"เถ้าแก่น้อย" เผยปี 68 รายได้ 5,307 ล้าน พร้อมปรับตัวเลขปี 69 จากเดิมโต 17% เหลือ 10% โดยเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่มีผลกระทบทั่วโลก มั่นใจ "เฉิน เจ๋อหยวน" Global Brand Ambassador จะช่วยดันยอดขายในตลาดจีนและ Southeast Asia
อรพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2568 ที่ผ่านมา เถ้าแก่น้อยกวาดรายได้ไป 5,307 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้ในตลาดต่างประเทศ 56% และรายได้ในตลาดไทยอีก 44% ถือเป็นตัวเลขที่โตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าราว 10% จากปีก่อนหน้า โดยเป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนได้ดีและค่าเงินบาทที่กลับมาแข็งค่ามากขึ้น
"ปีก่อนเรามีการเปิดตัวเถ้าแก่เกลที่สร้างกระแสตอบรับได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยกระตุ้นให้ยอดขายของสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์กลุ่ม family แม่และเด็ก อย่าง ท็อปปิ้งสาหร่ายมียอดขายเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัว ขณะที่เป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจในปีนี้ เรามีการปรับตัวเลขการเติบโตของธุรกิจปี 2569 จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ราว 15-17% ให้ลดลงมาเหลือเพียง 10% โดยเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนทั่วโลกรวมถึงปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอยู่ในปัจจุบัน" ผู้บริหารเถ้าแก่น้อยกล่าวเสริม
ทั้งนี้ หากดูภาพรวมมูลค่าของตลาดขนมขบเคี้ยวที่ทำจากสาหร่ายทั่วโลก ณ ปัจจุบัน มีมูลค่าอยู่ที่ 50,000 ล้านบาท เฉพาะในประเทศไทยมีมูลค่า 4,000 ล้านบาท โดยแบรนด์เถ้าแก่น้อยครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดราว 80% ซึ่งหลังจากเปิดตัว "เฉิน เจ๋อหยวน" นักแสดงดังจากจีน ให้มานั่งแท่นเป็น Global Brand Ambassador ก็มั่นใจมากว่า กลยุทธ์การตลาดแบบ Idol Marketing จะสร้างมูลค่า Media Values ได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 2 ปี ตามสัญญาที่กำหนด

อีกทั้งพลังของเหล่า Fandom หรือกลุ่มแฟนคลับของศิลปินที่มีอยู่มากมายทั่วโลก เห็นได้จากยอดผู้ติดตามของ เฉิน เจ๋อหยวน เฉพาะแพลตฟอร์ม Weibo ที่มีมากถึง 19 ล้านราย คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าให้เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ และช่วยตอกย้ำความเป็น Global Brand เพื่อเจาะตลาดจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระยะยาวได้มากขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ตาม อรพัทธ์ ยังบอกด้วยว่า เถ้าแก่น้อยยังวางแนวทางในอนาคตไปสู่ Asian Snack Platform (ASP) เพื่อยกระดับธุรกิจให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยการเน้นสร้างสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น และไม่ได้จำกัดอยู่แค่เฉพาะสาหร่ายเท่านั้น จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้มาจากผลิตภัณฑ์จากสาหร่ายมากที่สุด 90%
"ล่าสุดช่วงปลายปี 68 ที่ผ่านมา เราได้แตกไลน์ออกมามีบริษัทย่อย อย่าง TKN NEXT เพื่อเน้นธุรกิจรับผลิตสินค้าแบบ OEM ทั้งอาหารแปรรูป ผลไม้ เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเร็วๆ นี้ เราจะเปิดตัวแบรนด์ขนมขบเคี้ยว "Good Day" ที่เป็นไรซ์แครกเกอร์หรือขนมที่ทำจากข้าวอบกรอบอีกด้วย" ผู้บริหารของแบรนด์เถ้าแก่น้อย กล่าวทิ้งท้าย

ภาพ : เถ้าแก่น้อย
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : อะไรใหม่ๆ “SALZ” ดึง “ชาตรามือ” เปิดตัว “ยาสีฟันสูตรเกลือชาไทย” เจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ทลายภาพจำความเค็มแบบเดิมๆ
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

