แผนครองโลกอันยิ่งใหญ่ Steve Schwarzman แห่ง Blackstone - Forbes Thailand

แผนครองโลกอันยิ่งใหญ่ Steve Schwarzman แห่ง Blackstone

FORBES THAILAND / ADMIN
07 May 2024 | 09:01 AM
READ 2235

​​ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และผลตอบแทนที่ยากจะเทียบได้ Blackstone คือผู้คว้าชัยเหนือ Wall Street แต่สำหรับ Steve Schwarzman ผู้ก่อตั้งวัย 77 ปี เกมของเขายังไม่จบ เขาต้องการครองตลาดในต่างประเทศให้ได้เบ็ดเสร็จ โดยมีประธานบริษัท Jonathan Gray เป็นผู้สร้างอาวุธอัจฉริยะที่หมายครอบครองสินทรัพย์มูลค่า 80 ล้านล้านเหรียญทั่วโลก


    ณ วันหนึ่งของเดือนกันยายน ปี 2023 Steve Schwarzman เศรษฐีพันล้านผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Blackstone ยักษ์ใหญ่แห่งแวดวงการลงทุนหุ้นนอกตลาดกำลังขลุกอยู่กับพนักงานอาวุโสชาวยุโรปในงานเลี้ยงตั้งชื่อสำนักงานแห่งใหม่ ขนาด 26,000 ตารางฟุต ที่อยู่ข้างๆ เขาในลานอาคารสมัยศตวรรษที่ 18 อันงามสง่าคือ Gerard Errera ประธานกรรมการ Blackstone France อดีตเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำสหราชอาณาจักร เช้าวันเดียวกันนั้นเอง Schwarzman เพิ่งจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์สำคัญต่อหน้ากลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของยุโรปและสำนักงานครอบครัวกว่า 2,000 รายในงานสัมมนาประจำปีของ International Private Equity Market นับเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงในทวีปยุโรปของ Schwarzman อย่างแท้จริง เพียง 1 วันก่อนหน้านั้น Schwarzman วัย 77 ปี ยังร่วมกิจกรรมเปิดสำนักงาน Blackstone ขนาด 14,000 ตารางฟุตบนชั้นบนสุดของตึกระฟ้าที่สร้างจากกระจกและเหล็ก ใจกลางย่านการเงินเมือง Frankfurt ในเยอรมนี

    “ตลอดชีวิตนี้ผมเปิดอาคารสำนักงานมามากมาย แต่ตอนนี้มันกลับยิ่งน่าตื่นตาตื่นใจ” Schwarzman กล่าว จากบ้านของเขาที่ Park Avenue “ยิ่งอยู่ไกลจากสำนักงานใหญ่ก็ยิ่งต้องใช้ความพยายามเพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะยังคงรักษาวัฒนธรรมไว้ให้เหมือนกัน และความเสี่ยงในการทำข้อตกลงต่างๆ มีความสม่ำเสมอ”

    ขณะที่บริษัทขยายกิจการไปทั่วโลก (ปัจจุบันมีสำนักงาน 17 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานในต่างประเทศเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในระยะเวลาเพียง  5 ปี) Jonathan Gray กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Blackstone ต้องเดินทางไม่หยุด โดยมากแล้วจะเป็นการเดินทางไปยัง New York เพียงเพื่อเข้าร่วมการประชุมพนักงานทั้งบริษัทประจำสัปดาห์ทุกๆ วันจันทร์ แม้กระทั่งตอนที่ Schwarzman อยู่ใน Paris นั้น Gray อยู่ห่างออกไป 3,600 ไมล์ขณะกำลังเดินทางไปยัง Toronto ซึ่ง Blackstone กำลังเปิดสำนักงานแห่งแรกในแคนาดา ก่อนที่เขาจะเดินทางเยือน Blackstone Singapore ที่คาดว่าจะมีจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นเป็น 200 คน หรือเป็นเท่าตัวภายใน 2 ปี แม้ในตอนที่อยู่ New York นั้น Gray ยังคง “ท่องโลก” ไม่หยุด โดยปกติแล้วเขามักจะใช้เวลาเช้าตรู่คุยกับทหารใน Mumbai ขณะที่กำลังเดินไปสำนักงานใหญ่


    อินเดียคือประเทศสำคัญ Blackstone เป็นเจ้าของบริษัท 40 แห่งที่อินเดีย และยังเป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ อนุทวีปแห่งนี้เป็นตลาดที่บริษัทมีผลประกอบการดีที่สุด และเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วเขาเพิ่งพา Nexus ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ที่สุดของอินเดียเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ผ่าน Real Estate Investment Trust กองทรัสต์มูลค่า 1.9 พันล้านเหรียญ

    Blackstone กำลังดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าวในต่างประเทศซึ่งเป็นแหล่งเงิน ในขณะที่นักลงทุนสถาบันในสหรัฐฯ ซึ่งจัดสรรเงินลงทุนในกองทุนหุ้นนอกตลาดไปไม่น้อยกว่า 25% แล้วนั้นไม่ได้ต้องการจะลงทุนในภาคส่วนดังกล่าวอีกต่อไป ตรงกันข้ามกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่การลงทุนในทรัพย์สินของบริษัทเอกชนยังเป็นเพียงช่วงเริ่มต้นและเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่มากๆ ข้อมูลจาก Capital IQ ระบุว่า ในบรรดาธุรกิจที่น่าลงทุนนั้น 86% เป็นบริษัทเอกชนที่มีรายได้มากกว่า 250 ล้านเหรียญ นอกจากนี้ Blackstone ยังประเมินว่า นักลงทุนรายบุคคลทั่วโลกมีทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่ารวมกัน 80 ล้านล้านเหรียญ แต่ทรัพย์สินจำนวนมากเก็บอยู่เฉยๆ ในยุโรป เช่น Zurich และ Paris รวมถึงเอเชียอย่าง Tokyo ไปจนถึง Seoul และ Mumbai

    หากคุณเข้าใจเวลา Schwarzman (ปัจจุบันมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ราวๆ 3.8 หมื่นล้านเหรียญ) พูดถึงธุรกิจที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปี 1985 คุณจะตระหนักได้ทันทีว่า เกมการกู้เงินมาซื้อกิจการแบบเดิมๆ ที่ครั้งหนึ่งเขาช่วยสร้างขึ้นจนสมบูรณ์แบบนั้นกำลังเข้าสู่การปฏิวัติ ในสหรัฐฯ หุ้นบริษัทเอกชนนอกตลาดทั่วไป (การระดมทุนจากสถาบันขนาดใหญ่เพื่อเข้าซื้อบริษัทธรรมดาๆ กลายเป็นหนี้สินกองพะเนินจนต้องลดต้นทุนและปรับโครงสร้างเงินทุนใหม่เพื่อเร่งสร้างกำไร) กำลังจะสูญพันธุ์ หรืออย่างดีที่สุดคือ เติบโตอย่างช้าๆ เวลานี้บริษัทที่ลงทุนในหุ้นบริษัทเอกชนนอกตลาดมีกว่า 2,000 แห่ง มากกว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วที่มีเพียงไม่ถึง 500 แห่ง

    เกมใหม่นี้เรียกกันว่า “ทางเลือกใหม่” ล้วนเกี่ยวกับการเติบโต โดยบริษัทต่างๆ จะเข้าซื้อบริษัทอื่นๆ ในสาขาอย่างโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และอี-คอมเมิร์ซ และขยายกิจการให้เติบโต (ไม่ใช่ตัดให้เล็กลง) ในขณะที่การเข้าซื้อกิจการแบบเดิมๆ ซึ่งมีอายุเงินทุนจำกัดเพียง 10-12 ปี จนมีส่วนก่อให้เกิดวัฒนธรรมแบบ “หั่นทิ้ง” แต่ปัจจุบัน แหล่งเงินทุนที่มาแรงที่สุดในธุรกิจลงทุนดังกล่าวคือ สิ่งที่เรียกว่า “ชั่วนิรันดร์” กล่าวคือ เป็นเงินทุนที่มักจะเป็นมิตรต่อนักลงทุนและไม่มีกำหนดไถ่ถอน Blackstone ก็เหมือนกับ Berkshire Hathaway ของ Warren Buffett พวกเขามีมุกใหม่คือ การซื้อและถือยาว ซึ่งเงินกองทุนรูปแบบใหม่ก็สนับสนุนแนวทางดังกล่าวด้วยการจำกัดการขายคืน เวลานี้การลงทุนที่ไม่มีกำหนดไถ่ถอนรูปแบบใหม่นี้คิดเป็นสัดส่วนถึง 38% จากสินทรัพย์ภายใต้การจัดการมูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญของ Blackstone และคิดเป็นสัดส่วนที่สูงยิ่งกว่านั้นเสียอีกในบรรดารายได้จากค่าธรรมเนียมของ Blackstone เมื่อเทียบกับเมื่อเกือบทศวรรษที่แล้วที่เกือบไม่มีเลย



เรื่อง: Sergei Klebnikov และ Matt Schifrin เรียบเรียง: รัน-รัน ภาพ: Guerin Blask


เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Don Vultaggio ชายขายชา มหาเศรษฐีพันล้าน

คลิกอ่านบทความฉบับเต็มและเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนเมษายน 2567 ในรูปแบบ e-magazine