10 ปีที่แล้วดีกว่าตรงไหน? ทำไมมิลเลนเนียลและ Gen Z ถึงยกให้ปี 2016 เป็นช่วงเวลาที่ ‘ใจฟู’ ที่สุด

10 ปีที่แล้วดีกว่าตรงไหน? ทำไมมิลเลนเนียลและ Gen Z ถึงยกให้ปี 2016 เป็นช่วงเวลาที่ ‘ใจฟู’ ที่สุด

FORBES THAILAND / ADMIN
26 Jan 2026 | 11:12 AM
READ 151

โลกปี 2026 หมุนไวไปไหม? จนหลายคนอยากวาร์ปกลับไปซบไหล่ปี 2016 ที่สุด! ในวันที่ทุกอย่างเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งเรื่อง AI และเศรษฐกิจที่ผันผวน ปรากฏการณ์ 2016 Nostalgia เลยคัมแบ็กกลับมาฮิตแบบฉุดไม่อยู่


    ท่ามกลางโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน กระแสความคิดถึงปี 2016 หรือ Nostalgia กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ราวกับผู้คนจำนวนไม่น้อยกำลังมองหาที่พักใจ ด้วยการย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่คุ้นเคยและสบายใจกว่าเดิม ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ความรู้สึกแบบนี้มักเกิดขึ้นในช่วงที่โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความตึงเครียดทางการเมือง หรือแรงกระแทกจากเทคโนโลยีอย่าง AI ทำให้ปี 2016 กลายเป็นหมุดหมายทางความทรงจำ ที่ผู้คนใช้ยึดโยงเพื่อทบทวนตัวตนและความหมายของชีวิต

    ต้นปี 2026 โลกโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยภาพ วิดีโอ และโมเมนต์ที่พาผู้คนย้อนกลับไปยังปี 2016 เทรนด์นี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง จนเกิดแฮชแท็กอย่าง “2026 is the new 2016” สะท้อนความรู้สึกของหลายคนที่มองว่าบรรยากาศของโลกวันนี้ชวนให้นึกถึงช่วงเวลานั้น หรืออย่างน้อยก็เป็นการหลบออกจากความตึงเครียดของปัจจุบัน ไปพักใจในอดีตที่คุ้นเคย

    สำหรับคนรุ่นมิลเลนเนียลและ Gen Z ปี 2016 มักถูกจดจำว่าเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตดู “เบากว่า” ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น ดนตรี โซเชียลมีเดีย หรือวัฒนธรรมป๊อป หลายอย่างเชื่อมโยงกับช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต ทั้งการเริ่มทำงาน การค้นหาตัวตน หรือยุคที่โลกดิจิทัลยังไม่เต็มไปด้วยแรงกดดันแบบทุกวันนี้ ความคิดถึงจึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทรนด์ แต่คือประสบการณ์ร่วมของคนทั้งเจเนอเรชั่น

    ที่น่าสนใจคือ กระแสนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ใช้โซเชียลทั่วไป แต่ยังลามไปถึงคนดังในวงการบันเทิงและดนตรี ที่พร้อมใจกันรื้อฟื้นความทรงจำจากปี 2016 ผ่านโพสต์และภาพเก่าๆ ของตัวเอง ยิ่งทำให้ Nostalgia กลายเป็นบทสนทนาระดับสาธารณะ และสะท้อนว่า “ความคิดถึง” กำลังกลายเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนวัฒนธรรมร่วมสมัยของปี 2026 อย่างชัดเจน


เหล่าคนดังร่วมปลุกกระแส Nostalgia

    Kylie Jenner ในปี 2016 คือไอคอนของวัฒนธรรม Tumblr และลุคปากอวบอิ่มเกินจริง เธอหวนระลึกถึงช่วงเปิดตัว Lip Kit ที่ไม่เพียงสร้างไวรัลไปทั่วโลก แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักรความงามที่พาเธอก้าวสู่สถานะมหาเศรษฐีในเวลาต่อมา

    ด้านซูเปอร์โมเดลอย่าง Karlie Kloss ก็หยิบภาพตัวเองในยุคโชคเกอร์ พร้อมฟิลเตอร์ลูกสุนัขจาก Snapchat ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์เด่นของวัฒนธรรมป๊อปช่วงนั้น ขณะที่ Lena Dunham เพื่อนร่วมแก๊งของ Taylor Swift ก็ย้อนความทรงจำถึงการถ่ายทำซีรีส์ Girls ผลงานไอคอนิกที่สะท้อนจิตวิญญาณของยุค 2010 ได้อย่างชัดเจน


Karlie Kloss ในฟิลเตอร์ลูกสุนัขจาก Snapchat


    สำหรับหลายคน ปี 2016 คือช่วงเวลาที่ชีวิตดูเรียบง่ายและสบายใจกว่ายุคปัจจุบัน เทรนด์แฟชั่นเต็มไปด้วยยีนส์รัดรูป คิ้วหนาคมชัด และการแต่งหน้าจัดจ้าน ความคิดถึงเหล่านี้จุดประกายให้ผู้คนหันกลับไปหยิบสไตล์ในอดีตมาปรับใช้ ไม่ใช่เพื่อย้อนเวลา แต่เพื่อพักจากความตึงเครียดของโลกวันนี้สักครู่


Kylie Jenner ในปี 2016


    ภาพนี้สะท้อนชัดใน The King Kylie Collection ที่ Kylie นำผลิตภัณฑ์ไอคอนิกยุคแรกของแบรนด์กลับมาอีกครั้ง พร้อมอัปเดตสูตรและแพ็กเกจให้ทันสมัย แต่ยังคงอ้างอิงถึงจุดเริ่มต้นของ Kylie Cosmetics อย่างชัดเจน

    การเปิดตัวคอลเลกชันนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการกลับมาของเทรนด์ความงามช่วงกลางทศวรรษ 2010 ตั้งแต่ลิปแมตต์ ชิมเมอร์เงาวาว ไปจนถึงลุคจัดเต็มที่กำลังกลับมาได้รับความนิยมบนโซเชียลมีเดีย จากแรงโหยหาอดีตที่ผสานเข้ากับการฟื้นตัวของสุนทรียะแบบ Y2K

    ในแถลงการณ์ของแบรนด์ระบุว่า คอลเลกชั่นนี้เปรียบเสมือนการรำลึกถึงยุคเริ่มต้นของ Kylie Cosmetics ช่วงเวลาที่เทรนด์ความงามแทบจะแยกไม่ออกจากวัฒนธรรมดิจิทัลอันสนุกสนาน ตั้งแต่ฟิลเตอร์ Snapchat เซลฟี่ปากเงาวับ ไปจนถึงสีสันสดจัดที่พร้อมเฉิดฉายบน Instagram

    Kylie Cosmetics เปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 ด้วย Matte Lip Kit ที่กลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว และมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานโมเดลการขายตรงถึงผู้บริโภค (Direct-to-Consumer) ซึ่งต่อมากลายเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมความงาม ปัจจุบันแบรนด์ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งเมกอัพ สกินแคร์ และน้ำหอม วางจำหน่ายในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก


ทำไมเราถึงโหยหาอดีต ?

    นักสังคมวิทยาหลายคนมองว่า การหวนกลับไปหาอดีตมักเกิดขึ้นในช่วงที่ปัจจุบันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ตั้งแต่ข่าวร้ายรายวัน ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงแรงกดดันจากโลกออนไลน์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง อดีตจึงกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์ แม้ในความเป็นจริง ปี 2016 จะไม่ได้ปราศจากความขัดแย้งหรือปัญหาใหญ่ก็ตาม

    ขณะที่ Clay Routledge นักจิตวิทยา อธิบายว่า เหตุการณ์ทางการเมืองในปี 2016 อาจยิ่งตอกย้ำความแตกแยกที่มีอยู่เดิม แต่ในอีกด้านหนึ่ง ช่วงเวลานั้นกลับมีพลังทางความทรงจำ เพราะทำหน้าที่เป็น “หมุดหมาย” ให้ผู้คนยึดโยง เขายังชี้ว่ามีสองปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังความหลงใหลในปี 2016 ได้แก่ การเริ่มต้นปีใหม่ และความรู้สึกไม่มั่นคงต่ออนาคตของคนหนุ่มสาวจำนวนมาก

    เมื่อโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เช่น ผลกระทบจาก AI หรือความไม่แน่นอนในหลายมิติ คนในแต่ละเจเนอเรชั่นมักหันกลับไปมองช่วงวัยเยาว์ของตัวเอง เพื่อค้นหาความสบายใจ แรงบันดาลใจ และแนวทางในการก้าวต่อไป ทำให้การย้อนกลับไปเมื่อราว 10 ปีก่อน กลายเป็นช่วงเวลาที่ตอบโจทย์ความรู้สึกเหล่านี้ได้อย่างพอดี



ภาพ AFP

แปลและเรียบเรียงจากบทความ Why 2026 is obsessed with 2016: Inside Gen Z’s ‘retromania’ และ Rose-tinted filter: Why 2016 is taking over social media in 2026



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ: Elon Musk ปรากฏตัวครั้งแรกที่ Davos ชี้จำนวนหุ่นยนต์จะแซงมนุษย์ และทุกคนบนโลกจะมีหุ่นยนต์ใช้

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine