Pandora ทุ่ม 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ปักหมุดโรงงานในเวียดนามครั้งแรกนอกประเทศไทย หนุนกำลังผลิตทั่วโลกเพิ่มขึ้น 50%

Pandora ทุ่ม 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ปักหมุดโรงงานในเวียดนามครั้งแรกนอกประเทศไทย หนุนกำลังผลิตทั่วโลกเพิ่มขึ้น 50%

Pandora ทุ่ม 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ปักหมุดโรงงานในเวียดนามครั้งแรกนอกประเทศไทย ที่นี่ถือเป็นโรงงานผลิตเครื่องประดับ fine jewelry ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก รองรับพนักงานมากถึง 7,000 คน ผลิตเครื่องประดับได้สูงสุด 60 ล้านชิ้นต่อปี หนุนกำลังผลิตทั่วโลกให้เพิ่มขึ้นราว 50%

    

    Pandora บริษัทเครื่องประดับสัญชาติเดนมาร์กเดินหน้าขยายฐานการผลิตครั้งสำคัญ ด้วยการทุ่มงบลงทุน 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เปิดโรงงานผลิตเครื่องประดับแห่งใหม่ใน

Ho Chi Minh City ประเทศเวียดนาม ซึ่งนี่ถือเป็นการเปิดตัวโรงงานที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทยเป็นครั้งแรกอีกด้วย 

    โรงงานแห่งใหม่นี้ได้รับการระบุว่าเป็น โรงงานผลิตเครื่องประดับ fine jewelry ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สามารถผลิตเครื่องประดับได้สูงสุด 60 ล้านชิ้นต่อปี หนุนกำลังการผลิตของ Pandora ทั่วโลกให้เพิ่มขึ้นราว 50% 

    ขณะเดียวกันบริษัทยังคาดการณ์ว่า โรงงานแห่งนี้จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนของการดำเนินงานลงประมาณ 17% หลังจากออกแบบให้ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% ใช้ทองคำและเงินรีไซเคิล 100% สะท้อนถึงทิศทางการลงทุนของบริษัทที่ให้ความสำคัญต่อการเติบโตแบบยั่งยืน

    Berta de Pablos-Barbier ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Pandora ระบุว่า การขยายฐานการผลิตครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตและเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทาน หลังจากบริษัทดำเนินการผลิตในประเทศไทยมานานถึง 37 ปี


ปักหมุดเวียดนาม สร้างฐานการผลิตแห่งใหม่ 

    Pandora เผยถึงการเลือกเวียดนามเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่มาจากหลายปัจจัย ทั้งด้านแรงงานฝีมือที่สามารถตอบโจทย์มาตรฐานการผลิตของบริษัท สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการลงทุนภาคอุตสาหกรรม

    โรงงานแห่งนี้จะจ้างงานมากถึง 7,000 คน เมื่อดำเนินงานเต็มกำลัง และยังถือเป็นโรงงานผลิตแห่งแรกของ Pandora นอกประเทศไทย ส่งผลให้บริษัทมีฐานการผลิตที่กระจายตัวมากขึ้น และลดการพึ่งพาฐานการผลิตเพียงประเทศเดียว

    การลงทุนครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเวียดนามในฐานะฐานการผลิตของบริษัทระดับโลก โดยโรงงาน Pandora ตั้งอยู่ใกล้กับโรงงานของ LEGO ที่มีมูลค่า 1 พันล้านเหรียญและเริ่มดำเนินงานในปี 2025 ที่ผ่านมา

    Lina Gandløse Hansen เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำเวียดนาม กล่าวว่า การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียนกำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญสำหรับ Pandora และบริษัทจากเดนมาร์กที่เข้ามาลงทุนในเวียดนาม

​


ใช้พลังงานสะอาด 100% เดินหน้าลด Carbon Footprint

    โรงงาน Pandora ในเวียดนามจะใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% โดยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงงาน และมีแผนร่วมมือกับโครงการโซลาร์ฟาร์มในท้องถิ่น เพื่อจัดหาพลังงานสะอาดสำหรับการผลิต และคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนของการดำเนินงานทั้งหมดลง 17% 

    ซึ่งแนวทางดังกล่าวมีความสำคัญต่อเวียดนามที่กำลังขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงสิ้นปี 2024 เวียดนามมีศักยภาพติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจเวียดนามยังมีการพึ่งพาพลังงานถ่านหินในสัดส่วนสูงมาก ทำให้ภาคการผลิตต้องเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ไฟฟ้าที่สะอาดมากขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศในการมุ่งสู่ net zero ภายในปี 2050

    ขณะที่ภาคการผลิตมีสัดส่วนประมาณหนึ่งในห้าของ GDP เวียดนาม และใช้พลังงานราวครึ่งหนึ่งของการใช้พลังงานทั้งหมดของประเทศ โดยรัฐบาลเวียดนามเองยังมีแผนทยอยยุติการใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินภายในปี 2040 ด้วยเช่นกัน


Pandora ใช้ทอง-เงินรีไซเคิล 100% ตั้งแต่ปี 2024

    Pandora ให้ความสำคัญต่อกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนในระยะยาว โดยทางแบรนด์ได้เปลี่ยนมาใช้ทองคำและเงินรีไซเคิล 100% สำหรับเครื่องประดับใหม่ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 ซึ่งวัตถุดิบที่นำมาใช้ผลิตมาจากโลหะที่ผ่านการกลั่นและรีไซเคิล 

    โดยแหล่งวัตถุดิบครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์ทางการแพทย์ไปจนถึงเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่หมดอายุการใช้งานแล้ว ก่อนนำกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่

    Mads Twomey-Madsen ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืนของ Pandora กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวทำให้บริษัทต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบซัพพลายเออร์ โรงถลุง และโรงกลั่นอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุดิบที่นำมาใช้เป็นวัสดุรีไซเคิลจริง และไม่มีการผสมโลหะจากเหมืองใหม่เข้ามาในกระบวนการ

    ทั้งนี้ Pandora เริ่มปรับห่วงโซ่อุปทานในวงกว้างตั้งแต่ 5 ปีก่อน โดยนำมาตรฐานของ Responsible Jewellery Council (RJC) มาใช้ ซึ่งครอบคลุมทั้งสิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงาน และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมใช้ผู้ตรวจสอบอิสระในการประเมินซัพพลายเชน

​


​

จาก "โรงงานใหม่" สู่การเดิมพันระยะยาวของ Pandora

    สำหรับการลงทุน 150 ล้านเหรียญเพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในเวียดนามครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มกำลังการผลิตทั่วโลกอีก 50% เท่านั้น แต่ยังเป็นการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานให้แก่แบรนด์ Pandora ในระยะยาว 

    เพราะช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ถึง 60 ล้านชิ้นต่อปี กระจายความเสี่ยงด้านการผลิต เพิ่มความยืดหยุ่นของ supply chain และรองรับความต้องการเครื่องประดับในอนาคต ขณะเดียวกันยังเป็นฐานสำคัญสำหรับการผลักดันกลยุทธ์ด้านวัสดุและการผลิตที่ยั่งยืน

    ขณะเดียวกันการลงทุนของ Pandora ยังเป็นอีกสัญญาณที่ชี้ให้ว่าประเทศเวียดนามกำลังขยับจากการเป็นฐานการผลิตสำหรับต้นทุนแข่งขัน ไปสู่การเป็น manufacturing hub ที่สามารถรองรับบริษัทระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดและมาตรฐาน ESG ควบคู่กัน

​


แปลและเรียบเรียงจากบทความ : Pandora opens $150 million Vietnam jewelry factory powered by renewable energy และ Pandora opens world's largest fine jewellery crafting facility

ภาพ : Pandora​




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : 7-Eleven โบกมือลาอินเดีย! ทุนญี่ปุ่นสั่งปิด 31 สาขารวด ยอมรับสู้เจ้าถิ่นไม่ไหว จับตา Lawson จ่อเสียบปี 70​

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine