8 ใน 10 องค์กรไทย ติดหล่มสืบทอดตำแหน่งผู้นำ ขาดแผนส่งต่อที่ชัดเจน-ไม่มีคนเหมาะสม โจทย์ใหญ่ที่องค์กรไทยต้องเร่งแก้

8 ใน 10 องค์กรไทย ติดหล่มสืบทอดตำแหน่งผู้นำ ขาดแผนส่งต่อที่ชัดเจน-ไม่มีคนเหมาะสม โจทย์ใหญ่ที่องค์กรไทยต้องเร่งแก้

FORBES THAILAND / ADMIN
30 Oct 2026 | 01:13 PM
READ 168

โรเบิร์ต วอลเทอร์ส เผย ผลสำรวจองค์กรในประเทศไทยยังติดหล่มเรื่องการสืบทอดตำแหน่งผู้นำ พบ 67% มีแผนส่งต่อตำแหน่ง แต่ทว่า 8 ใน 10 องค์กรเหล่านั้นยังต้องเผชิญกับความท้าทายโดย 35% ชี้ว่ากลยุทธ์ที่ใช้อยู่ยังขาดประสิทธิภาพ ไม่มีการวางแผนนโยบายให้ชัดเจนและขาดบุคลากรที่จะมารับตำแหน่งที่เหมาะสม 


    บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส เผยผลสำรวจล่าสุดเกี่ยวกับการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งในองค์กรไทย พบว่า แม้ 67% ขององค์กรจะมีแผนผู้สืบทอดตำแหน่งระดับผู้นำ แต่ทว่า 8 ใน 10 องค์กรเหล่านั้นยังต้องเผชิญอุปสรรคในการดำเนินงาน และ 35% มองว่ากลยุทธ์ที่ใช้อยู่ยังไม่มีประสิทธิภาพ หรือมีประสิทธิภาพเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส กล่าวว่า “ในตลาดไทยที่เติบโตและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งได้เปลี่ยนจากแนวคิด ‘มีก็ดี’ ให้กลายเป็นสิ่งที่องค์กร ‘จำเป็นต้องมี’ เพราะองค์กรที่ทำได้ดีจะไม่เพียงรักษาสิ่งที่สร้างมาไว้ได้เท่านั้น แต่ยังพร้อมคว้าโอกาสใหม่ๆ และนำองค์กรไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ” 


​ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา​

​

    ทั้งนี้ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้แผนผู้สืบทอดตำแหน่งไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการขาดระบบและกระบวนการที่ชัดเจน โดย 47% ขององค์กรไม่มีนโยบายหรือขั้นตอนการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งที่เป็นรูปธรรม ขณะที่ 44% ประสบปัญหาในการค้นหาพนักงานที่มีศักยภาพสูง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างผู้นำรุ่นต่อไป

    นอกจากนี้ แม้องค์กรจะมีแผนรองรับ แต่การนำไปปฏิบัติยังเผชิญข้อจำกัดด้านทรัพยากร โดย 41% ระบุว่ามีทรัพยากรไม่เพียงพอสำหรับการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร ขณะที่ 29% ระบุว่าขาดการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง ส่งผลให้แผนที่วางไว้อาจไม่สามารถเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้

    “การลดช่องว่างระหว่างแผนกับการปฏิบัติ องค์กรต้องเริ่มจากการพัฒนาคุณสมบัติสำคัญของผู้นำให้กับบุคลากรตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการคิดเชิงกลยุทธ์ การตัดสินใจ ความฉลาดทางอารมณ์ การปรับตัว และการสื่อสารที่ดี เพราะการสร้างทักษะเหล่านี้จะช่วยให้มีผู้นำรุ่นต่อไปที่แข็งแกร่งและพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต” ปุณยนุชกล่าวเสริม​


ความท้าทายขององค์กร เมื่อบุคลากรพร้อมรับตำแหน่งมีจำกัด

    อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญคือการขาดแคลนบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดย 65% ขององค์กรระบุว่ามีพนักงานที่มีศักยภาพและพร้อมก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญไม่เพียงพอ ทำให้การสรรหาผู้นำจากภายในองค์กรเป็นไปได้ยาก ขณะเดียวกัน 60% มองว่าโครงสร้างองค์กรขนาดใหญ่และมีลำดับชั้นการบริหารหลายระดับส่งผลให้กระบวนการตัดสินใจล่าช้า ซึ่งอาจกระทบต่อการเตรียมและแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่ง

    ขณะที่ขนาดองค์กรและลักษณะเฉพาะของอุตสาหกรรมยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถในการสร้างกลุ่มบุคลากรที่พร้อมรับตำแหน่ง โดย 42% ระบุว่าขนาดองค์กรเป็นอุปสรรค และ 39% มองว่าลักษณะของอุตสาหกรรมมีผลต่อการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง

    ทั้งนี้ องค์กรควรให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เปิดกว้าง ส่งเสริมให้พนักงานกล้าแสดงความคิดเห็น ตั้งคำถาม และรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง ควบคู่กับการสร้างผู้นำที่โปร่งใส การให้ข้อเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่าย เพื่อค้นหาและพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพก่อนถึงช่วงเวลาที่ต้องเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำ


ชู 6 แนวทางสร้างแผนสืบทอดตำแหน่งที่มีประสิทธิผล

    สำหรับแนวทางยกระดับการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง โรเบิร์ต วอลเทอร์สเสนอ 6 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่
    1. กำหนดตำแหน่งสำคัญและเป้าหมายทางธุรกิจให้ชัดเจน
    2. คัดเลือกพนักงานที่มีความสามารถและศักยภาพสูง
    3. ประเมินความพร้อมของบุคลากรในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญ
    4. วางแผนพัฒนาและรักษาพนักงานที่มีศักยภาพสูง
    5. ระบุตำแหน่งสำคัญที่ยังขาดผู้สืบทอด รวมถึงตำแหน่งที่จำเป็นต้องสรรหาบุคลากรจากภายนอก
    6. ทบทวนและสื่อสารแผนอย่างสม่ำเสมอ


    อย่างไรก็ตาม การวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งควรเป็นกระบวนการเชิงกลยุทธ์ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการจัดทำแผนเพื่อรองรับกรณีผู้บริหารลาออกหรือเกษียณอายุ แต่เป็นการลงทุนพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการบริหารและขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน​
    “การวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อให้มีคนพร้อมก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเท่านั้น แต่คือการเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคต โดยองค์กรที่วางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ และสร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมความเปิดกว้างและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จะสามารถสร้างผู้นำที่พร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้เป็นอย่างดี” ปุณยนุช กล่าวทิ้งท้าย​


ภาพ : ​โรเบิร์ต วอลเทอร์ส และ Image by Magnific




​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Wycombe Abbey โรงเรียนชั้นนำอังกฤษ เปิดแคมปัสบางนา 168 ไร่ เจาะตลาดไทย-เทศ ชูโรงเรียนประจำ ผสานทักษะ-วิชาการรอบด้าน ประเดิม 260 คน ก่อนเร่งโตสู่ 1,800 คนใน 5-10 ปี

​​​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

​