“กาแฟคั่วบด” ฮอตในไทย เติบโตเร็วสุดในตลาดกาแฟ เนสกาแฟรับเทรนด์ จับมือดอยตุง รุกตลาดกาแฟดริปพรีเมียม

“กาแฟคั่วบด” ฮอตในไทย เติบโตเร็วสุดในตลาดกาแฟ เนสกาแฟรับเทรนด์ จับมือดอยตุง รุกตลาดกาแฟดริปพรีเมียม

FORBES THAILAND / ADMIN
09 Oct 2026 | 02:40 PM
READ 109

ตลาดกาแฟคั่วบดไทยมูลค่า 5.2 หมื่นล้านบาท โตต่อเนื่อง ดันผู้เล่นรุกตลาดกาแฟพรีเมียม ล่าสุด “เนสกาแฟ” จับมือ “ดอยตุง” เปิดตัวกาแฟดริปครั้งแรกของแบรนด์ ใช้เมล็ดอาราบิก้าไทย 100% จากแหล่งปลูกในน่านและเชียงราย พร้อมนำรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายโดยไม่หักค่าใช้จ่าย บริจาคให้มูลนิธิกระจกเงาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม


    ตลาดกาแฟคั่วบด (roast & ground coffee) ในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 5.2 หมื่นล้านบาทในปี 2568 และเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาดกาแฟไทย โดยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 9% ภายในเวลา 3 ปี จาก 21.7% ในปี 2565 เป็นเติบโตถึง 30.7% ในปี 2568 (ที่มาจากงานวิจัยตลาดกาแฟโดยรวมของยูโรมอนิเตอร์ - Euromonitor Total Coffee) สะท้อนความสนใจของผู้บริโภคที่มีต่อกาแฟคั่วบดและประสบการณ์การดื่มกาแฟที่พิถีพิถันมากขึ้น

    แนวโน้มดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการขยายผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดกาแฟพรีเมียมมากขึ้น ล่าสุด เนสกาแฟ แบรนด์กาแฟภายใต้บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ร่วมกับดอยตุง เปิดตัว “เนสกาแฟ โรสเตอรี่ ดริป คอฟฟี่” (NESCAFÉ ROASTERY DRIP COFFEE) กาแฟดริปรุ่นลิมิเต็ด เอดิชันครั้งแรกของแบรนด์ ผลิตจากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าไทย 100% ที่คัดสรรจากแหล่งปลูกในจังหวัดน่านและเชียงราย

​

​

    ออธมัน ชไรบิ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือกับดอยตุง โดยนำเมล็ดกาแฟไทยมาพัฒนาเป็นกาแฟดริประดับพรีเมียม และวางจำหน่ายในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นเดือนที่มีวันกาแฟสากลตรงกับวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี

    สำหรับกระบวนการผลิต ใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าจากแหล่งปลูกในไทย ผ่านกระบวนการแปรรูปแบบกึ่งเปียกกึ่งแห้ง (honey process) และแบบเปียก (washed process) ก่อนนำไปคั่วระดับ light-medium roast ความเข้มระดับ 3 โดยมีรสสัมผัสของซิตรัส ผลไม้แห้ง และน้ำตาลทรายแดง

    ผลิตภัณฑ์มีจำนวนจำกัด 10,000 กล่อง บรรจุกล่องละ 5 ซอง ราคา 250 บาท วางจำหน่ายตลอดเดือนตุลาคม 2569 ผ่าน NESCAFÉ Official Store บน Shopee, TikTok และ Lazada

​

ออธมัน ชไรบิ


    นอกจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์แล้ว เนสกาแฟระบุว่าจะนำรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายระหว่างวันที่ 1-31 ตุลาคม 2569 โดยไม่หักค่าใช้จ่าย บริจาคให้มูลนิธิกระจกเงา เพื่อนำไปฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมในเดือนกันยายน 2569 รวมถึงช่วยเหลือผู้ประสบภัย

    ความร่วมมือครั้งนี้ยังครอบคลุมการส่งเสริมการปลูกกาแฟและพัฒนาคุณภาพผลผลิตของเกษตรกรไทย โดยทั้งสองฝ่ายมุ่งนำวัตถุดิบจากแหล่งปลูกในประเทศมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม



ภาพ: เนสกาแฟ

ออกแบบภาพปก: ชัยกานต์ มณีจักร์



​​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เมื่ออาหารเจไม่ได้ขายดีแค่ 9 วัน! ซีพีแรมรุกตลาด 4.9 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 9 เมนูใหม่-ตรึงราคาสู้ต้นทุนพุ่ง เจาะคนรักสุขภาพ ดันยอดขายนอกเทศกาล

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine