดแข่งขันค่อนข้างสูงทั้งคอนเสิร์ตในประเทศและต่างประเทศ เราต้องปรับกลยุทธ์อย่างการที่คุณนวินเข้ามาและทำงานร่วมกับน้อง Becky ซึ่งเราไม่ได้คิดว่าเราเป็นเพียงผู้จัดงาน 

    แต่ต้องการเป็นพาร์ตเนอร์ ศิลปินเป็นตัวเองมากๆ น้อง Becky มีสิทธิตัดสินใจเลือกรูปแบบเวที เพลง ดีไซน์ต่างๆ เองได้ โดยเรามีความพร้อมเรื่องอีโคซิสเต็มสามารถตอบโจทย์งานอย่างครบวงจร”

    มงคลย้ำภาพความสำเร็จของกลยุทธ์ที่วางไว้ในปีนี้ด้วยการเติบโตด้านรายได้และกำไรสุทธิช่วงไตรมาสแรก ซึ่งสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายลูกค้าใหม่ ทั้งภาครัฐและเอกชนในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น สถาบันการเงิน ยานยนต์ เทคโนโลยี เครื่องสำอาง สกินแคร์ รวมถึงการจัดงานที่ต่างประเทศ 

    ตัวอย่างผลงานปีนี้ เช่น MEGA Kids World 2026,  PMAN 2026, Srichand Fan Meet, ICON SIAM Bangkok Design Week, ELLE Fashion Week Summer, Adfest 2026, Honda Dealer Meeting 2026, Kubota Dealer Meeting, Bosch SG Dealer Conference


    ขณะที่แนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังยังส่งสัญญาณเชิงบวกจากการทุ่มงบจัดกิจกรรมของภาคเอกชนและเมกะโปรเจกต์หลายโครงการในประเทศไทย ซึ่งงานที่น่าสนใจ เช่น World Bank Gala Dinner งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ luxury brand 

    งานดูแลจัดทำพาวิลเลียนในงาน Money Expo 2026 งาน SET in the City 2026 และงานกลุ่มเอ็นเตอร์เทนเมนต์จัดกิจกรรมแฟนมีตติ้งศิลปิน เป็นต้น

    “ถ้าแนวโน้มสถานการณ์ดีขึ้น เราคงสานต่อการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เช่น ประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งเราเริ่มไปแล้วแต่ต้องชะลอแผนจากปัจจัยต่างๆ อย่างปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม แต่เรายังมีงานจากลูกค้าที่ให้โอกาสเราทำงานต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง 

    รวมถึงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ปีหน้าเราเตรียมขยายตลาดต่างประเทศกับน้อง Becky โดยเราไม่ได้เฉพาะเจาะจงธุรกิจใดเป็นพิเศษว่างานอีเวนต์ หรืออุปกรณ์ เรามองที่โอกาสเป็นหลัก ซึ่งเรามั่นใจในศักยภาพบุคลากร ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการใช้อุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

    มงคลเชื่อมั่นในจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญการจัดงานมากว่า 40 ปีในการให้บริการครอบคลุมงานจัดแสดงทุกประเภทครบวงจร โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพ การนำเสนอกิจกรรมรูปแบบแปลกใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ และการใช้เทคโนโลยี 

    ด้วยผลงานที่ผ่านมาสามารถสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างมาตรฐานความยั่งยืนเพื่อการเติบโตในระยะยาว

    นอกจากนั้น บริษัทยังกำหนดนโยบายการจัดการด้านความยั่งยืน 6 ด้านสำหรับใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติที่ครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยการประกอบกิจการด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม 

    การมีนวัตกรรมและการเผยแพร่นวัตกรรม การดูแลสิ่งแวดล้อม การเคารพสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม การร่วมพัฒนาชุมชนหรือสังคม

    ด้านนวินเสริมว่า “ส่วนตัวเราพยายามผลักดันให้มอง CMO ในมุมของ creativity, innovation, quality, safety ด้วยทีมของเรามีประสบการณ์ในแวดวงนี้ 40 ปี และเรายังสร้างทีมครีเอทีฟรุ่นใหม่ ซึ่งผสมผสานไอเดียทำตลาดที่แตกต่างกับความเชี่ยวชาญของรุ่นพี่จะได้ไอเดียที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงเรื่องนวัตกรรม เทคโนโลยี อินเตอร์แอ็กทีฟต่างๆ 

    เราพยายามศึกษาดูงานตามให้ทันต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นคุณภาพจากประสบการณ์รุ่นพี่บวกน้องรุ่นใหม่ที่ติดตามเทรนด์และกระแสในโซเชียลตลอด พร้อมทั้งให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยที่ครอบคลุมถึงการทำงาน เพราะอีเวนต์มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก เราต้องบริหารจัดการให้ดีที่สุด เช่น แผนรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน การสื่อสารแจ้งจุดรวมพล ประตูทางออกฉุกเฉิน”

    ขณะเดียวกันบริษัทยังพร้อมเปิดรับโอกาสที่เข้ามาในการขยายธุรกิจที่สอดคล้องกับกระแสความเปลี่ยนแปลงให้เกิดความยั่งยืนต่อเนื่องในอนาคต รวมถึงการจับมือกับพันธมิตรเสริมความแข็งแกร่งในการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ สถานที่ เทคโนโลยี และการลงทุนร่วมกัน 

    โดยให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคลทั้งทีมงานที่มีประสบการณ์สูงและทีมงานรุ่นใหม่ที่สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งต้องใช้ทักษะการสื่อสารให้เกิดความเข้าใจขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน

    “วันนี้เราก้าวไปข้างหน้าคนเดียวจะก้าวได้ไม่ไกล ถ้ามีเพื่อนหรือพันธมิตรจะทำให้เราก้าวใหญ่ขึ้น และก้าวได้ไกลมากขึ้น ซึ่งเราวางเป้าหมายการเติบโต 2 พันล้านบาทใน 2-3 ปีข้างหน้า ด้วยความมั่นใจในประสบการณ์ของผู้บริหารรุ่นผม 

    และผู้บริหารรุ่นหนุ่มอย่างคุณนวินที่จะเข้ามาเติมเต็มผสมผสานทั้งเชิงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญประกอบกันทำให้งานของลูกค้าสมบูรณ์ตามต้องการ โดยเรามีเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ ทีมปฏิบัติการ ทีมบริหารจัดการดูแลหน้างาน ซึ่งเราเน้นให้ทีมงานยึดมั่นในความเคารพวิชาชีพของเรา 

    การดูแลความลับของลูกค้า และมองทุกงานของลูกค้าให้เหมือนงานของเรา ขณะเดียวกันเราต้องไม่หยุดนิ่ง เพราะธุรกิจอีเวนต์เปลี่ยนแปลงและมีลูกเล่นใหม่ตลอดเวลา”


ภาพ: วรัชญ์ แพทยานันท์




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Landscape Collaboration คืนธรรมชาติสู่ใจกลางเมือง

อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนสิงหาคม 2569 ในรูปแบบ e-magazine