11 แนวทางใช้ชีวิตอย่างมหาเศรษฐี ฉบับ Warren Buffett - Forbes Thailand

11 แนวทางใช้ชีวิตอย่างมหาเศรษฐี ฉบับ Warren Buffett

คุณกำลังพยายามออมเงิน เคลียร์หนี้สิน และต้องการใช้จ่ายเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดกันอยู่หรือเปล่า? บางทีการได้เรียนรู้วิถีชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของมหาเศรษฐีคนดังเพื่อเอามาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตัวเองดูก็น่าจะเป็นเรื่องดีไม่น้อย ทว่ามหาเศรษฐีที่ว่า ก็น่าจะต้องเป็น Warren Buffett เท่านั้น


    Warren Buffett ซีอีโอของ Berkshire Hathaway คือผู้ได้รับสมญานามว่า ผู้พยากรณ์แห่งโอมาฮา แต่สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับนักธุรกิจทรงอิทธิพลชาวอเมริกันผู้นี้มีมากกว่าแค่อาชีพการงานของเขา

    แม้จะมีมูลค่าความมั่งคั่งรวมราว 1.16 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ จากการประเมินของ Forbes และครองตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 5 ของโลก แต่ Warren Buffett กลับมีความสุขในการใช้ชีวิตธรรมดาสามัญ มัธยัสถ์ และทำการกุศลด้วยความอารี ซึ่งมีเคล็ด (ไม่) ลับ ดังนี้


1. อยู่บ้านหลังเดิมที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 1958

    มหาเศรษฐีส่วนใหญ่มักเลือกพำนักอยู่ในคฤหาสน์หรู แต่ไม่ใช่ Buffett เขาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเดิมในเมืองโอมาฮา รัฐเนแบรสกา ซึ่งจ่ายเงินซื้อมาในราคา 31,500 เหรียญเมื่อปี 1958 เมื่อเทียบกับค่าเงินปี 2020 แล้วจะมีมูลค่าราว 285,000 เหรียญ

    Buffett ไม่มีความคิดจะขายบ้านหลังนี้เลย “ผมจะไม่ยอมแลกกับอะไรทั้งนั้น” เขาเผยแก่ CNBC เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

    หากคุณอยากอยู่อย่าง Buffett ให้ลองพิจารณาซื้อบ้านราคาต่ำกว่าขีดจำกัดที่คุณสามารถซื้อได้ดู เมื่อไม่ต้องจ่ายค่าผ่อนบ้านราคาแพง คุณจะได้นำเงินส่วนต่างนั้นไปเก็บออม ลงทุน หรือพักผ่อนวันหยุดแทน


บ้านแสนรักของ Warren Buffett ในโอมาฮา


    และหากคุณต้องกู้เงินซื้อบ้านก็ควรเลือกผ่อน 30 ปี โดย Buffett เผยว่า “เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในโลก” อันที่จริง Buffett เลือกผ่อน 30 ปีตอนซื้อบ้านพักตากอากาศในเมืองลากูนาบีช แคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 1971

    “ถ้าคุณคิดผิด และอัตราดอกเบี้ยขึ้นมาสัก 2% ซึ่งผมคิดว่าคงไม่ มันก็ยังคุ้มค่าอยู่” เขากล่าว

    อย่างไรก็ตาม Buffett พูดในบริบทของสหรัฐอเมริกาที่การกู้เงินซื้อบ้านเป็นระยะเวลา 30 ปีจะมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) การเลือกซื้อบ้านช่วงที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำจึงเป็นกลยุทธ์ที่ดี แต่สำหรับประเทศอื่น อาจต้องนำปัจจัยของประเทศนั้นๆ มาร่วมพิจารณาประกอบการตัดสินใจ


2. เริ่มวันใหม่ด้วยมื้อเช้าแสนเรียบง่าย

    คุณอาจกำลังจินตนาการว่ามื้อเช้าของบรรดามหาเศรษฐีต้องมาจากภัตตาคารหรู หรือไม่ก็จ้างเชฟส่วนตัวที่สามารถเนรมิตเมนูสุดพิเศษใดๆ ก็ตามขึ้นได้ทุกเวลา

    แต่ไม่ใช่ในกรณีมื้อเช้าของ Buffett เพราะเขาเลือกที่จะประหยัดเงินด้วยการกินฟาสต์ฟู้ด ซึ่งอันที่จริงเขาอาจเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการแวะร้าน McDonald’s ระหว่างห้านาทีที่ขับรถไปทำงาน นี่เป็นข้อมูลจากการรายงานของ CNBC

    หากวันไหนเขาอยากทำตัวรวยหน่อย ก็จะเลือกแซนวิชขนมปังบิสกิตที่มาพร้อมเบคอน ไข่ และชีส แต่หากตลาดอยู่ในช่วงขาลง เขาอาจเปลี่ยนไปกินแซนวิชไส้กรอก ไข่ และชีสซึ่งมีราคาถูกกว่า ส่วนในวันที่การลงทุนของเขาเข้าข่ายย่ำแย่ เขาก็จะเลือกกินแผ่นซอสเซจสองชิ้นกับโค้ก

    ยังเป็นที่รู้กันว่า Buffett มักเลือกรับประทานอาหารราคาถูกระหว่างเดินทาง แต่ไม่ใช่เบคอนคลอเลสเตอรอลสูงกับไข่ตามร้านอาหารหรอกนะ Bill Gates ผู้ก่อตั้ง Microsoft ซึ่งเป็นเพื่อนของเขาเคยเขียนไว้บนบล็อกว่า มื้อเช้าระหว่างเดินทางของ Buffett อาจมีเพียงขนมโอรีโอ้สักห่อหนึ่งเท่านั้น

    “สิ่งหนึ่งเกี่ยวกับ Warren ที่พวกคุณรู้แล้วต้องแปลกใจก็คือ พอเป็นเรื่องอาหาร ดูเหมือนเขาจะหยุดเวลาเอาไว้ที่ 6 ขวบ” Gates เขียน “แน่นอนว่าเขาไม่ได้กินอาหารเด็กอ่อนแล้ว แต่ส่วนใหญ่ก็กินแฮมเบอร์เกอร์ ไอศกรีม และโค้ก”


มหาเศรษฐีก็ทานไอศกรีมราคาไม่แพงเช่นกัน


    Buffett เคยอธิบายการเลือกรับประทานอาหารของตนผ่านการสัมภาษณ์กับนิตยสาร Fortune เมื่อปี 2015 ว่า “ผมเช็กตารางมรณะของพวกประกันดูน่ะ แล้วอัตราการตายต่ำสุดในหมู่คนอายุ 6 ขวบ ผมเลยตัดสินใจว่าจะกินอาหารแบบเด็ก 6 ขวบ เป็นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผม”


3. ซื้อรถลดราคา

    แม้ซีอีโอหลายคนเลือกขับรถราคาคันละหลายร้อยล้านเหรียญ แต่คุณจะพบว่า Buffett ขับรถที่ดูถ่อมตัวกว่านั้นมากทีเดียว

    ในสารคดีของ BBC ลูกสาวของเขา Susie Buffett เล่าว่า มหาเศรษฐีผู้นี้จะซื้อรถที่ลดราคาเท่านั้น อย่างรถที่เคยโดนลูกเห็บตกใส่ รถพวกนั้นได้รับการซ่อมแซมแล้ว ดูดีเหมือนไม่เคยเจอลูกเห็บมาก่อน และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแบบ Buffett

    “คุณลองคิดตามนะ เขาใช้รถพวกนั้นจนฉันต้องบอกเขาว่า นี่น่าอายมาก ถึงเวลาเปลี่ยนคันใหม่แล้ว” เธอกล่าวในสารคดี

    นอกจากนี้ Buffett เคยเผยกับ Forbes ในปี 2014 เกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อรถของตนที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษว่า “ความจริงคือ ผมขับรถแค่ประมาณ 3,500 ไมล์ต่อปี ผมเลยจะซื้อรถคันใหม่ๆ แค่นานๆ ครั้ง”

    และนี่จึงควรไว้เผื่อต้องไปซื้อรถคราวหน้าด้วยว่า รถมีแนวโน้มเสื่อมราคาเร็วมาก ดังนั้นคงดีต่อการเงินของคุณมากกว่าหากสามารถรักษารถที่ใช้งานได้ดีต่อไปยาวๆ หรืออย่างน้อยก็เลือกซื้อรถมือสองแทนรถใหม่


4. เพลิดเพลินกับงานอดิเรกที่เข้าถึงได้ง่าย

    วิถีชีวิตแบบ Warren Buffett ใช่ว่าต้องทำงานอย่างเดียว ห้ามทำอย่างอื่น เพราะอย่างไรเสียกระทั่งมหาเศรษฐีก็ยังมีงานอดิเรก แต่หากเทียบกับเหล่าซีอีโอ นักลงทุน และผู้ประกอบการชื่อดังคนอื่นแล้ว งานอดิเรกของ Buffett เป็นอะไรที่ประหยัดและเข้าถึงได้ง่ายกว่า ยกตัวอย่างเช่น การเล่นไพ่บริดจ์

    “ถ้าผมเล่นบริดจ์อยู่แล้วมีผู้หญิงเปลือยเดินผ่านมา ผมคงไม่ทันสังเกตเห็นเธอ” Buffett หัวเราะระหว่างให้สัมภาษณ์รายการ Sunday Morning ทางช่อง CBS News

    ถูกต้องแล้ว Buffett ประกาศตนว่าเขาเสพติดไพ่บริดจ์ และคุณอาจพบว่าเขาเล่นไพ่บริดจ์ราว 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จากที่เขาเคยให้สัมภาษณ์กับ Washington Post ในปี 2017

    “ครั้งหนึ่งผมเคยพูดว่า ผมไม่รังเกียจหรอกนะถ้าจะติดคุกหากเจอเพื่อนร่วมห้องขังที่ใช่ เราจะได้เล่นบริดจ์กันยาวๆ เลย” เขาเล่าติดตลก

    นอกจากนี้ ยามว่างเว้นจากการเป็นนักธุรกิจใหญ่ Buffett ยังผ่อนคลายด้วยการเล่นอูคูเลเล่และร้องเพลง เขาเคยเล่นให้บรรดานักลงทุนฟังด้วย หรือไม่ก็เล่นในกิจกรรมงานการกุศาลต่างๆ ครั้งหนึ่งวิดีโอที่เขาเล่นดนตรีกับ Bill Gates เคยเป็นไวรัลหลังผู้ก่อตั้ง Microsoft โพสต์ลงในบล็อกส่วนตัวเมื่อปี 2016


Bill Gates และ Warren Buffett ณ ร้านลูกวาดแห่งหนึ่งในโอมาฮา


5. ต้อนรับขับสู้มิตรสหายอย่างดีแต่ไม่ฟุ่มเฟือย

    คุณจะให้อะไรเพื่อนที่เป็นมหาเศรษฐีเหมือนกัน? มิตรภาพอันยาวนานระหว่าง Buffett และ Gates ถือเป็นตำนานได้เลย เพื่อเป็นเกียรติแก่ Warren Buffett ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 90 ปี ผู้ให้กำเนิด Microsoft อธิบายบนบล็อกของตนว่าอะไรคือสิ่งที่คอยยึดโยงมิตรภาพของพวกเขามาอย่างยาวนาน

    “จากทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมได้เรียนรู้จาก Warren สิ่งสำคัญที่สุดคือความหมายของมิตรภาพ” Gates เขียน “คนที่ผมชื่นชมมากพอๆ กับที่ชอบ น่าจะเป็นคำอธิบายความรู้สึกที่ผมมีต่อ Warren ได้อย่างเหมาะสมที่สุด สุขสันต์วันเกิด สหาย”

    Buffett ไม่ได้รับความซาบซึ้งใจจาก Gates เพราะการแสดงออกที่หรูหราราคาแพงแต่อย่างใด อันที่จริง เป็นเรื่องของการวางตัวต่อกัน เรียบง่ายเพียงนั้น Gates เล่าผ่านบล็อกเมื่อปี 2016 ว่า Buffett เป็นเพื่อนที่ใจดีและใส่ใจมากเพียงไร เช่น ขับรถไปรับ Gates ที่สนามบินเป็นการส่วนตัวเมื่อไหร่ก็ตามที่เขามาเยือนโอมาฮา โทร.คุยกันเป็นประจำ และส่งคลิปข่าวสารต่างๆ ที่คิดว่า Gates กับภรรยาน่าจะชอบทางอีเมล

    การติดต่อแสนพิเศษเหล่านั้นเองที่มีความหมายต่อกลุ่มเพื่อนสนิทมิตรสหายเป็นอย่างมาก และอาจเป็นเคล็ดลับอันทรงคุณค่าสำหรับผู้ที่ต้องการเดินตามรอย Warren Buffett


6. แม้มีสมาร์ทโฟน ก็ยังใช้มือถือจอพับ

    Buffett ไม่ใช่คนที่จะทุ่มเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อ iPhone รุ่นใหม่ล่าสุด แม้ว่าตอนนี้เขาจะใช้อยู่เครื่องหนึ่งก็ตาม มหาเศรษฐีนักลงทุนผู้นี้ให้สัมภาษณ์ในรายการ Squawk Box ทางช่อง CNBC เมื่อปี 2020 ว่า มีคนให้ iPhone เขามาหลายเครื่องเลย รวมถึงซีอีโอ Apple อย่าง Tim Cook ด้วย

    เขาเล่าว่าโทรศัพท์มือถือรุ่นฝาพับเก่าแก่ที่เขาใช้มานานหลายปีในที่สุดก็ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้อีกแล้ว และตอนนี้เขาก็เปลี่ยนมาใช้ iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดแทน (ณ เวลานั้นคือ iPhone 11)

Warren Buffett กับมือถือฝาพับที่ใช้งานอย่างคุ้มค่า


    แม้การตามเทคโนโลยีใหม่ให้ทันสม่ำเสมอจะเป็นเรื่องสมควรทำ แต่ลองเลือกดำเนินรอยตาม Buffett สักข้อ และเปลี่ยนมือถือแค่เฉพาะตอนที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้นดู หากคุณยังคงยืนกรานจะใช้ iPhone รุ่นล่าสุด ก็ลองมองหาวิธีอื่นเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ เช่น ใช้แพ็คเกจที่ไม่มีสัญญาผูกมัด หรือไม่ก็ใช้แพ็คเกจแบบครอบครัวเพื่อให้ราคาถูกลง


7. สูทที่ใส่ไม่ต้องแบรนด์เนมก็ได้

    Buffett หลีกเลี่ยงชุดสูทจากดีไซเนอร์แบรนด์ไฮเอนด์ เขาเลือกสวมเฉพาะสูทที่ตัดเย็บโดย Madame Li ช่างตัดสูทชาวจีนที่รู้จักกันในปี 2007 โดยปัจจุบันเธอยังเป็นซีอีโอบริษัทผลิตเสื้อผ้ารายใหญ่ของจีนที่เธอก่อตั้งขึ้นอีกด้วย

    “ชุดพวกนั้นพอดีตัวผมเป๊ะ” เขาเล่ากับทาง CNBC ในปี 2017 “ผมได้รับคำชมด้วย นานแล้วที่ไม่มีคนชมเกี่ยวกับการแต่งกายของผม แต่พอใส่สูทของ Madame Li ก็มักมีคนชมตลอดเลย”

    ข้อคิดจากเรื่องนี้คือ ให้เลือกซื้อของที่จะอยู่กับคุณไปนานๆ แทนที่จะเลือกซื้อเพราะเป็นแบรนด์ดัง


8. มีคูปองก็ใช้ให้คุ้ม

    Buffett แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า กระทั่งมหาเศรษฐีก็ยินดีกับการประหยัดเงิน ในจดหมายประจำปี 2017 ของมูลนิธิ Bill and Melinda Gates มีการเล่าถึงการเดินทางด้วยกันระหว่าง Bill Gates และ Warren Buffett ซึ่ง Buffett ได้จ่ายค่าฟาสต์ฟู้ดมื้อกลางวันของพวกเขาด้วยคูปองพร้อมภาพหลักฐานประกอบ


Bill Gates และ Warren Buffett ที่ McDonald's


    “จำตอนที่เราหัวเราะเมื่อครั้งไปฮ่องกงด้วยกันแล้วตัดสินใจกินมื้อเที่ยงที่ McDonald’s ได้ไหม? นายขอเป็นคนจ่าย ล้วงมือลงไปในกระเป๋า แล้วสิ่งที่หยิบออกมาก็คือ...คูปอง!” Bill Gates บรรยาย “Melinda เพิ่งมาเจอรูปนี้ของผมกับพ่อยอดนักเปย์ ย้ำให้เราระลึกได้ว่านายให้ความสำคัญกับดีลที่คุ้มค่าแค่ไหน”

    จะซื้อจะจ่ายอะไรคราวหน้าก็ประหยัดเข้าไว้ แม้กระทั่งกับสิ่งที่ไม่ได้แพงนักอย่างอาหาร McDonald’s ใช้ส่วนลดที่มี ซึ่งปกติแล้วหาได้ไม่ยากนักหรอก


9. ทำงานในสำนักงานเดิมกว่า 50 ปี

    Buffett ยังคงอยู่ที่อาคารสำนักงานเดิมนับตั้งแต่เข้าร่วม Berkshire Hathaway เมื่อช่วงทศวรรษที่ 1960

    “สถานที่แห่งนั้นไม่เหมือนกับที่ไหน” Buffet เล่าเกี่ยวกับสำนักงานใหญ่ของบริษัทในเมืองโอมาฮาทางสารคดีของ HBO ในปี 2017

    “การเป็น Warren Buffett” CNBC รายงาน “เรามีพนักงาน 25 คนในสำนักงาน และหากย้อนเวลากลับไป ก็เป็น 25 คนนี้แหละ ที่ทำงานมาด้วยกันตลอดเลย เราไม่มีคณะกรรมการอะไรที่ Berkshire ทั้งนั้น ไม่มีฝ่ายประชาสัมพันธ์ ไม่มีฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ ไม่มีที่ปรึกษาทั่วไป เราไม่ทำตามอย่างคนอื่นๆ แค่เพราะเป็นแบบอย่างที่ใครๆ ก็ทำกัน”

    แม้คุณจะไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ ก็สามารถนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ได้ หลักการเดียวกันกับสุภาษิตโบราณที่ว่า “ถ้ายังไม่เสีย ก็อย่าเพิ่งไปซ่อม”


Blackstone Plaza (ชื่อเดิมคือ Kiewit Plaza) ที่ตั้งสำนักงาน Berskshire Hathaway


10. คิดนอกกรอบเพื่อออมเงิน

    ในหนังสือชีวประวัตินักธุรกิจ “Buffett: The Making of an American Capitalist” โดย Roger Lowenstein เขียนไว้ว่า หลังลูกคนแรกลืมตาดูโลก Buffett ก็เปลี่ยนลิ้นชักตู้เป็นพื้นที่ให้เด็กทารกนอนแทนที่จะเสียเงินซื้อเปล อ้างอิงข้อมูลจาก Forbes ครั้นพอมาถึงลูกคนที่สอง เขาก็ขอยืมเตียงเด็กมาใช้โดยไม่ได้ซื้อใหม่

    ทั้งนี้ การให้เด็กทารกนอนในลิ้นชักอาจฟังดูสุดโต่งเกินไปหน่อย ที่หยิบยกมาเป็นเพียงตัวอย่างให้เห็นภาพของการคิดนอกกรอบเท่านั้น เพราะสิ่งที่ต้องการจะสื่อจริงๆ คือการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่แล้วจะได้ไม่ต้องเสียเงินโดยใช่เหตุ


11. ให้ค่าความสัมพันธ์เหนือวัตถุ

    Buffett อธิบายสาเหตุที่เขาเลือกใช้ชีวิตอย่างมัธยัสถ์ในช่วงถามตอบกับกลุ่มนักเรียนในโรงเรียนธุรกิจเมื่อปี 2009 ว่า

    “คุณไม่สามารถซื้อสุขภาพกับความรักได้” คือคำพูดของ Buffett อ้างอิงจากบล็อก Underground Value “ผมเป็นสมาชิกชมรมกอล์ฟทุกชมรมที่ผมอยากเป็น แต่ผมขอเลือกเล่นกอล์ฟกับผู้คนที่ผมชอบที่ดีกว่าไปเล่นตามสนามสวยๆ ต่างๆ” รวมถึง “ผมไม่สนใจเรื่องรถ และเป้าหมายของผมก็ไม่ใช่การทำให้ใครหลายๆ คนอิจฉา”

    นอกจากนี้ ในการสัมภาษณ์กับ People เมื่อปี 2017 ลูกสาวของเขา Susie Buffett ยืนยันด้วยว่าพ่อของเธอ “ไม่ได้สนใจที่ตัวเองมีเงินมากมายมหาศาล” โดยเธอบอกว่าเขามีความใส่ใจและให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอย่างมาก

    “คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่เขามีเหลนเยอะแยะเลย และเขาสามารถบอกคุณได้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเหลนแต่ละคน เขารู้จักทุกคนและรู้กระทั่งว่าชีวิตของพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง”


แปลและเรียบเรียงจาก 11 Frugal Habits of Warren Buffett


เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : 5 หนังสือลงทุนที่ Warren Buffett แนะนำ พร้อมให้ฟังแล้วบน Spotify

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine